เขาช่วยเธอ

1641 Words
หลังการนำเสนอ นักลงทุนคนหนึ่งถามขึ้น “ถ้าเราลงทุน คุณยอมขายหุ้นเท่าไร” “ฉันยอมให้หุ้นได้บางส่วน”ซูหว่านตอบทันทีทุกคนพยักหน้าเเต่เธอยังพูดไม่จบ “แต่สิทธิ์ในการบริหารยังเป็นของบริษัท” “ถ้าเราต้องการอำนาจเพิ่มล่ะ” อีกคนถาม “งั้นเราคงร่วมงานกันไม่ได้” คำตอบของเธอทำให้หลายคนเงียบพยัคฆ์ยกมุมปากเธอไม่ยอมก้มหัวจริง ๆนักลงทุนคนเดิมถามต่อ “ถ้าเราให้เงินทุนทั้งหมด โดยไม่ขออำนาจบริหารล่ะ”ซูหว่านชะงัก “หมายความว่าอะไร” “เราสนับสนุนเงินทุน แต่ไม่แทรกแซงการตัดสินใจ”เธอมองพยัคฆ์อีกครั้งก่อนหันไปถามชายคนนั้น “มีเงื่อนไขอะไร”ชายคนนั้นตอบสบาย ๆ “ไม่มี”ซูหว่านขมวดคิ้ว “ไม่มีใครให้เงินโดยไม่หวังผล”พยัคฆ์พูดขึ้น “บางครั้ง คนลงทุนก็เชื่อในคน”เธอมองเขา “คุณรู้อยู่แล้ว?” “นิดหน่อย” “คุณทำอะไรอยู่กันแน่” พยัคฆ์ไม่ตอบ เขาเพียงพูด “คุณควรอ่านสัญญาก่อน” ... หลังการประชุม ซูหว่านออกมายืนที่ระเบียง “คุณตั้งใจทำทั้งหมดใช่ไหม” พยัคฆ์เดินตามออกมา “ผมแค่พาคุณมา” “แต่พวกเขาให้ข้อเสนอที่ดีเกินไป” “เพราะคุณมีความสามารถ” “คุณกำลังหลอกฉันหรือเปล่า” พยัคฆ์มองเธอ “ถ้าผมอยากหลอกคุณ” “ผมคงไม่พาคุณมาที่นี่” คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบ “ฉันไม่ชอบติดหนี้ใคร” “ผมไม่ได้ให้คุณติดหนี้” “แต่คุณช่วยฉัน” “ผมให้โอกาส” เขาพูดช้า ๆ “คนที่ทำให้โอกาสนั้นมีค่า คือคุณ” ซูหว่านมองเขา หัวใจที่เคยปิดตาย เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง ... ในเวลาเดียวกัน ฟู่นั่งอยู่ในโรงแรม เลขารีบเข้ามา “คุณชายครับ คุณซูไปพบกลุ่มนักลงทุนใหม่” ฟู่เงยหน้า “ใครพาไป” “ชายที่ชื่อพยัคฆ์ครับ” สีหน้าของฟู่เย็นลง “อีกแล้ว?” “ครับ” “ข้อเสนอเป็นยังไง” “ดูเหมือนพวกเขาจะสนับสนุนบริษัทของคุณซู” ฟู่กำมือแน่น เขาคิดว่าซูหว่านจะต้องกลับมาหาเขา แต่ตอนนี้... มีคนกำลังเปิดทางให้เธอ “ตรวจสอบพยัคฆ์อีกครั้ง” “ผมต้องรู้ว่าเขาเป็นใคร” ... ขณะเดียวกัน หยกกำลังพูดโทรศัพท์อยู่ในห้องพัก “อะไรนะ?” “ซูหว่านได้แหล่งทุนใหม่แล้ว?” สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป “ใครอยู่เบื้องหลัง” “ยังไม่ทราบครับ” หยกกัดริมฝีปาก เธอคิดว่าซูหว่านจะจนมุม แต่กลับมีคนยื่นมือเข้ามาช่วย “ไม่เป็นไร” หยกพูดช้า ๆ “ถ้ากดบริษัทไม่ได้...” “ก็ทำลายชื่อเสียงของเธอ” ... ช่วงเย็น ซูหว่านกลับมาที่รถ พยัคฆ์เปิดประตูให้ “ขอบคุณ” “เรื่องอะไร” “ทุกอย่างวันนี้” “ผมยังไม่ได้ทำอะไร” “คุณพาฉันไป” “แค่นั้นเอง” ซูหว่านมองเขา “คุณไม่ถามว่าฉันจะตอบแทนยังไง?” “ไม่” “ทำไม” พยัคฆ์มองเธอนิ่ง “ผมไม่ได้ช่วยเพราะต้องการอะไร” คำพูดนั้นทำให้เธอเงียบ เพราะในชีวิตที่ผ่านมา ทุกคนที่ยื่นมือเข้ามา มักมีเงื่อนไข แต่เขา... ไม่เคยเรียกร้องอะไร รถค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ซูหว่านมองแสงไฟด้านนอก เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เธอรู้สึกว่า บางที... เธออาจไม่จำเป็นต้องต่อสู้เพียงลำพัง แต่ในขณะเดียวกัน เธอยังไม่รู้ว่า ข้อเสนอที่ไม่มีเงื่อนไขในวันนี้ กำลังทำให้พยัคฆ์เข้าใกล้หัวใจของเธอมากขึ้น และเมื่ออดีตเริ่มตอบโต้ ชายที่ปิดบังตัวตนอยู่ จะต้องเลือก ระหว่างการปล่อยให้เธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง หรือเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วเขาคือใคร เช้าวันใหม่ ซูหว่านเดินเข้าบริษัทด้วยท่าทางสงบนิ่ง หลังจากการพบกลุ่มนักลงทุนเมื่อวาน สถานการณ์ของบริษัทเริ่มมีความหวังขึ้น แม้สัญญายังไม่ได้ลงนาม แต่ข้อเสนอที่ได้รับทำให้ทีมบริหารเริ่มกลับมามั่นใจ พนักงานหลายคนพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม “คุณซูมาแล้ว” “สวัสดีค่ะ คุณซู” ซูหว่านพยักหน้ารับ “สวัสดีค่ะ” เธอเดินผ่านโถงบริษัท แต่ยังไม่ทันถึงห้องทำงาน เลขาก็รีบเข้ามาหา สีหน้าของอีกฝ่ายไม่สู้ดีนัก “คุณซูคะ” “มีเรื่องเกิดขึ้นค่ะ” ซูหว่านหยุดเดิน “เรื่องอะไร” เลขายื่นโทรศัพท์ให้ “ข่าวของคุณขึ้นทุกสื่อแล้วค่ะ” ซูหว่านรับโทรศัพท์ บนหน้าจอมีพาดหัวข่าวขนาดใหญ่ **“อดีตภรรยาตระกูลฟู่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแลกเงินลงทุน?”** ด้านล่างมีภาพของเธอกับพยัคฆ์ เป็นภาพตอนทั้งสองเดินออกจากร้านอาหาร ภาพตอนพยัคฆ์เปิดประตูรถให้ และภาพที่เขายืนอยู่ข้างเธอหน้าบริษัท เนื้อข่าวเขียนว่า ซูหว่านใช้ความสัมพันธ์กับชายลึกลับ เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางธุรกิจ บางสื่อถึงกับกล่าวหาว่า เธอเริ่มคบหากับชายคนใหม่ตั้งแต่ก่อนหย่า ซูหว่านอ่านข่าวจนจบ สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยน “ใครปล่อยข่าว” “เรากำลังตรวจสอบค่ะ” “ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐาน” “ค่ะ” “และอย่าให้พนักงานตอบคำถามสื่อ” “รับทราบค่ะ” เธอส่งโทรศัพท์คืน ก่อนเดินเข้าห้องทำงาน แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่เธอรู้ดีว่า ข่าวครั้งนี้ไม่ได้ต้องการโจมตีแค่ชื่อเสียงของเธอ พวกเขาต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของบริษัท และทำให้กลุ่มนักลงทุนถอนตัว ... ภายในห้องประชุม ผู้บริหารหลายคนเริ่มกังวล “คุณซูครับ” “ข่าวกำลังแพร่เร็วมาก” “นักลงทุนโทรมาถามแล้ว” “ถ้าข่าวไม่หยุด อาจกระทบการเซ็นสัญญา” ซูหว่านเปิดเอกสาร “เราจะออกแถลงการณ์” “แต่ถ้าออกมาปฏิเสธ คนอาจคิดว่าเราร้อนตัว” “งั้นก็ไม่ต้องปฏิเสธด้วยคำพูด” ทุกคนมองเธอ “เราใช้หลักฐาน” “กล้องวงจรปิด” “บันทึกการประชุม” “เอกสารการติดต่อ” “ทุกอย่างพิสูจน์ได้ว่าการลงทุนเกิดจากแผนธุรกิจ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ส่วนตัว” เธอมองผู้บริหาร “อย่าลืมว่า คนที่ปล่อยข่าวต้องการให้เราเสียสติ” “ถ้าเราตอบโต้ด้วยอารมณ์ เราจะตกอยู่ในเกมของเขา” คำพูดของเธอทำให้ทุกคนเริ่มสงบ ... ขณะเดียวกัน ภายในโรงแรม ฟู่กำลังอ่านข่าวบนโทรศัพท์ เมื่อเห็นภาพซูหว่านกับพยัคฆ์ สีหน้าของเขาเย็นลงทันที “ใครปล่อยข่าว” เลขาตอบ “ยังไม่ทราบครับ” “ตรวจสอบ” “ครับ” ฟู่เลื่อนดูภาพ เขาเห็นพยัคฆ์ยืนอยู่ข้างซูหว่าน ท่าทางของชายคนนั้นไม่ได้เหมือนคนที่หวังผล แต่กลับเหมือนกำลังปกป้อง ความรู้สึกบางอย่างทำให้ฟู่ไม่พอใจ “เรื่องนักลงทุนล่ะ” “เราตรวจสอบแล้วครับ” “กลุ่มทุนที่พบคุณซูมีความสัมพันธ์กับบริษัทระดับนานาชาติ” “แล้วพยัคฆ์เกี่ยวข้องยังไง” “ยังไม่ทราบ” ฟู่เงยหน้า “ยังไม่ทราบอีกแล้ว?” “ข้อมูลของเขาถูกปิดไว้ทั้งหมด” เลขาก้มหน้า “เราไม่สามารถเข้าถึงประวัติได้” ฟู่กำโทรศัพท์แน่น คนที่ไม่มีข้อมูล... อาจเป็นคนธรรมดา หรือไม่ก็... เป็นคนที่มีอำนาจมากจนไม่มีใครกล้าเปิดเผยข้อมูล ... อีกด้านหนึ่ง หยกนั่งอยู่ในห้องพัก เธอมองข่าวด้วยรอยยิ้ม “เป็นยังไงบ้าง” เธอถามคนในโทรศัพท์ “ข่าวกำลังถูกแชร์จำนวนมากครับ” “ดี” “แต่ถ้าคุณชายฟู่รู้…” “เขาไม่รู้” หยกตอบ “ฟู่คิดว่าฉันเป็นคนอ่อนโยน” “เขาจะไม่มีวันสงสัยฉัน” เธอมองภาพซูหว่าน “ครั้งนี้ ต่อให้บริษัทของเธอไม่ล้ม” “ชื่อเสียงของเธอก็ต้องพัง” ... ช่วงบ่าย ซูหว่านเดินออกจากบริษัท นักข่าวหลายคนรออยู่ “คุณซู!” “ข่าวเรื่องคุณกับชายลึกลับเป็นความจริงหรือไม่” “คุณใช้ความสัมพันธ์เพื่อแลกกับเงินลงทุนจริงไหม” “คุณเริ่มคบกับเขาก่อนหย่าหรือเปล่า” คำถามดังขึ้นพร้อมกัน ซูหว่านหยุดเดิน เธอมองนักข่าว ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงชัดเจน “เรื่องส่วนตัวของฉัน ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารบริษัท” “แต่ถ้ามีใครกล่าวหาว่าฉันทุจริต” “ฉันจะดำเนินคดีตามกฎหมาย” “แล้วเรื่องผู้ชายคนนั้นล่ะ” “เขาเป็นใคร” ซูหว่านนิ่ง เพราะเธอเองก็ยังไม่รู้ว่า พยัคฆ์เป็นใคร ทันใดนั้น รถสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้า ประตูเปิดออก พยัคฆ์เดินลงมา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงเดินผ่านกลุ่มนักข่าว แล้วมายืนข้างซูหว่าน “ขึ้นรถ” เขาพูดสั้น ๆ ซูหว่านมองเขา “แต่…” “เรื่องที่เหลือให้ทีมกฎหมายจัดการ” น้ำเสียงของเขาสงบ แต่มีอำนาจบางอย่าง นักข่าวพยายามเดินเข้ามา แต่ชายชุดดำสองคนที่ยืนอยู่ใกล้รถขยับเข้าขวาง ซูหว่านมองพยัคฆ์ “พวกเขาเป็นใคร” “คนรู้จัก” “คุณมีคนรู้จักเยอะจัง” พยัคฆ์ไม่ตอบ เขาเปิดประตูรถให้ “ขึ้นไปก่อน” ซูหว่านขึ้นรถ รถเคลื่อนออกจากบริษัท ... ภายในรถ ซูหว่านนั่งเงียบ พยัคฆ์มองเธอ “โกรธไหม” “ไม่” “เสียใจ?” “ไม่” “แล้วรู้สึกยังไง” ซูหว่านมองออกไปนอกหน้าต่าง “เหนื่อย” คำตอบนั้นทำให้พยัคฆ์นิ่ง “เหนื่อยกับอะไร” “เหนื่อยกับการต้องพิสูจน์ตัวเอง” เธอพูดเบา ๆ “ไม่ว่าฉันจะทำอะไร” “คนก็ยังคิดว่าฉันได้ทุกอย่างเพราะตระกูล” “ตอนนี้พวกเขายังคิดว่าฉันใช้ผู้ชาย” พยัคฆ์มองเธอ “คุณไม่ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเชื่อ” “แต่ฉันต้องปกป้องบริษัท” “คุณทำได้” “คุณมั่นใจเกินไป” “ผมเห็นด้วยตาตัวเอง” คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบ พยัคฆ์หยิบกล่องอาหารจากด้านข้าง “กินก่อน” ซูหว่านมอง “คุณคิดว่าฉันจะหายเครียดเพราะอาหารเหรอ” “ไม่” “แล้วเอามาทำไม” “เพราะคุณยังไม่ได้กินข้าว” เธอชะงัก เขายังคงจำเรื่องเล็ก ๆ ของเธอได้ “คุณจำวันที่ฉันกินข้าวได้ด้วยหรือ” “ผมจำเรื่องที่เกี่ยวกับคุณได้” คำพูดนั้นทำให้หัวใจเธอสั่น แต่พยัคฆ์กลับหันไปมองหน้าต่าง เหมือนไม่ได้พูดอะไรสำคัญ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD