ในช่วงสายของวันถัดมา กว่าฉัตรชยาจะฟื้นขึ้นจากนิทราก็เป็นเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง หญิงสาวลืมตามองเพดานสีขาวสะอาดตาเพื่อทบทวนเรื่องราวแห่งคืนเร่าร้อนที่เกิดขึ้น ทำเอาดวงหน้างดงามแดงซ่านด้วยความเขินอาย ทว่าพอหันไปทางคนข้างกายกลับพบเพียงความว่างเปล่า “คุณเจต...หายไปไหน...” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตนเอง ก่อนลุกพรวดขึ้นจากที่นอนหนานุ่มอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นลามไปทั่วร่างกายจนคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้งโหยง “โอ๊ย !” ฉัตรชยานั่งนิ่งตั้งสติ พลางสูดลมหายใจเข้าออกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ เอื้อมไปคว้าชุดคลุมตัวยาวสีขาวที่วางอยู่ตรงปลายเตียงขึ้นมาสวมใส่ด้วยความระมัดระวัง ด้วยเกรงว่าขยับเขยื้อนร่างกายปุบปับจะทำให้ส่วนที่เคล็ดขัดยอกแสดงอาการออกมา กว่าจะสวมชุดคลุมเรียบร้อย กระทั่งผูกสายคาดเอวเสร็จสิ้นก็กินเวลาไปไม่น้อย จากนั้นหญิงสาวจึงค่อย ๆ ขยับกายมานั่งห้อยขาที่ปลายเตียง ก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนตัวตรง

