เพื่อนใหม่

1335 Words
ฉัตรชยานอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียงหนึ่งคืนเท่านั้น แพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ หลังออกจากโรงพยาบาล มุนินทร์ก็พาเพื่อนรักกลับไปพักรักษาตัวต่อที่คอนโดมิเนียม โดยที่มุนินทร์ตัดสินใจมาอยู่กับฉัตรชยาเป็นการชั่วคราว จนกระทั่งอาการของเพื่อนสาวเริ่มดีขึ้น ระหว่างนั้นฉัตรชยาก็ให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนกุญแจที่คอนโดฯ และให้แม่บ้านเข้ามาเก็บข้าวของของภาสกรและแอรินใส่กล่องกระดาษลงไปฝากที่นิติบุคคลชั้นล่าง โดยมีมุนินทร์ช่วยติดต่อไปยังชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นให้มารับไปภายในเจ็ดวัน มิเช่นนั้นฉัตรชยาจะนำไปบริจาคให้มูลนิธิทั้งหมด จากนั้นเธอก็ได้แต่งตั้งทนายขึ้นมาจัดการเรื่องเรือนหอที่เธอซื้อร่วมกันกับภาสกร และแจ้งความจำนงยกเลิกการจัดงานแต่งงานกับทางโรงแรมเป็นอันจบสิ้น จิตใจของฉัตรชยาค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมาทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทว่าเรื่องราวที่กระทบกระเทือนจิตใจของเธอในครั้งนี้ ทำให้นักเขียนสาวไม่สามารถสร้างสรรค์นิยายรักภายใต้นามปากกาชยานิภาได้อีกเลย ตลอดสามเดือนมานี้ เธอจึงทำได้เพียงแค่แจ้งข่าวแก่แฟนคลับผ่านทางหน้าเพจชยานิภาว่าเธอกำลังประสบปัญหาด้านสุขภาพจึงไม่อาจ อัปเดตผลงานรายตอนเรื่องใหม่ลงบนแพลตฟอร์มได้ จึงมีเพียงผลงานเรื่องล่าสุดที่เพิ่งตีพิมพ์และจะนำมาวางขายที่งานสัปดาห์หนังสือในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น โชคดีที่แฟนคลับของเธอเข้าใจ อีกทั้งยังส่งกำลังใจมาให้มากมาย นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาติดตามเธอเมื่อสามเดือนก่อน เข้ามาคอมเมนต์พูดคุยและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด ซึ่งฉัตรชยาก็ติดตามชายหนุ่มกลับไป และเธอก็มักจะเข้าไปดูภาพถ่ายวิวทิวทัศน์สวยงามจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในเพจของเขาอีกด้วย ทว่าหลายวันมานี้เขาเงียบหายไป เนื่องจากเดินทางไปงานเทศกาลภาพถ่ายบนเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ติ๊ง~ ยังไม่ทันไร คนที่เธอนึกถึงก็ส่งข้อความส่วนตัวเข้ามาในเพจ Jet's journey : กลับมาแล้วครับคุณฉัตร Chayanipha : การเดินทางราบรื่นดีไหมคะ Jet's journey : ราบรื่นดีครับ ซื้อขนมมาฝากคุณฉัตรด้วย เดี๋ยวผมให้แมสไปส่งนะครับ Chayanipha : ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องลำบากซื้อมา ฉัตรเกรงใจ Jet's journey : ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ลำบากเลย Chayanipha : งั้นก็ไม่เกรงใจนะคะ ขอบคุณค่ะ Jet's journey : ด้วยความยินดีครับผม งั้นผมขอตัวก่อนครับ ไม่รบกวนแล้ว เดี๋ยวคืนนี้อัปรูปให้ดูครับ Chayanipha : ค่ะ กลับมาเหนื่อย ๆ ก็พักผ่อนบ้างนะคะ Jet's journey : เป็นห่วงเหรอครับ... ข้อความจากเจตนิพัทธ์ทำเอามือบางที่วางอยู่บนแป้นพิมพ์แล็ปท็อปชะงักค้าง ดวงตาคู่งามจ้องมองหน้าจอสี่เหลี่ยมนิ่งงันด้วยไม่รู้ว่าจะตอบออกไปอย่างไร “ทำอะไรอ่ะ!” มุนินทร์โผล่เข้ามาพร้อมตบบ่าทั้งสองข้างจนเธอสะดุ้งโหยง “โอ๊ย...ตกใจหมดเลย มาไม่ให้สุ้มให้เสียง” “โอ้โห...ฉันเดินตึงตังเข้ามาตั้งแต่หน้าประตู วางของบนโต๊ะดังโครม แกก็ยังนั่งเหม่อมองหน้าจออยู่เลย ไหนดูซิมีอะไร” มุนินทร์ยื่นหน้าเข้ามาอ่านข้อความระหว่างเพื่อนรักกับเจตนิพัทธ์ นั่นจึงทำให้ฉัตรชยาเพิ่งเห็นข้อความล่าสุดที่ชายหนุ่มเพิ่งส่งเข้ามา Jet's journey : ผมไม่รบกวนดีกว่าครับ คุณฉัตรก็พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ “เฮ้อ...เมื่อไหร่จะยอมรับเนี่ยว่าคุณเจตเขาจีบแก” มุนินทร์โพล่งออกมาตรง ๆ ฉัตรชยาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา แม้ว่าเธอจะสามารถตัดใจจากภาสกรได้แล้ว แต่เธอก็ยังลังเลหากจะต้องเริ่มต้นใหม่กับใคร “เขาไม่เคยพูดนี่ว่าจีบฉัน อีกอย่างหนึ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้ว เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” มุนินทร์พยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อืม ว่าแต่แกเริ่มเขียนนิยายได้บ้างยัง” “...” ฉัตรชยาถ่มลมหายใจออกมาด้วยความปลง ก่อนส่ายศีรษะเบา ๆ แทนคำตอบ “อ้าว...ไม่ดีขึ้นบ้างเลยเหรอ” “อืม...ฉันคงต้องมองหาอาชีพอื่นไว้บ้างแล้วล่ะ” “อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย รวย ๆ แบบแกน่ะ ต่อให้ไม่ต้องทำงานก็สบายอยู่แล้ว ไหนจะมรดกที่พ่อแม่แกทิ้งไว้ให้ ทั้งที่ดินเอย กองทุนเอย สารพัด ตอนนี้แกพักสมองไปก่อนเลย” “อืม ถึงยังไงฉันก็ยังอยากทำงานอ่ะ ไม่อยากอยู่เฉย ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ” ได้ยินแบบนั้นมุนินทร์ก็ครุ่นคิดตามคำกล่าวของเพื่อนรัก ก่อนที่หล่อนจะนึกอะไรดี ๆ ขึ้นได้ “เอางี้ไหมเราไปเที่ยวกันดีกว่า สามเดือนมานี้แกเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ลองออกไปเปลี่ยนบรรยากาศ หาประสบการณ์ใหม่ ๆ เผื่อจะได้ไอเดีย ได้แรงบันดาลใจอะไรขึ้นมาไงแก” มุนินทร์ว่าพลางเขย่าแขนเพื่อนรักด้วยความกระตือรือร้น “แล้วเราจะไปไหนกันล่ะ ปกติฉันก็ไม่เคยไปไหน” ฉัตรชยามองหน้าเพื่อนรักด้วยความจนปัญญา ตั้งแต่เกิดมาจนอายุเข้าวัยเบญจเพส เธอมีโอกาสได้ท่องเที่ยวไกลสุดก็แค่ทัศนศึกษากับทางโรงเรียน นอกเหนือจากนั้นฉัตรชยาก็มอบเวลาทั้งหมดให้กับหนังสือนิยายที่เธอรัก ยิ่งได้มาเป็นนักเขียนนิยายก็ยิ่งเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง แทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ด้านมุนินทร์ก็หน้านิ่วขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างออกมา “ฉันนึกออกแล้ว เราไปกับแก๊งผัวฉันไง พี่ตั้วเขาจะไปออกทริปถ่ายรูปกับแก๊งตากล้องพอดีเลย” “เหรอ...แล้วเขาจะไปไหนกัน” คำถามของเพื่อนรักทำมุนินทร์ชะงักไป เพราะหล่อนก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไรตอนที่สามีพร่ำพรรณนาถึงความสวยงามของสถานที่นั้น “เอ่อว่ะ มันชื่ออะไรนะไม่คุ้นหูเลย” “อ้าว แกจะบ้าเหรอ ไม่คุ้นก็แสดงว่าไม่ค่อยมีใครไปหรือเปล่า แล้วมันจะโอเคเหรอ” ฉัตรชยาเริ่มไม่คล้อยตาม “แป๊บนึง โทรหาผัวก่อน” มุนินทร์ว่าจบก็ลุกขึ้นเดินไปคว้ากระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหาร ก่อนควานหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าขึ้นมากดต่อสายหาไตรภพผู้เป็นสามี “ฮัลโหลบี๋...ทริปเดือนหน้าบี๋ไปที่ไหนนะคะ...อะไรนะคะบี๋...เล...เลห์ลาดัก...อ๋อ...คืองี้ค่ะบี๋ นินทร์กับฉัตรขอไปด้วยได้ไหมคะ...แน่ใจสิคะ...ไหวค่ะ...ก็สวยใช่ไหมล่ะ...โอเคค่ะ ขอบคุณนะคะบี๋...รักเหมือนกันค่ะ...บาย” ฉัตรชยานั่งมองเพื่อนสาวคุยกับสามีหวานเสียจนมดแทบขึ้น ก่อนจะเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ “ฉันน่าจะเอาเรื่องแกมาเขียนนิยายนะ ประสบการณ์จากคนใกล้ตัว” “ฉันคิดค่าลิขสิทธิ์” “โอ๊ย...หน้าเลือด กับเพื่อนก็ไม่เว้น ว่าแต่พี่ตั้วจะไปไหนนะเมื่อกี้ฉันฟังไม่ถนัด” ฉัตรชยาว่าจบก็วางมือลงบนแป้นพิมพ์ เพื่อเตรียมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว “เลห์ลาดัก” สิ้นเสียงเพื่อนรัก ฉัตรชยาก็เคาะแป้นพิมพ์ระรัว ก่อนกดค้นหาภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่มุนินทร์ว่ามา ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอสี่เหลี่ยม ทำสองสาวตาลุกวาวพร้อมกัน “โคตรสวยเลยนินทร์” “ไงล่ะ ไปไม่ไป” “ไป ๆ” เมื่อตกลงกันได้แบบนั้น ทั้งคู่ก็เริ่มวางแผนเตรียมตัวเดินทางเพื่อไปท่องเที่ยวในเดือนหน้าโดยคร่าว ๆ จากนั้นก็พากันไปรับประทานส้มตำรสแซ่บพร้อมข้าวเหนียวไก่ย่างที่มุนินทร์หิ้วมาฝากอย่างเอร็ดอร่อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD