ตอนที่ 1 Bad Luck

1698 Words
(ไปดูหนังด้วยกันมั้ยพรุ่งนี้) ในใจหวั่นๆเล็กน้อย “เรื่องอะไรล่ะ” (โลว์ซีซั่นมั้ยล่ะ ดูรึยัง) “ยังไม่ดูเลย แล้วจะดูรอบไหนอ่ะ” (บ่ายโมงมั้ย ไหนๆพรุ่งนี้พี่ก็ไม่ได้เข้าไปทำแลปด้วยนิ) “โอเคได้ๆ เจอกันโรงหนัง” (ไม่ๆ เดี๋ยวผมเข้าไปรับ ตอนสิบเอ็ดโมง ส่งโลมาให้เลย) “แปบ” ฉันกดส่งโลเคชั่นที่อยู่คอนโดของตัวเองไปให้รุ่นน้องต่างคณะที่คุยๆกันอยู่ (เจอกันพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวถึงแล้วจะโทรหา รีบนอนนะ) “อื้มมมม ฝันดีนะ” (ฝันดี ผมไปนอนละ) หลังจากที่กดวางโทรศัพท์ ฉันยกมือขึ้นมาจับหน้าตัวเองและสัมผัสได้ถึงไอร้อนเบาๆที่แก้ม ฉันดีดตัวลุกจากที่นอนแล้วเดินไปที่หน้ากระจกทันที และสิ่งที่เห็นก็คือใบหน้าของตัวเองที่แดงและลามไปถึงหู ฉันตื่นมาเช้าวันเสาร์ รีบอาบน้ำและออกมาแต่งตัว เครื่องสำอางที่แต่งแต้มบนใบหน้า ผมสีน้ำตาลประกายทองดัดลอน เสื้อสีชมพูและกางเกงยีนสีอ่อน พร้อมกับฉีดน้ำหอมกลิ่นหอมอ่อนๆ ครืดดดด ครืดดดดดด ฉันหมุนตัวหน้ากระจกไปมา ก่อนที่จะละสายตาไปมองโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่บนเตียงว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา - ภู - (ใกล้ถึงแล้วนะพี่เอิร์น ลงมารอเลย) “โอเค เดี๋ยวพี่ลงไป” ฉันกดวางสายและเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายใบสีครีม แล้วออกจากห้องไป ฉันลงมารอได้สักพัก ก็มีรถซีวิคสีเทา เลี้ยวเข้ามาจอดตรงทางเข้าล็อบบี้ของคอนโด ฉันหายใจเข้าลึกๆก่อนที่จะลุกขึ้นจากโซฟาที่นั่งรอ แม้จะเคยเจอกันมาแล้ว เคยโทรคุยกันแล้ว แต่ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่ดี “ไง” เมื่อเปิดประตูขึ้นรถไปน้องเขาก็ทักฉันทันที “ไงอะไรเล่า” ฉันปิดประตูรถพร้อมกับคาดเข็มขัด รุ่นน้องคนนี้ชื่อ ‘ภู’ หรือว่า ‘ภูเขา’ ปีสาม คณะบริหาร ถ้าจะบอกว่าหนุ่มหล่อประจำคณะก็ได้ เราสองคนคุยกันมาหลายเดือนแล้ว ด้วยความที่ภูมีคนติดตามค่อนข้างเยอะ การที่เราคุยกันอย่างงี้เลยมีใครรู้ไม่ค่อยเยอะสะเท่าไหร่ มีเพียงแค่เพื่อนฉันไม่กี่คน แล้วก็เพื่อนของภูไม่กี่คน “พี่กินข้าวยัง” ภูหันมาถามฉันในขณะที่เรากำลังติดไฟแดงอยู่ “ยังไม่กิน แล้วแกอ่ะ” “ยังไม่กินเหมือนกัน ไปหาไรกินก่อนมั้ย” “แล้วจะกินอะไรอ่ะ” “แล้วพี่อยากกินอะไรอ่ะ” “ไม่รู้ ให้สิทธิ์แกเลือกเลย” ฉันหันไปยิ้ม “ไอ้อ้วนเอ้ย” ภูยกมือขึ้นบีบแก้มฉันจนปากจู๋ “ไม่ได้อ้วน” “อ้วน พี่รู้มั้ยว่าพี่ว่าตัวเองน่าหมั่นเขี้ยวมากแค่ไหน หื้ม” ภูบีบแก้มฉันพร้อมกับส่ายไปมา ไม่นานเราก็มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งนึง ด้วยความที่วันนี้เป็นวันเสาร์ ผู้คนเลยค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังเป็นตอนเที่ยงอีกต่างหาก “ผมซื้อบัตรละนะ” ภูหันโทรศัพท์มาให้ฉันดู “โซฟาหรอ” ภูพยักหน้าตอบ “ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารค่ะ” พนักงานร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราไปกินเดินมาเข้าเสิร์ฟอาหารพอดี “ขอซื้อชานมไข่มุกก่อนได้มั้ย” หลังจากที่เดินออกมาจากร้านอาหาร ฉันเห็นร้านชานมไข่มุกเลยหันไปถามเขา “เอาโกลเด้นบับเบิ้ลมิลที ไซส์เอ็ม หวานปกติค่ะ” ไม่นานก็ถึงคิวของฉัน “กินมั้ย” “ได้หรอ” “ถามเฉยๆ ไม่ให้กินหรอก” “ไม่ให้กินก็จะกิน” ภูโน้มตัวลงมาดูดชานมไข่มุกในมือของฉัน เมื่อใกล้ถึงเวลาที่หนังจะเริ่ม ภายในโรงหนังที่มืดและมีหู้คนค่อนข้างเยอะ บางคนก็มาดูคนเดียว บางคนก็มาดูกับแฟน บางคนก็มาดูกับเพื่อน ฉันหันไปมองคนข้างๆ นึกๆแล้วก็เหมือนฝันไปเลย จากคนที่ฉันแค่แอบปลื้มๆ จนวันนี้ ไม่คิดว่าจะได้คุยกันด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าภูจะทักมา ไม่คิดว่าจะได้มาดูหนังด้วยกัน ถ้านี้เป็นฝัน...ไม่สิฉันอยากให้เราเป็นอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆมากกว่า ไม่อยากให้เป็นความฝัน เพราะเมื่อตื่น..ความฝันนั้นมันจะหายไป “ตะลึงในความหล่อรึไง มองนานขนาดนี้” “เว่อร์” ฉันมองบน “ผมกับมาริโอ้ใครหล่อกว่า” ภูหันมาถามฉัน “มาริโอ้” “โฮ~ พี่อ่ะ” ว่าแล้วภูก็เอนศีรษะมาซบไหล่แล้วเอามือฉันไปจับไว้ ถ้าจะบอกว่าภายในใจมันไม่เต้นระรัวก็คงจะโกหก ‘กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด~’ ฉันสะดุ้งตามหนังที่ฉายในจอ เมื่อนางเอกไปเจอศพของคนที่ตาย จึงยกมือขึ้นมาปิดตาตัวเองทันที “กลัวหรอ” ภูจับมือที่ปิดตาอยู่นั้นออก “ไม่ได้กลัว แค่ตกใจเฉยๆหน่า” ฉันกระแอมแก้เขินก่อนจะพูดออกไป “อืมๆ แค่ตกใจ” ภูจับมือฉันไว้อีกครั้ง ซึ่งฉันก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่โอเคหรืออะไร..แต่ทว่ากลับยกมือฉันขึ้นและจูบเบาๆที่หลังมือ ฉันมองการกระทำของเขาเงียบๆ ที่เขาจะทำให้ฉันช็อคกลางโรงหนังเลยรึไง แล้วเราก็นั่งดูหนังอย่างเงียบๆ มือที่เคยจับไว้อยู่ยังไง เขาก็ยังคงจับไว้อยู่อย่างนั้น ‘หัวใจของฉันไม่เคยเต้นแรงกับใครแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ’ ฉันได้แต่นั่งทบทวนและตั้งคำถามภายในใจกับตัวเอง ‘ถ้าพระอาทิตย์เลือนหาย เธอจะอยู่กับฉันได้ไหม ถ้ายังไม่รีบไปไหน อยากขอมีเธอข้างกาย..’ พระเอกมองหน้านางเอก ก่อนที่จะค่อยๆจูบนางเอก ช้าๆ ฟอดดดดด~ ฉันยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเองทันที เมื่ออยู่ดีๆภูก็หอมแก้มฉันอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง “...” ฉันหันไปมองหน้า “...” แต่ทว่ากลับไม่มีใครพูดอะไรออกมา “หันไปดูหนังๆ” ภูจับหน้าฉันให้หันไปดูหนัง ฉันยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเองเบาๆก่อนที่จะยิ้มออกมา หนังดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้แฟนเก่าของนางเอกโทรมา ‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ ‘โอเคมั้ยเนี่ย’ ‘ขอโทษนะ’ ‘ขอโทษทำไมเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย’ ‘ขอโทษทำไมเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย’ ประโยคนี้ฉันหันไปมองภูอีกครั้ง เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย สถานะตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลย ว่าเราเป็นอะไรกัน แม้ในใจลึกๆฉันอยากจะเป็น...แฟนเขาก็เถอะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะคิดเหมือนกับฉันมั้ย หลังจากดูหนังจบ ฉันได้แต่ภาวนาให้.. มันไม่จบแบบเดิม “พี่ไปไหนต่อมั้ย” “ว่าจะเข้าไปคณะแปบนึง แล้วแกอ่ะ” “ผมมีถ่ายงานต่อ” ฉันพยักหน้า “งั้นเดี๋ยวผมเข้าไปส่งที่คณะนะ” “แล้วงาน” “ไปทันอยู่หรอกหน่า” “บ๊ายบายยย ขับรถดีๆนะ” ฉันโบกมือบ๊ายบายก่อนที่นะกลับหลังหันเดินเขาไปภายในตึกของคณะ “ลมอะไรหอบคุณหมอศิรินมาที่นี่ตอนวันเสาร์คะ” “ไม่มีลมอะไรหรอกค่ะ แค่เกิดอาการคิดถึงคุณหมอขวัญข้าวเฉยๆ” “จะอ้วกค่ะ มาหากูมีอะไร” ขวัญหรือขวัญข้าว เพื่อนสนิทของฉัน เรียนทันตะเหมือนกัน “ก็แค่แวะมาหาเฉยๆ มึงมีนอกเวลาหรอ” “ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่อง สีหน้ามันบอกกูหมดทุกอย่างแล้วค่ะ” ขวัญนั่งลงฝั่งตรงข้าม “ไปดูหนังด้วยกันหรอ” ฉันอมยิ้มก่อนที่จะพยักหน้าตอบ “ยังไง ทำไมกูไม่รู้ เล่ามา! ให้! หมด!” ครืดดดด ครืดดดดด “โทรศัพท์มึง” ฉันบอก “สวัสดีค่ะ อ่อได้ค่ะ เดี๋ยวขวัญจะไปเดี๋ยวนี้นะคะ” “คนไข้กูมาละ” “เออๆ เจอกันวันจันทร์” “แล้วนี้มึงมาไง” ขวัญหันหลังมาถามฉัน “น้องมาส่ง” ขวัญมองบน “แล้วมึงจะกลับไง” “แกรปไง” “เอออๆๆ กลับดีๆ”                                                                                                                                                         พี่ถึงห้องละนะ : Me                                                                                                                                                                   ทำไรอยู่ : Me ฉันไลน์ไปหา แต่ก็ไม่มีข้อความอะไรตอบกลับมา “ถ่ายงานอยู่สินะ” ฉันกดเข้าไปดูในสตอรี่ของภู เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนฟ้าปลี่ยนสีแล้ว ภูก็ยังคงไม่ตอบข้อความของฉัน ฉันกดเข้าไปดูสตอรี่ของภูที่พึ่งจะลงใหม่ และเมื่อกดเข้าไปดูก็เห็น...ว่าเขาไปเที่ยวกับเพื่อน ไปเที่ยวทำไมไม่บอกฉัน...ปกติไม่เคยเป็นแบบนี้นิ                                                                                                                                                             ไปเที่ยวหรอ : Me ก็ยังคงไม่ตอบ ฉันจึงกดเข้าไปในไอจีและเห็นเขาลงสตอรี่อันใหม่ ‘ลงสตอรี่ได้ แต่ตอบไลน์ฉันไม่ได้เนี้ยนะ’ ฉันได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง ภายในใจเริ่มหวั่นๆ กลัวว่าจะจบเหมือนทุกครั้งที่เคยเจอ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนห้าทุ่มกำลังจะเที่ยงคืน ภูเขาก็ยังไม่มีวี่แววที่จะตอบไลน์ฉันเลนแม้แต่น้อย ‘อีกแล้วสินะ’ ในใจนึกย้ำตัวเอง ว่าจบแบบเดิมอีกแล้วสินะ ทุกๆครั้งที่อีกฝ่ายหายไป ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันทำอะไรผิดไปรึเปล่า                                                                                                                                                                                งั้น : Me                                                                                                                                                         พี่ไม่กวนแกดีกว่า : Me                                                                                                                                                                         ฝันดีนะ : Me ประโยคสุดท้ายในความสัมพันธ์นี้..อีกแล้วสินะที่ต้องกลับมาทำใจ อีกครั้งสินะที่ต้องกลับมารักตัวเอง “บ๊ายบาย..ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก” siirin_                                                                         ‘ขอโทษที่เข้าไปเป็นเม็ดฝน                                                                                 แทนที่จะเป็นร่มให้’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD