เช้าวันถัดมา ซูหว่านตื่นขึ้นพร้อมกับแสงแดดอ่อนที่ลอดผ่านผ้าม่านเธอนอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ข้อความจากเมื่อคืนยังคงอยู่
คุณฟู่ : ซูหว่าน เราต้องคุยกัน
เธอมองเพียงไม่กี่วินาที ก่อนกดลบข้อความนั้นออกไม่มีความลังเลไม่มีความรู้สึกเสียดายหากเป็นเมื่อก่อน...
เพียงคุณฟู่ส่งข้อความมา เธอคงรีบโทรกลับและถามว่าเขาต้องการอะไรแล้ว แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาแม้เขาจะไม่เคยตอบแทนความรักของเธอเธอก็ยังยอมอยู่ตรงนั้น
แต่วันนี้...
ซูหว่านไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมอีกแล้วเธอลุกจากเตียง เดินไปเปิดหน้าต่าง แล้วสูดลมหายใจลึก
“เริ่มต้นวันใหม่ได้แล้ว ฉันจะไม่กลับไปหาคุณอีก” เธอพูดกับตัวเอง
“อดีตไม่ควรมีสิทธิ์ทำลายวันดี ๆของฉัน”
เวลาเก้าโมงเช้า
ห้องประชุมของบริษัทเต็มไปด้วยผู้บริหารและทีมงานบรรยากาศตึงเครียดกว่าวันก่อน เลขาสาวเปิดรายงานบนหน้าจอ
“ข่าวลือเริ่มส่งผลแล้วค่ะคุณซู นักลงทุนอีกสองรายถอนตัวจากโครงการ และธนาคารขอทบทวนวงเงินสนับสนุน”
ผู้บริหารบางคนเริ่มแสดงสีหน้ากังวลทันที
“ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราอาจมีปัญหาด้านกระแสเงินสด อาจไม่มีคนค่อยหนุนเรา” อีกคนพูด
“เราควรรับข้อเสนอของกลุ่มทุนหรือเปล่า” ผู้อาวุโสคนนึงพูดขึ้น จากนั้นเสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อยๆซูหว่านนั่งฟังอย่างสงบ ก่อนยกมือขึ้นทุกคนเงียบ
“ฉันขอถามทุกคนหนึ่งคำถาม” เธอเปิดรายงานการเงิน
“ตอนนี้บริษัทขาดทุนหรือไม่”
“ไม่ครับ”
“โครงการของเรามีปัญหาหรือไม่”
“ยังไม่มีครับ”
“แล้วเหตุผลอะไรที่เราต้องขายหุ้น”ไม่มีใครตอบซูหว่านมองทุกคนนิ่ง
“สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่การช่วยเหลือ พวกเขาต้องการทำให้เรากลัวและเมื่อเรากลัว... เราจะยอมขายทุกอย่างด้วยตัวเอง ฉันจะไม่ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น” เธอปิดเอกสารลงหลังพูดประโยคนั้นคำพูดของเธอทำให้บรรยากาศกลับมาสงบ
“ฝ่ายประชาสัมพันธ์ออกแถลงการณ์ ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบต้นตอของข่าว ส่วนฝ่ายการเงิน เตรียมแผนสำรอง เราจะไม่รอให้ใครมาตัดสินอนาคตแทนเรา”
“ค่ะ /ครับคุณซู”
หลังการประชุม
ซูหว่านเดินออกมาพร้อมเอกสารแต่ยังไม่ทันถึงห้องทำงาน เลขาก็รีบตามมา
“คุณซูคะ”
“มีอะไรอีก”
“มีคนมาขอพบค่ะ”
“นัดไว้หรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”
“ถ้าไม่ได้มีนัด ให้เขาติดต่อผ่านเลขานะ”เลขาลังเลก่อนจะพูด
“แต่เขาบอกว่า... คุณต้องยอมพบเขาแน่นอน”ซูหว่านหยุดเดินก่อนหันไปถาม
“ใครกัน”เลขามองเธออย่างระมัดระวัง
“เขาชื่อ... คุณฟู่ค่ะ”
เอกสารในมือของซูหว่านแทบร่วงลงพื้นเพียงไม่กี่วินาทีสีหน้าของเธอก็กลับมาเรียบเฉย
“เขาอยู่ที่ไหน”
“ห้องรับรองค่ะ”ซูหว่านสูดลมหายใจเบา ๆ
“ฉันจะไปเอง”
ประตูห้องรับรองถูกเปิดออก
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่ริมหน้าต่างเขาหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดคุณฟู่ยังคงดูเหมือนเดิมรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาท่าทางเต็มไปด้วยความมั่นใจแต่ในสายตาของซูหว่าน...เขาไม่ใช่คนที่เธอเคยรักอีกแล้ว
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
คำถามแรกของเธอไม่มีความยินดีเลยคุณฟู่มองเธออยู่ครู่หนึ่ง
“ผมส่งข้อความไปทำไมไม่ตอบ”
“ฉันเห็นอยู่”
“แล้วทำไมไม่ตอบ”ซูหว่านยิ้มบาง
“เพราะฉันไม่คิดว่าจำเป็น” คุณฟู่ขมวดคิ้ว
“ซูหว่าน เราเป็นสามีภรรยากันมาหลายปี เรา..”
“แค่ เคย! ค่ะ” เธอเน้นคำว่าเคย
“ตอนนี้เราไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้คุณฟู่เงียบเขามองผู้หญิงตรงหน้าเธอดูแตกต่างจากวันที่จากไปมากไม่ได้แต่งตัวเพื่อเอาใจเขา ไม่ได้พยายามอ่านสีหน้าเขาเธอมีความมั่นใจที่ไม่เคยเห็นมาก่อนและนั่นทำให้เขารู้สึกแปลกใจ เธอดูสวยขึ้นมาก
“คุณมาที่นี่เพราะเรื่องอะไร” ซูหว่านถามอีกครั้งคุณฟู่เดินเข้ามาใกล้
“กลับไปกับผม”เธอหัวเราะเบา ๆ
“กลับไป?”
“ใช่”
“กลับไปที่ไหน”
“กลับประเทศจีน” เขาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“แล้วกลับไปทำอะไร”
คุณฟู่ชะงักคำถามนั้นทำให้เขาตอบไม่ได้ซูหว่านมองเขา
“กลับไปเป็นภรรยาที่คุณไม่เคยรักนั้นหรอ กลับไปยอมให้คุณเชื่อคำพูดของหยก แล้วทำร้ายฉัน หรือกลับไปใช้ชีวิตเหมือนคนที่ไม่มีความสำคัญ?”
“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“แต่คุณทำแบบนั้นมาตลอด” น้ำเสียงของเธอยังคงสงบแต่ทุกคำชัดเจน
“คุณฟู่...เรื่องของเราไม่เหลืออะไรให้กลับไปแล้ว” ได้ยินแบบนั้น เขากำมือแน่น
“ผมรู้ว่าผมทำผิด” เขาพูดติดๆขัดๆ
“คุณรู้ตอนนี้ แล้วตอนที่ฉันพยายามอธิบาย คุณอยู่ที่ไหน ตอนที่ฉันต้องการให้คุณเชื่อใจ คุณเลือกเชื่อใครตอนที่ฉันสูญเสียลูก... คุณเคยถามหรือไม่ว่าฉันเจ็บแค่ไหน” ซูหว่านถามคำพูดสุดท้ายทำให้ฟู่ชะงักบรรยากาศเงียบลงความทรงจำที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงย้อนกลับมาวันที่ซูหว่านนอนอยู่ในโรงพยาบาลใบหน้าซีดขาวดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาแต่ตอนนั้น...
เขากลับเชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากความผิดของเธอเขาไม่เคยรู้ว่าเธอเจ็บปวดมากเพียงใด เเละเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร
“หว่านคือ...”
“อย่าเรียกฉันแบบนั้น”เธอพูดเบา ๆ
“ชื่อของฉันไม่ควรออกจากปากคนที่ไม่เคยเห็นค่าของฉัน”
คุณฟู่เงียบเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง