ไม่นานหลังจากนั้นโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งนี้เป็นพยัคฆ์
(พยัคฆ์)
“คุณยังไม่นอนครับ?”
“ยัง”
“กำลังคิดเรื่องบริษัท?”
“นิดหน่อย”พยัคฆ์เงียบไปก่อนพูด
“พรุ่งนี้ผมพาคุณไปที่หนึ่ง”
“ที่ไหน”
“ไปดูโอกาสใหม่”ซูหว่านขมวดคิ้ว
“คุณมีนักลงทุนที่รู้จักหรอ?”
“อาจจะนะ”
“คุณเป็นใครกันแน่”คำถามนั้นทำให้พยัคฆ์นิ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ตอนนี้...ผมเป็นแค่คนที่อยากช่วยคุณ”ซูหว่านเงียบเธอไม่รู้ว่าควรเชื่อเขาหรือไม่แต่แปลก...
เธอกลับรู้สึกว่าชายคนนี้จะไม่หลอกเธอ
“ตกลง พรุ่งนี้เจอกัน”เธอตอบเขาและหลังวางสาย ด้านพยัคฆ์มองหน้าต่างอาหลียืนอยู่ด้านหลัง
“นายจะเปิดเผยตัวตนหรือยังครับ”พยัคฆ์ส่ายหน้า
“ยัง แต่ถ้ากลุ่มทุนเล่นแรงขึ้น…ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอแพ้”
เสียงของเขาเยือกเย็นลง
“ใครก็ตามที่คิดจะบีบและทำร้ายเธอมันจะต้องรู้ว่าเล่นคนผิดแล้ว”
เช้าวันถัดมา ซูหว่านมาถึงบริษัทเร็วกว่าปกติเมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนไม่ใช่เพราะกลัวว่าบริษัทจะล้มแต่เพราะเธอกำลังคิดถึงคำพูดของพยัคฆ์
“พรุ่งนี้ผมพาคุณไปที่หนึ่ง”
เขาไม่ได้บอกว่าจะพาไปไหนไม่ได้อธิบายว่าโอกาสใหม่ที่พูดถึงคืออะไรแต่ซูหว่านกลับตอบตกลงโดยไม่คิดทั้งที่ตามนิสัยเดิม เธอไม่เคยเชื่อใจใครง่าย ๆโดยเฉพาะหลังจากผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณฟู่เธอเคยเชื่อใจคนคนหนึ่งจนยอมมอบชีวิตให้สุดท้ายกลับได้รับเพียงความเย็นชาและความผิดหวังเพราะฉะนั้นหลังหย่า
ซูหว่านจึงตั้งกฎให้ตัวเองไม่ให้ใจใครไม่ผูกมัดกับใครและไม่ฝากอนาคตไว้ในมือของคนอื่นแต่พยัคฆ์...
เป็นข้อยกเว้นที่เธอเริ่มไม่เข้าใจเขาไม่เคยบังคับให้เธอเชื่อไม่เคยสัญญาว่าจะทำให้เธอมีความสุขเขาเพียงอยู่ข้าง ๆโดยไม่เรียกร้องอะไรตอบแทน
“คุณซูคะ มีปัญหาค่ะ”เลขารีบเดินเข้ามา ซูหว่านเงยหน้าจากเอกสาร
“เกิดอะไรขึ้น”
“ธนาคารระงับวงเงินสินเชื่อชั่วคราว”
“เหตุผล?”
“พวกเขาอ้างว่าต้องประเมินความเสี่ยงใหม่”
ซูหว่านนิ่งเธอรู้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญการถอนตัวของนักลงทุนการเข้าซื้อหุ้นข่าวลือและตอนนี้ธนาคารระงับเงินทุนทุกอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องเหมือนมีใครกำลังวางแผนทีละขั้น
“เรียกฝ่ายการเงินเข้ามาด่วน”
“ค่ะ”
“และติดต่อธนาคาร ให้ส่งเอกสารทั้งหมดที่พวกเขาใช้ในการประเมินมา”
“ค่ะ”
เลขารีบเดินออกไปซูหว่านมองรายงานบนโต๊ะนิ้วเรียวเคาะเบา ๆเธอไม่กลัวแต่เธอรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังต้องการบีบให้เธอหมดทางเลือกจากนั้นจึงยื่นข้อเสนอและให้เธอยอมจำนน
“คิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ งั้นเหรอ ไม่มีทางหรอกนะ”
ช่วงสาย
โทรศัพท์ของซูหว่านดังขึ้นชื่อบนหน้าจอทำให้เธอขมวดคิ้ว
คุณฟู่
เธอปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่พักหนึ่งก่อนกดรับ
“มีอะไร”
“ผมได้ข่าวว่าธนาคารระงับวงเงินของคุณ”
น้ำเสียงของฟู่ดูเหมือนเป็นห่วงแต่ซูหว่านกลับไม่รู้สึกอบอุ่น
“ข่าวเร็วดีนะ”
“ผมมีคนคอยติดตามเรื่องของคุณ”
“ฉันไม่ได้อนุญาตให้คุณยุ้ง”
“ผมแค่เป็นห่วง”
ซูหว่านหัวเราะเบา ๆ
“คุณเคยเป็นห่วงฉันด้วยหรือ”ปลายสายเงียบ
“หว่าน…”
“อย่าเรียกฉันแบบนั้น”
“ผมช่วยคุณได้”
“ไม่ต้อง”
“คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะเสนออะไร”
“แต่ฉันรู้ว่าคุณต้องการอะไร คุณต้องการให้ฉันกลับไป”
เธอตอบคุณฟู่เงียบก่อนพูด
“ถ้าคุณกลับมา ผมจะจัดการทุกอย่าง บริษัทของคุณจะไม่เป็นอะไร”
“แล้วถ้าฉันไม่กลับล่ะ”
น้ำเสียงของคุณฟู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“คุณควรคิดให้ดี”
ซูหว่านนิ่งคำพูดนั้นฟังเหมือนคำเตือนแต่แฝงด้วยแรงกดดัน
“คุณกำลังขู่ฉันหรือ”
“ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณลำบาก”
“งั้นก็อย่าทำให้ฉันลำบากใจ”
เธอตัดสายทันทีซูหว่านวางโทรศัพท์ลงแววตานิ่งๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่การที่ฟู่รู้รายละเอียดทุกอย่างเร็วเกินไป ทำให้เธอเริ่มสงสัย
ช่วงบ่าย
รถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าบริษัทพยัคฆ์ยืนพิงรถเมื่อเห็นซูหว่านเดินออกมา เขาก็เปิดประตูให้เธอ
“คุณตรงเวลาดีนะ” เขาบอกก่อนเธอจะยิ้มและเธอขึ้นรถ
“คุณนัดฉันเอง”
“ผมนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจ”
“ฉันไม่ชอบผิดคำพูดคุณก็รู้”พยัคฆ์มองเธอ มุมปากยกยิ้มพอใจ
“ดี”
รถเคลื่อนออกจากบริษัทซูหว่านมองถนนด้านนอกด้วยความผ่อนคลายก่อนหันมาหาเขา
“เราจะไปไหนกันค่ะ”
“ไปพบคน คนหนึ่ง”
“นักลงทุนหรอ?”
“ประมาณนั้น”
“เขารู้จักคุณ ไม่สิคุณรู้จักเขาด้วยหรอ”
“รู้จัก”
“แล้วคุณรู้จักเขาได้ยังไง”พยัคฆ์เงียบไปครู่หนึ่ง
“เคยทำงานด้วยกัน”คำตอบนั้นทำให้ซูหว่านหันมอง
“คุณทำงานอะไรกันแน่”
“ลงทุน”
“ลงทุนอะไร”
“หลายอย่างครับ”เธอหรี่ตามองด้วยความสนใจ
“คำตอบของคุณน่าสงสัยมาก”พยัคฆ์ยิ้มบาง ๆ
“คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อผมก็ได้นะ”
“แต่ฉันนั่งรถมากับคุณแล้วนะ”
“นั่นหมายความว่าคุณเชื่อผมใช่ไหมครับ”
ซูหว่านเงียบก่อนหันกลับไปมองนอกหน้าต่างเธอไม่อยากยอมรับแต่เขาพูดถูกเธอเชื่อเขา
ไม่นานนักรถก็มาจอดหน้าตึกสำนักงานแห่งหนึ่งอาคารไม่ได้หรูหราเกินไป แต่มีระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดพนักงานทุกคนยืนต้อนรับพยัคฆ์ ซูหว่านสังเกตเห็นบางอย่างพวกเขาดูเกรงใจเขามากมากเกินกว่าจะเป็นเพียงคนรู้จัก
“ยินดีต้อนรับคุณพยัคฆ์ครับ”ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาต้อนรับ
“เชิญทางนี้ ทุกคนรออยู่แล้วครับ”ซูหว่านหันมอง
“คุณบอกว่าแค่รู้จักเขาไม่ใช่เหรอ” เธอสงสัย พยัคฆ์ตอบสบาย ๆ
“เขาเกรงใจผมครับ”
“เพราะอะไร”
“ผมเคยช่วยเขามาก่อน”
เธอไม่ได้ถามต่อแต่ความสงสัยเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
ภายในห้องประชุม
มีนักลงทุนหลายคนรออยู่เมื่อซูหว่านเดินเข้าไป ทุกคนลุกขึ้นต้อนรับ
“สวัสดีครับคุณซู เราได้ศึกษาข้อมูลบริษัทของคุณแล้ว เห็นว่าโครงการของคุณน่าสนใจมาก” ซูหว่านมองพยัคฆ์ด้วยความมึนงง
“คุณเป็นคนแนะนำ?”
“ผมแค่พูดถึงคุณตามความจริง”เขาตอบแบบนั้นและการประชุมเริ่มขึ้น
ซูหว่านนำเสนอแผนธุรกิจอย่างละเอียดเธออธิบายวิสัยทัศน์แผนขยายตลาด และแนวทางรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันตลอดเวลานั้นพยัคฆ์นั่งอยู่ด้านข้างเขาไม่ได้พูด แต่สายตาไม่เคยละจากเธอเลยเขาเห็นความมั่นใจ เห็นความสามารถและเห็นความแข็งแกร่ง ซูหว่านไม่ได้ต้องการใครมาช่วยเธอเพียงต้องการโอกาสที่ยุติธรรม