...
คืนนั้น
ซูหว่านกลับมาที่ห้องพัก
เธอเปิดโทรศัพท์
มีข้อความจากพยัคฆ์
“ถึงแล้วบอกผม”
เธอพิมพ์ตอบ
“ถึงแล้ว”
ไม่นานเขาก็ตอบกลับ
“พักผ่อน”
ซูหว่านมองข้อความ
ก่อนพิมพ์
“คุณไม่กลัวข่าวเหรอ”
พยัคฆ์ตอบกลับ
“ข่าวอะไร”
“ข่าวที่บอกว่าฉันใช้คุณเพื่อเงิน”
ข้อความเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนคำตอบจะปรากฏ
“ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น”
ซูหว่านมองประโยคนั้น
หัวใจค่อย ๆ อ่อนลง
ในอดีต...
เธอเคยอธิบายทุกอย่างให้ฟู่ฟัง
แต่เขาไม่เคยเชื่อ
วันนี้...
พยัคฆ์ไม่เคยถาม
แต่เขากลับเชื่อเธอ
...
อีกด้านหนึ่ง
ฟู่ยืนอยู่หน้าห้องพักของหยก
“ฟู่?”
หยกเปิดประตู
สีหน้าดูตกใจ
“คุณมาทำไม”
“ข่าวของซูหว่าน”
ฟู่พูดตรง ๆ
“คุณรู้เรื่องไหม”
หยกชะงักเพียงเล็กน้อย
ก่อนส่ายหน้า
“ฉันเพิ่งเห็นเหมือนกัน”
“คุณคิดว่าใครทำ”
หยกทำสีหน้าเป็นห่วง
“ฉันไม่รู้”
“แต่ฉันสงสารซูหว่านนะ”
คำพูดของเธอฟังดูอ่อนโยน
แต่ดวงตากลับซ่อนความพอใจ
ฟู่มองเธอ
ไม่รู้เพราะอะไร...
เขากลับรู้สึกว่า
คำพูดของหยกไม่เหมือนเดิม
...
ในขณะเดียวกัน
พยัคฆ์ยืนอยู่ริมหน้าต่าง
อาหลีเข้ามา
“นายครับ”
“เราตรวจสอบข่าวแล้ว”
“ใคร”
“มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงคนของหยก”
ดวงตาของพยัคฆ์เย็นลง
“แน่ใจ?”
“ยังต้องตรวจสอบเพิ่ม”
“แต่มีความเป็นไปได้สูง”
พยัคฆ์เงียบ
ก่อนพูด
“อย่าเพิ่งเปิดเผย”
อาหลีมองเขา
“แล้วเราจะทำยังไง”
“เก็บหลักฐาน”
“ครับ”
“และหาคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”
พยัคฆ์มองเมืองยามค่ำคืน
“ถ้าเธออยากเล่นเกม…”
น้ำเสียงของเขาเย็นลง
“ก็ให้เธอเล่นไป”
“แต่เมื่อถึงเวลา…”
“ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า การแตะต้องซูหว่านมีราคาแพงแค่ไหน”
เช้าวันต่อมา
ข่าวเกี่ยวกับซูหว่านยังคงถูกเผยแพร่ไปทั่ว
ภาพของเธอกับพยัคฆ์ปรากฏอยู่ตามสื่อหลายแห่ง
บางคนวิจารณ์
บางคนตั้งคำถาม
บางคนตัดสินเธอ ทั้งที่ไม่เคยรู้ความจริง
แต่ซูหว่านไม่ได้หลบหน้า
เธอไม่ได้ปิดโทรศัพท์
ไม่ได้หนีไปอยู่ที่ไหน
และไม่ได้ปล่อยให้คนอื่นออกมาปกป้องแทน
เวลาเก้าโมงตรง
เธอเดินเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท
ผู้บริหารและทีมกฎหมายรออยู่แล้ว
“ทุกอย่างพร้อมหรือยัง”
“พร้อมค่ะ คุณซู”
เลขาวางเอกสารหลายชุดลงบนโต๊ะ
“เราได้หลักฐานทั้งหมดแล้ว”
“ภาพจากกล้องวงจรปิด”
“บันทึกการประชุมกับนักลงทุน”
“เอกสารการประเมินโครงการ”
“และข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่ปล่อยข่าว”
ซูหว่านเปิดเอกสาร
“ดี”
“จัดงานแถลงข่าวตอนบ่าย”
ผู้บริหารบางคนมองหน้ากัน
“คุณซูครับ”
“คุณจะออกไปเองหรือ”
“ใช่”
“แต่สื่ออาจถามเรื่องส่วนตัว”
“ก็ให้ถาม”
เธอตอบอย่างสงบ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”
...
ช่วงบ่าย
ห้องแถลงข่าวเต็มไปด้วยนักข่าว
กล้องจำนวนมากหันมาทางเวที
ซูหว่านเดินขึ้นไป
เธอสวมชุดสูทสีเรียบ
ใบหน้าสงบ
แววตาแน่วแน่
“ขอบคุณทุกคนที่มาวันนี้”
เธอเริ่มพูด
“ข่าวที่กล่าวหาว่าฉันใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อแลกกับเงินลงทุน”
“เป็นข้อมูลเท็จ”
ภาพเอกสารปรากฏบนจอ
“นี่คือรายละเอียดการประชุม”
“นี่คือรายงานการประเมินโครงการ”
“และนี่คือเงื่อนไขการลงทุน”
นักข่าวหลายคนเริ่มพูดคุยกัน
ซูหว่านพูดต่อ
“การตัดสินใจของนักลงทุนเกิดจากศักยภาพของบริษัท”
“ไม่ใช่ความสัมพันธ์ส่วนตัว”
นักข่าวคนหนึ่งยกมือ
“แล้วชายในข่าวคือใคร”
ซูหว่านนิ่งไปเล็กน้อย
“เขาเป็นคนที่ฉันรู้จัก”
“คุณกำลังคบกันหรือไม่”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ”
“แต่ประชาชนอยากรู้”
ซูหว่านมองนักข่าว
“ฉันจะตอบคำถามเกี่ยวกับบริษัท”
“ส่วนชีวิตส่วนตัว ฉันมีสิทธิ์เลือกว่าจะเปิดเผยหรือไม่”
คำตอบของเธอชัดเจน
ไม่มีการหลบเลี่ยง
ไม่มีการแก้ตัว
นักข่าวอีกคนถาม
“คุณคิดว่าคนที่ปล่อยข่าวต้องการอะไร”
“ทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท”
เธอตอบ
“และกดดันให้เรายอมขายหุ้น”
“คุณมีหลักฐานหรือไม่”
ซูหว่านยิ้มบาง
“ฝ่ายกฎหมายกำลังดำเนินการ”
“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกคนจะได้เห็นหลักฐาน”
...
หลังจบการแถลงข่าว
ข่าวใหม่เริ่มถูกเผยแพร่
ครั้งนี้ไม่ได้เป็นข่าวลือ
แต่เป็นเอกสารจริง
หุ้นของบริษัทเริ่มกลับมามีเสถียรภาพ
นักลงทุนที่เคยลังเลติดต่อกลับมา
พนักงานในบริษัทเริ่มมีความหวังอีกครั้ง
“คุณซูคะ”
เลขารีบเข้ามา
“มีข่าวดีค่ะ”
“พูดมา”
“นักลงทุนรายหนึ่งยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ”
ซูหว่านพยักหน้า
“เตรียมเอกสาร”
“ค่ะ”
เธอเดินกลับห้องทำงาน
แต่ก่อนจะเปิดประตู
ก็เห็นพยัคฆ์ยืนอยู่
“คุณมาทำอะไร”
“มาดูคุณ”
“คุณดูข่าว?”
“ดู”
“แล้วคิดยังไง”
พยัคฆ์มองเธอ
“คุณทำได้ดี”
“แค่นั้น?”
“คุณอยากให้ผมพูดมากกว่านี้?”
ซูหว่านยิ้ม
“ไม่ค่ะ”
เขายื่นกล่องอาหารให้
“กินข้าว”
เธอมองกล่อง
“คุณมาทุกครั้งพร้อมอาหารเลยหรือ”
“เพราะคุณไม่เคยกินตรงเวลา”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันยังไม่ได้กิน”
“ผมเดา”
ซูหว่านรับกล่องมา
“คุณเดาเก่งเกินไปแล้ว”
...
ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องทำงาน
ซูหว่านเปิดกล่องอาหาร
พยัคฆ์นั่งอยู่ตรงข้าม
“วันนี้คุณดูเหนื่อย”
เขาพูด
“ฉันไม่เป็นไร”
“คุณพูดประโยคนี้บ่อย”
“เพราะฉันไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง”
“แล้วถ้ามีคนอยากเป็นห่วงล่ะ”
ซูหว่านหยุดมือ
เธอมองเขา
“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงฉัน”
“ผมรู้”
“แล้วทำไมยังทำ”
พยัคฆ์เงียบไป
“เพราะผมอยากทำ”
คำตอบเดิม
แต่ครั้งนี้...
หัวใจของซูหว่านกลับเต้นแรงกว่าเดิม
...
ในเวลาเดียวกัน
ฟู่นั่งดูการแถลงข่าว
เขามองซูหว่านบนหน้าจอ
เธอดูมั่นใจ
สง่างาม
และไม่เหมือนผู้หญิงที่เคยยืนอยู่ข้างเขา
ตอนนั้น...
เธอมักมองเขาเพื่อรอคำตอบ
แต่ตอนนี้...
เธอไม่ต้องการคำตอบจากใคร
“คุณชายครับ”
เลขาเดินเข้ามา
“เราตรวจสอบบัญชีที่ปล่อยข่าวแล้ว”
“ว่าไง”
“บัญชีถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทประชาสัมพันธ์แห่งหนึ่ง”
“เจ้าของคือใคร”
เลขาลังเล
“มีความเชื่อมโยงกับคนของคุณหยกครับ”
ฟู่เงยหน้าขึ้นทันที
“หยก?”
“ครับ”
“แน่ใจ?”
“ยังไม่ใช่หลักฐานโดยตรง”
“แต่เงินบางส่วนมาจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเธอ”
ฟู่กำเอกสารแน่น
เขานึกถึงสีหน้าของหยกเมื่อคืน
คำพูดที่บอกว่าสงสารซูหว่าน
แต่แววตากลับดูพอใจ
หรือว่า...
เขาไม่เคยรู้จักหยกจริง ๆ
...
ฟู่เดินไปหาหยกในตอนเย็น
หญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่
เมื่อเห็นเขา เธอก็ยิ้ม
“ฟู่ คุณมาแล้ว”
“ข่าวของซูหว่าน”
เขาพูดตรง ๆ
รอยยิ้มของหยกหยุดไปเล็กน้อย
“ทำไมเหรอ”
“คนของบริษัทประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคุณ”
หยกทำสีหน้าตกใจ
“อะไรนะ”
“ฉันไม่รู้เรื่อง”
“คุณแน่ใจ?”
“แน่สิ”
เธอเดินเข้ามาใกล้
“ฟู่ คุณคิดว่าฉันจะทำร้ายซูหว่านเหรอ”
น้ำตาเริ่มคลอ
“ฉันรู้ว่าเธอเคยสำคัญกับคุณ”
“ฉันจะทำแบบนั้นได้ยังไง”
ฟู่มองเธอ
ในอดีต...
เพียงหยกร้องไห้ เขาก็เชื่อทุกอย่าง
แต่วันนี้...
เขากลับลังเล
“ถ้าคุณไม่เกี่ยว”
“ผมจะหาหลักฐาน”
หยกชะงัก
ก่อนยิ้มอ่อน
“ได้สิ”
แต่เมื่อฟู่หันหลังเดินออกไป
รอยยิ้มของเธอก็หายไป
มือเรียวกุมโทรศัพท์แน่น
“เริ่มสงสัยฉันแล้วเหรอ”
เธอพูดเบา ๆ
“งั้นฉันก็ต้องทำให้คุณกลับมาเชื่อฉันอีกครั้ง”
...
ในอีกด้านหนึ่ง
พยัคฆ์กลับมาที่โรงแรม
อาหลีและต้าไห่รออยู่
“นายครับ”
“เราได้หลักฐานเพิ่ม”
“พูดมา”
“คนของหยกอยู่เบื้องหลังข่าวทั้งหมด”
“และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนที่ซื้อหุ้นบริษัทของคุณซู”
พยัคฆ์มองเอกสาร
“เธอทำคนเดียว?”
“ยังไม่แน่ใจครับ”
“แต่มีบางบัญชีเชื่อมโยงกับตระกูลฟู่”
พยัคฆ์เคาะนิ้วบนโต๊ะ
“ฟู่รู้หรือไม่”
“จากข้อมูล... น่าจะไม่รู้ครับ”
“ยังไม่ต้องแตะเขา”
อาหลีมองเจ้านาย
“แล้วหยกล่ะครับ”
“เก็บหลักฐาน”
“ครับ”
“อย่าให้เธอรู้ตัว”
พยัคฆ์ลุกขึ้นยืน
“คนที่ทำผิดมักคิดว่าตัวเองฉลาด”
“แต่ยิ่งเดินไกล...”
“ก็ยิ่งทิ้งร่องรอยมากขึ้น”
...
คืนนั้น
ซูหว่านกลับมาถึงห้องพัก
เธอวางกระเป๋าลง
ก่อนเปิดโทรศัพท์
มีข้อความจากพยัคฆ์
**“ถึงบ้านหรือยัง”**
เธอยิ้มบาง
แล้วตอบกลับ
**“ถึงแล้ว”**
ไม่กี่วินาที
ข้อความใหม่ปรากฏ
**“คืนนี้อย่าทำงานต่อ”**
ซูหว่านพิมพ์
**“คุณสั่งฉันเหรอ”**
พยัคฆ์ตอบ
**“ขอร้อง”**
เธอมองหน้าจอ
ก่อนตอบ
**“ก็ได้”**
จากนั้นเธอวางโทรศัพท์ลง
แต่รอยยิ้มยังไม่หายไป
เธอเริ่มรู้สึกว่า
พยัคฆ์กำลังค่อย ๆ เข้ามาในชีวิต
โดยไม่ทำลายกำแพง
ไม่บังคับให้เธอรัก
และไม่ขอให้เธอลืมอดีต
เขาเพียงอยู่ตรงนั้น
อย่างเงียบ ๆ
และทำให้เธอเริ่มเชื่อว่า
บางที...
ความรักอาจไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดเสมอไป
แต่ซูหว่านยังไม่รู้ว่า
ขณะที่เธอกำลังเริ่มเปิดใจ
หยกกำลังเตรียมแผนใหม่แผนที่ไม่ได้ต้องการเพียงทำลายบริษัทแต่ต้องการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพยัคฆ์และครั้งนี้...หยกจะลงมือด้วยตัวเอง