ฉัตรชยานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียงหนึ่งคืนเท่านั้น แพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้
หลังออกจากโรงพยาบาล มุนินทร์ก็พาเพื่อนรักกลับไปพักรักษาตัวต่อที่คอนโดมิเนียม โดยที่มุนินทร์ตัดสินใจมาอยู่กับฉัตรชยาเป็นการชั่วคราว จนกระทั่งอาการของเพื่อนสาวเริ่มดีขึ้น
ระหว่างนั้นฉัตรชยาก็ให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนกุญแจที่คอนโดฯ และให้แม่บ้านเข้ามาเก็บข้าวของของภาสกรและแอรินใส่กล่องกระดาษลงไปฝากที่นิติบุคคลชั้นล่าง โดยมีมุนินทร์ช่วยติดต่อไปยังชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นให้มารับไปภายในเจ็ดวัน มิเช่นนั้นฉัตรชยาจะนำไปบริจาคให้มูลนิธิทั้งหมด
จากนั้นเธอก็ได้แต่งตั้งทนายขึ้นมาจัดการเรื่องเรือนหอที่เธอซื้อร่วมกันกับภาสกร และแจ้งความจำนงยกเลิกการจัดงานแต่งงานกับทางโรงแรมเป็นอันจบสิ้น
จิตใจของฉัตรชยาค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมาทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทว่าเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธอในครั้งนี้ ทำให้นักเขียนสาวไม่สามารถสร้างสรรค์นิยายรักภายใต้นามปากกาชยานิภาได้อีกเลย
ตลอดสามเดือนมานี้ เธอจึงทำได้เพียงแค่แจ้งข่าวแก่แฟนคลับผ่านทางหน้าเพจชยานิภาว่าเธอกำลังประสบปัญหาด้านสุขภาพจึงไม่อาจ
อัปเดตผลงานรายตอนเรื่องใหม่ลงบนแพลตฟอร์มได้ จึงมีเพียงผลงานเรื่องล่าสุดที่เพิ่งตีพิมพ์และจะนำมาวางขายที่งานสัปดาห์หนังสือในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น
โชคดีที่แฟนคลับของเธอเข้าใจ อีกทั้งยังส่งกำลังใจมาให้มากมาย นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาติดตามเธอเมื่อสามเดือนก่อน เข้ามาคอมเมนต์พูดคุยและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด ซึ่งฉัตรชยาก็ติดตามชายหนุ่มกลับไป และเธอก็มักจะเข้าไปดูภาพถ่ายวิวทิวทัศน์สวยงามจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในเพจของเขาอีกด้วย ทว่าหลายวันมานี้เขาเงียบหายไป เนื่องจากเดินทางไปงานเทศกาลภาพถ่ายบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย
ติ๊ง~
ยังไม่ทันไร คนที่เธอนึกถึงก็ส่งข้อความส่วนตัวเข้ามาในเพจ
Jet's journey : กลับมาแล้วครับคุณฉัตร
Chayanipha : การเดินทางราบรื่นดีไหมคะ
Jet's journey : ราบรื่นดีครับ ซื้อขนมมาฝากคุณฉัตรด้วย เดี๋ยวผมให้แมสไปส่งนะครับ
Chayanipha : ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องลำบากซื้อมา ฉัตรเกรงใจ
Jet's journey : ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ลำบากเลย
Chayanipha : งั้นก็ไม่เกรงใจนะคะ ขอบคุณค่ะ
Jet's journey : ด้วยความยินดีครับผม งั้นผมขอตัวก่อนครับ ไม่รบกวนแล้ว เดี๋ยวคืนนี้อัปรูปให้ดูครับ
Chayanipha : ค่ะ กลับมาเหนื่อย ๆ ก็พักผ่อนบ้างนะคะ
Jet's journey : เป็นห่วงเหรอครับ...
ข้อความจากเจตนิพัทธ์ทำเอามือบางที่วางอยู่บนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปชะงักค้าง ดวงตาคู่งามจ้องมองหน้าจอสี่เหลี่ยมนิ่งงันด้วยไม่รู้ว่าจะตอบออกไปอย่างไร
“ทำอะไรอ่ะ!” มุนินทร์โผล่เข้ามาพร้อมตบบ่าทั้งสองข้างจนเธอสะดุ้งโหยง
“โอ๊ย...ตกใจหมดเลย มาไม่ให้สุ้มให้เสียง”
“โอ้โห...ฉันเดินตึงตังเข้ามาตั้งแต่หน้าประตู วางของบนโต๊ะดังโครม แกก็ยังนั่งเหม่อมองหน้าจออยู่เลย ไหนดูซิมีอะไร”
มุนินทร์ยื่นหน้าเข้ามาอ่านข้อความระหว่างเพื่อนรักกับเจตนิพัทธ์ นั่นจึงทำให้ฉัตรชยาเพิ่งเห็นข้อความล่าสุดที่ชายหนุ่มเพิ่งส่งเข้ามา
Jet's journey : ผมไม่รบกวนดีกว่าครับ คุณฉัตรก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ
“เฮ้อ...เมื่อไหร่จะยอมรับเนี่ยว่าคุณเจตเขาจีบแก” มุนินทร์โพล่งออกมาตรง ๆ
ฉัตรชยาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา แม้ว่าเธอจะสามารถตัดใจจากภาสกรได้แล้ว แต่เธอก็ยังลังเลหากจะต้องเริ่มต้นใหม่กับใคร
“เขาไม่เคยพูดนี่ว่าจีบฉัน อีกอย่างหนึ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” มุนินทร์พยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
“อืม ว่าแต่แกเริ่มเขียนนิยายได้บ้างยัง”
“...” ฉัตรชยาถ่มลมหายใจออกมาด้วยความปลง ก่อนส่ายศีรษะเบา ๆ แทนคำตอบ
“อ้าว...ไม่ดีขึ้นบ้างเลยเหรอ”
“อืม...ฉันคงต้องมองหาอาชีพอื่นไว้บ้างแล้วล่ะ”
“อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย รวย ๆ แบบแกน่ะ ต่อให้ไม่ต้องทำงานก็สบายอยู่แล้ว ไหนจะมรดกที่พ่อแม่แกทิ้งไว้ให้ ทั้งที่ดินเอย กองทุนเอย สารพัด ตอนนี้แกพักสมองไปก่อนเลย”
“อืม ถึงยังไงฉันก็ยังอยากทำงานอ่ะ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ”
ได้ยินแบบนั้นมุนินทร์ก็ครุ่นคิดตามคำกล่าวของเพื่อนรัก ก่อนที่หล่อนจะนึกอะไรดี ๆ ขึ้นได้
“เอางี้ไหมเราไปเที่ยวกันดีกว่า สามเดือนมานี้แกเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ลองออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ หาประสบการณ์ใหม่ ๆ เผื่อจะได้ไอเดีย ได้แรงบันดาลใจอะไรขึ้นมาไงแก” มุนินทร์ว่าพลางเขย่าแขนเพื่อนรักด้วยความกระตือรือร้น
“แล้วเราจะไปไหนกันล่ะ ปกติฉันก็ไม่เคยไปไหน”
ฉัตรชยามองหน้าเพื่อนรักด้วยความจนปัญญา ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเข้าวัยเบญจเพส เธอมีโอกาสได้ท่องเที่ยวไกลสุดก็แค่ทัศนศึกษากับทางโรงเรียน นอกเหนือจากนั้นฉัตรชยาก็มอบเวลาทั้งหมดให้กับหนังสือนิยายที่เธอรัก ยิ่งได้มาเป็นนักเขียนนิยายก็ยิ่งเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง แทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน
ด้านมุนินทร์ก็หน้านิ่วขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างออกมา
“ฉันนึกออกแล้ว เราไปกับแก๊งผัวฉันไง พี่ตั้วเขาจะไปออกทริปถ่ายรูปกับแก๊งตากล้องพอดีเลย”
“เหรอ...แล้วเขาจะไปไหนกัน” คำถามของเพื่อนรักทำมุนินทร์ชะงักไป เพราะหล่อนก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไรตอนที่สามีพร่ำพรรณนาถึงความสวยงามของสถานที่นั้น
“เอ่อว่ะ มันชื่ออะไรนะไม่คุ้นหูเลย”
“อ้าว แกจะบ้าเหรอ ไม่คุ้นก็แสดงว่าไม่ค่อยมีใครไปหรือเปล่า แล้วมันจะโอเคเหรอ” ฉัตรชยาเริ่มไม่คล้อยตาม
“แป๊บนึง โทรหาผัวก่อน”
มุนินทร์ว่าจบก็ลุกขึ้นเดินไปคว้ากระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหาร ก่อนควานหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าขึ้นมากดต่อสายหาไตรภพผู้เป็นสามี
“ฮัลโหลบี๋...ทริปเดือนหน้าบี๋ไปที่ไหนนะคะ...อะไรนะคะบี๋...เล...เลห์ลาดัก...อ๋อ...คืองี้ค่ะบี๋ นินทร์กับฉัตรขอไปด้วยได้ไหมคะ...แน่ใจสิคะ...ไหวค่ะ...ก็สวยใช่ไหมล่ะ...โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะบี๋...รักเหมือนกันค่ะ...บาย”
ฉัตรชยานั่งมองเพื่อนสาวคุยกับสามีหวานเสียจนมดแทบขึ้น ก่อนจะเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
“ฉันน่าจะเอาเรื่องแกมาเขียนนิยายนะ ประสบการณ์จากคนใกล้ตัว”
“ฉันคิดค่าลิขสิทธิ์”
“โอ๊ย...หน้าเลือด กับเพื่อนก็ไม่เว้น ว่าแต่พี่ตั้วจะไปไหนนะเมื่อกี้ฉันฟังไม่ถนัด”
ฉัตรชยาว่าจบก็วางมือลงบนแป้นพิมพ์ เพื่อเตรียมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว
“เลห์ลาดัก”
สิ้นเสียงเพื่อนรัก ฉัตรชยาก็เคาะแป้นพิมพ์ระรัว ก่อนกดค้นหาภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่มุนินทร์ว่ามา ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอสี่เหลี่ยม ทำสองสาวตาลุกวาวพร้อมกัน
“โคตรสวยเลยนินทร์”
“ไงล่ะ ไปไม่ไป”
“ไป ๆ”
เมื่อตกลงกันได้แบบนั้น ทั้งคู่ก็เริ่มวางแผนเตรียมตัวเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวในเดือนหน้าโดยคร่าว ๆ จากนั้นก็พากันไปรับประทานส้มตำรสแซ่บพร้อมข้าวเหนียวไก่ย่างที่มุนินทร์หิ้วมาฝากอย่างเอร็ดอร่อย