บทนำ

1305 Words
บทนำ “อึก..” ร่างบางเปียกโชกด้วยเลือดเดินโซเซมาตามซอกตึกข้างโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เรียวแขนข้างซ้ายมีบาดแผลจากการถูกยิงและมีเลือดไหลหยดลงพื้นตลอดทาง “เลิกเดินเถอะน่า ต่อให้เดินไปกว่านี้ก็ไม่มีใครยื่นมือมาช่วยเธอหรอก” เสียงเข้มของชายวัยกลางคนที่เดินควงปืนตามหลังเทียน่าเอ่ยขึ้น ตอนนี้เป็นเวลาตีสามกว่า ๆ บนท้องถนนไร้ผู้คนแม้กระทั่งแสงสว่างยังยากที่จะส่องถึง ร่างเล็กเดินโซเซจนมีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันหนึ่งขับผ่านมาทางนี้ เธอไม่มีทางเลือกจึงกระโดดเข้าไปขวางทางรถไว้ “อยากตาย!” เจ้าของมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เอ่ยถามอย่างหัวเสีย ครั้นหันไปมองชายอีกคนกำลังเล็งปืนมาทางเขาจึงยกมือขึ้นเหนือศีรษะตามสัญชาตญาณ จู่ ๆ คนที่ยืนหอบหายใจรวยรินก็จับแขนเขาแน่น “ช่วยฉัน.." “เรื่องอะไรฉันต้องช่วย ซวยชะมัด” พรึบ! มีดพกสั้นที่หญิงสาวชักออกมาจ่อเข้าที่คอหอยนายแพทย์หนุ่ม “ช่วย..ฉัน” “เอาอะไรไปสู้กับคนมีปืนวะ” เขาชักสีหน้าใส่อย่างหงุดหงิด “อย่าเสือกดีกว่าครับหมอ เป็นหมอจริง ๆ สินะ” ชายคนมีปืนแสยะยิ้มพลางก้าวเข้ามาใกล้เขามากขึ้น “จริง ๆ ฉันไม่ได้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านนะ แต่เห็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิงปางตายแบบนี้ ไม่ช่วยก็ดูจะใจร้ายเกินไป” เขาก้าวออกจากรถแล้วเดินอ้อมมายืนตรงหน้าหญิงสาว “นั่นผัว..?” “ผัวบ้านนายสิ!” “หึ!” พีร์เจแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เขาเริ่มสำรวจใบหน้าและบาดแผลของหญิงสาว จากนั้นหยุดสายตาไว้ที่แผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่และต้นแขน วินิจฉัยด้วยตาเปล่าแล้วว่านั่นแผลจากการถูกยิงแน่นอน “เล่นกันเอาตายขนาดนี้เลยเหรอ” พีร์เจเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วก้มมองใบหน้าหญิงสาว ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้นมาสบตากัน “ไม่ต้องกลัว ผมเป็นหมอไม่ปล่อยให้คุณตายหรอก” “เฮ้ย! มึงพล่ามอะไรวะ เอาตัวนังนั่นมาดีกว่าแล้วใสหัวไปได้แล้ว” “พอดีมีคนไข้ที่ฉันต้องพาไปรักษาด่วน เพราะงั้นคงปล่อยไปไม่ได้” เขาพูดโดยไม่ทันได้หันไปมองชายคนถือปืน พีร์เจยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อขอมีดจากหญิงสาว “อย่าขยับตัว เธอเสียเลือดมากแล้ว” เขารับมีดจากเทียน่าแล้วหันไปปาใส่ชายคนดั่งกล่าว คมมีดฆ่าชีวิตอีกฝ่ายโดยพลัน ผลัก! ร่างเล็กที่ยืนโซเซอยู่ด้านหลังเขาถูกชายอีกคนเอาไม้ตีเข้าที่ศีรษะในระยะประชิดจนเธอล้มลงกับพื้น “อา..พ่อแม่มึงไม่สอนหรือไงว่าอย่าทำร้ายเพศแม่น่ะ” เขากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วปล่อยหมัดหนัก ๆ ใส่ใบหน้าอีกฝ่ายจนเลือดเต็มใบหน้า พีร์เจยอมปล่อยมือทำให้ร่างที่ไร้สติร่วงลงไปกองกับพื้น เขาสะบัดมือที่เปื้อนเลือดจนหยาดเลือดกระเซ็นไปถูกรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ “แม่ง…อา!!” นายแพทย์หนุ่มตะเบ็งเสียงออกมาด้วยความหงุดหงิด เขาหันหลังเดินไปควบมอเตอร์ไซค์แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นใบหน้าของหญิงสาว “วันนี้มันวันอะไรวะ!” นี่คงเป็นครั้งแรกและวันแรกที่เขาพูดอะไรยาว ๆ ด้วยความหัวเสีย พีร์เจยอมกลับไปอุ้มหญิงสาวมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์แล้วใช้เสื้อกาวน์ผูกเธอติดกับตัวเองแล้วขับรถพาเธอไปที่ที่หนึ่ง เขามองสถานการณ์ออกตั้งแต่แรกแล้วว่ามันไม่ใช่การปล้นชิงทรัพย์หรือทำร้ายร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่นี่อาจจะเกี่ยวพันกับธุรกิจมืดและเธอคนนี้คงไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาที่จะบังเอิญมาเดินเล่นแล้วถูกทำร้ายง่าย ๆ จากที่ได้มองแววตาคู่นั้นเขาจึงไม่อยากพาเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลเพราะเรื่องวุ่นวายมันต้องตามมาหลังจากนี้แน่นอน คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง พีร์เจแบกร่างไร้สติเข้ามาในลิฟต์และกดชั้นที่ตัวเองต้องการจะไป พอลิฟต์เปิดเขาก็รีบก้าวเดินไปที่ห้องห้องหนึ่ง จังหวะนั้นคนด้านในก็เปิดประตูออกพอดี แต่เขากลับใช้มือดันหน้าเธอให้ถอยกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง “เดี๋ยว ๆ อะไรของพี่เนี่ย” พายอาร์น้องสาวที่คลานตามกันออกมาชักสีหน้าใส่พี่ชายอย่างไม่เข้าใจ “แล้วนั่นใคร ทำไมเป็นแบบนั้น พี่พีร์คุยกันก่อน” เธอเดินตามหลังพี่ชายเข้าไปในห้องทำงานซึ่งภายในห้องมีอุปกรณ์การแพทย์ทุกอย่าง “พี่พะ!!” มือหนาปิดปากเธอแน่น “เลิกถามแล้วไปเตรียมตัวผ่าตัด ช่วยกัน” “ฮะ! ไม่ได้ ทำแบบนั้นไม่ได้” “ได้ พี่บอกว่าได้ก็ต้องได้” “เฮ้ย! อะไรเนี่ย..แล้วถ้าตายจะทำไง” สภาพผู้หญิงที่พี่ชายพามาเหมือนศพก็ว่าได้ ร่างกายเธอเปียกโชกด้วยเลือด ศีรษะก็มีบาดแผลอีกหนึ่งจุด “เร็ว!” พอถูกพี่ชายตวาดเข้าให้เธอจึงได้สติแล้วรีบไปเตรียมของผ่าตัดในขณะที่พีร์เจเตรียมอุปกรณ์อย่างอื่นแล้วใส่เครื่องช่วยหายใจ “ทำอะไรไม่ปรึกษาป๊า เราจะซวย!” “หยุดพูดแล้วหยิบมีดให้พี่” “…” ศัลยแพทย์สาวเหลือบตามองพี่ชายอย่างไม่พอใจ บอกตามตรงว่าเธอตกใจมาก ๆ ที่จู่ ๆ พี่ก็พาคนเข้ามาในห้องแถมอาการยังสาหัส หากทำอะไรพลาดไปผลอาจมาตกอยู่กับพีร์เจซึ่งเธอไม่ปรารถนาให้เป็นแบบนั้นแน่นอน การผ่าตัดเริ่มขึ้นด้วยบรรยากาศน่าอึดอัด “แผลพวกนี้…ไม่ใช่แผลถูกแทงหรอกเหรอ” “…” พีร์เจเงยหน้ามองน้องสาวก่อนจะคีบกระสุนที่ฝังลึกออกมาวางในถาด ทำเอาพายอาร์ตกใจจนหน้าถอดสีแถมเธอยังหลุดพูดคำหยาบคายออกมาอีก สองพี่น้องใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานนานหลายชั่วโมงจนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสรรพ พีร์เจถอดถุงมือที่เปื้อนเลือดออกก่อนจะเดินตรงไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบเบียร์ออกมาเปิดดื่มด้วยท่าทางผ่อนคลาย “มาคุยกันหน่อย” “…ไม่มีอะไรต้องคุย” เขาปฏิเสธที่จะคุยกับพายอาร์ “งั้นพายจะบอกป๊า” “ตามใจ” ว่าจบก็เดินออกไปข้างนอก “ถ้าเกิดอะไรกับพี่พีร์ใครจะรับผิดชอบ” “ไม่เป็นไรหรอก จะไปข้างนอกทำไมเวลานี้” เขาเปลี่ยนเรื่องคุยและเหลือบตามองน้องสาวที่ใส่ชุดไปรเวทคล้ายว่าจะออกไปทำอะไรสักอย่าง แต่นี่มันดึกแล้วและคงไม่มีห้างหรือร้านกาแฟที่ไหนเปิด พายอาร์กอดอกจ้องหน้าพี่ชาย “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง” “อย่าทำให้พี่หงุดหงิด” น้ำเสียงที่เขาเปล่งออกมาแสนเยือกเย็นจนพายอาร์ไม่อยากเซ้าซี้อีก “งั้นพี่พีร์ก็ดูแลเธอเองแล้วกัน” ริมฝีปากจิ้มลิ้มเบะคว่ำน้อยใจพี่ชาย เธอเดินเข้าไปในห้องนอนตัวเองพร้อมปิดประตูเสียงดัง “เฮ้อ..” นายแพทย์หนุ่มเอนหลังพิงพนักโซฟาแล้วเงยหน้ามองเพดายห้อง “แส่ไม่เข้าเรื่อง” ทั้งตำหนิตัวเองทั้งคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงต่อจากนี้ ครั้นจะทำเป็นไม่สนใจแต่เขาก็เป็นหมอซึ่งเขาปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอไม่ได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องทำงานน้องสาวอีกครั้ง เขาเท้าเอวมองหญิงสาวพลางยกเบียร์ขึ้นจิบ “เธอเป็นใครกัน..”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD