ห่วงใย

1128 Words
เช้าวันจันทร์ เมืองใหญ่ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่เร่งรีบแสงแดดอ่อนส่องผ่านกระจกสูงของอาคารสำนักงาน แต่บรรยากาศภายในบริษัทของซูหว่านกลับตึงเครียดกว่าทุกวัน ตั้งแต่เช้า โทรศัพท์ของฝ่ายบริหารดังแทบไม่หยุดข่าวลือเกี่ยวกับบริษัทเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีคนปล่อยข้อมูลว่าโครงการลงทุนใหม่ของซูหว่านกำลังประสบปัญหาทางการเงิน บางสื่อยังเขียนเป็นนัยว่าความสำเร็จทั้งหมดของเธอเกิดจากการพึ่งพาอำนาจของตระกูลเดิมแม้ข่าวเหล่านั้นจะไม่มีหลักฐานแต่ในโลกธุรกิจ... บางครั้งข่าวลือเพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถทำลายความเชื่อมั่นได้ “คุณซูคะ” เลขาสาวรีบเดินเข้ามาในห้องทำงาน “มีนักลงทุนสามรายขอเลื่อนการเซ็นสัญญาค่ะ”ซูหว่านที่กำลังอ่านรายงานเงยหน้าขึ้น “เหตุผล?” “พวกเขาบอกว่าต้องการประเมินความเสี่ยงใหม่” เลขาวางเอกสารลงบนโต๊ะ “และยังมีผู้ถือหุ้นบางคนเสนอให้คุณยอมขายหุ้นส่วนหนึ่ง เพื่อแลกกับเงินทุนเพิ่มเติมค่ะ” ซูหว่านเปิดเอกสารอย่างเงียบ ๆสีหน้าของเธอยังคงสงบ ไม่มีความตื่นตระหนก ไม่มีความหวาดกลัวแต่ดวงตาที่เคยนุ่มนวลกลับเย็นลงทีละน้อย “เรียกประชุมผู้บริหารด่วนเลย” เธอพูดเสียงเรียบ “ตอนนี้เลยหรือคะ” “ใช่” จากนั้นเธอลุกขึ้นยืนทันที “ถ้าพวกเขาคิดว่าข่าวลือไม่กี่ข่าวจะทำให้ฉันยอมจำนน…เเสดงว่าพวกเขาคงยังไม่รู้จักฉันดีพอ” ริมฝีปากของซูหว่านยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ภายในห้องประชุม ผู้บริหารหลายคนกำลังถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียดบางคนเสนอให้ยอมรับเงินทุน บางคนเสนอให้ชะลอโครงการก่อน และบางคนถึงกับพูดว่าการขายหุ้นบางส่วนอาจเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด “คุณซูครับ ถ้าเราไม่ยอมประนีประนอม บริษัทอาจสูญเสียโอกาสสำคัญ” ชายวัยกลางคน คนหนึ่งเอ่ยขึ้นซูหว่านนั่งอยู่หัวโต๊ะเธอฟังทุกคนพูดจนจบ ก่อนเปิดเอกสารตรงหน้าและพูดน้ำเสียงเด็ดขาด “ถ้าเราขายหุ้นตอนนี้ เราจะเสียอำนาจในการบริหาร" "แต่เราจะได้เงินทุน" ชายอีกคนพูดขึ้น "แต่เงินทุนที่แลกกับสิทธิ์ในการควบคุมบริษัทนะ?”เธอพูดและเงยหน้าขึ้นมองชายคนนั้นก่อนพูดต่อ “ฉันไม่เรียกสิ่งนั้นว่าความช่วยเหลือ” บรรยากาศในห้องเงียบลงซูหว่านเลื่อนเอกสารไปตรงกลางโต๊ะ “นี่คือรายงานการเงินจริงบริษัทไม่ได้ขาดทุน โครงการยังเดินหน้าได้ตามแผน ข่าวทั้งหมดถูกปล่อยออกมาเพื่อกดมูลค่าหุ้น และบีบให้เรายอมขายในราคาต่ำ” ผู้บริหารหลายคนมองหน้ากันเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครวิเคราะห์เรื่องนี้ได้ละเอียดเท่าเธอ “แต่ถ้าฝ่ายนั้นยังโจมตีต่อ…เราก็รับมือเราไม่ได้สร้างบริษัทนี้ขึ้นมาเพื่อยอมแพ้ตั้งแต่เจอแรงกดดันครั้งแรก” ซูหว่านตอบทันที คำพูดของเธอหนักแน่นไม่มีใครกล้าคัดค้านอีกในเวลานั้น ทุกคนเริ่มมองเห็นชัดเจนว่าซูหว่านไม่ได้เป็นเพียงทายาทจากตระกูลใหญ่เธอมีความสามารถมากพอที่จะยืนอยู่ตรงนี้ด้วยตัวเอง ... หลังการประชุม ซูหว่านเดินออกมาที่ระเบียงด้านนอกลมเย็นพัดผ่านใบหน้าเธอหลับตาลงชั่วครู่แม้ภายนอกจะดูสงบแต่ความจริงแล้ว เธอรู้ดีว่าครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กคนที่อยู่เบื้องหลังมีเงินทุนมากและดูเหมือนจะรู้รายละเอียดภายในบริษัทของเธอเป็นอย่างดีโทรศัพท์ในมือสั่นขึ้น ชื่อหนึ่งปรากฏบนหน้าจอ พยัคฆ์ ซูหว่านมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดรับ ซูหว่าน: สวัสดีคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ พยัคฆ์: เสียงคุณไม่เหมือนเดิมนะ เธอขมวดคิ้ว ชูหว่าน: แค่ได้ยินเสียง คุณก็รู้เหรอว่าฉันเป็นอะไร พยัคฆ์: คุณกำลังเครียด คำตอบของเขาเรียบง่ายแต่กลับตรงเกินไปซูหว่านเงยขึ้นมองท้องฟ้าตรงหน้า ชูหว่าน: คุณโทรมาเพราะอยากถามเรื่องนี้หรือคะ พยัคฆ์: เปล่า ชูหว่าน: แล้ว? พยัคฆ์: ผมกำลังอยู่ใกล้บริษัทคุณ เพียงแค่นั้นเธอนิ่งไปก่อนจะถามเขา ชูหว่าน: คุณมาทำอะไรแถวนี้ พยัคฆ์: กินข้าวครับ ชูหว่าน: แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาอาหารกลางวัน เธอมองดูนาฬิกาข้อมือ ปลายสายเงียบไปหลายวินาที ก่อนพยัคฆ์จะตอบอีกครั้ง พยัคฆ์: งั้นก็ถือว่าผมหิวเร็ว ซูหว่านเผลอยิ้มแม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มเล็ก ๆแต่ความหนักอึ้งในใจก็ลดลงเล็กน้อย พยัคฆ์: คุณว่างไหม ชูหว่าน: ไม่ค่ะ พยัคฆ์: งั้นผมจะรอ คำพูดนั้นทำให้ซูหว่านเงียบไปเขาไม่เคยบังคับไม่เคยเรียกร้องเขาเพียงบอกว่าเขาจะรอทุกครั้ง...ความห่วงใยของเขาทำให้เธอยิ้มได้ ช่วงเย็น หลังจากทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง ซูหว่านเดินออกจากอาคารเธอพบพยัคฆ์ยืนอยู่ข้างถนนชายหนุ่มสวมเสื้อโค้ตสีเข้มมือหนึ่งถือแก้วกาแฟอีกมืออยู่ในกระเป๋าเขาดูเหมือนคนธรรมดาที่กำลังรอใครสักคนแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด...ต่อให้เขายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ซูหว่านก็ยังมองเห็นเขาเป็นคนแรก “คุณยังไม่กลับอีกเหรอ” “ยัง” “คุณรอจริง ๆหรอ?” “อืม”ซูหว่านมองเขาก่อนยิ้ม “คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้” พยัคฆ์ยื่นแก้วกาแฟปั่นให้เธอ “ผมรู้” “แล้วทำไมถึงทำ”เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “เพราะผมอยากทำ” คำตอบนั้นทำให้เธอรับกาแฟมาอย่างเงียบ ๆความเย็นจากแก้วค่อย ๆ ส่งผ่านฝ่ามือ “เรื่องบริษัทเป็นยังไง”พยัคฆ์ถามซูหว่านหันมองเขา “คุณไม่ใช่คนในวงการธุรกิจ ทำไมถึงสนใจ” “ผมแค่ถาม” “ถ้าฉันไม่อยากตอบล่ะ” “ก็ไม่ต้องตอบ”เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ผมไม่ได้ถามเพื่อเอาเรื่องของคุณไปทำอะไร”ซูหว่านมองเขาอยู่พักหนึ่งสุดท้ายจึงพูดขึ้น “มีคนพยายามกดดันบริษัท พวกเขาต้องการให้ฉันขายหุ้น” “แล้วคุณจะขายไหม” “ไม่” คำตอบของเธอรวดเร็วและชัดเจนพยัคฆ์พยักหน้า “ดี” “คุณไม่คิดว่าฉันดื้อเหรอ” “คนที่ยอมทุกอย่างต่างหากที่น่ากังวล”ซูหว่านหัวเราะเบา ๆ “คุณพูดเหมือนรู้เรื่องธุรกิจ” “ผมเคยทำงานมาบ้าง” “ทำงานอะไร”พยัคฆ์มองเธอแล้วยิ่มน้อย ๆ “ลงทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ” ซูหว่านไม่ได้ถามต่อโดยเธอไม่รู้ว่า “เล็ก ๆ น้อย ๆ” ของชายคนนี้ คือการตัดสินใจที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของตลาดทั้งโลกได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD