ขอลาออก

1463 Words
Ferrari 296 GTB ซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูงขับเคลื่อนพุ่งทะยานบนถนนอันคลาคล่ำไปด้วยยวดยานพาหนะ ก่อนเลี้ยวเข้าจอดหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ชื่อดัง GT Asset Management ทันทีที่บานประตูฝั่งพลขับถูกเปิดออก พนักงานรักษาความปลอดภัยในชุดซาฟารีสีดำก็รีบเข้ามารับกุญแจรถจากผู้บริหารหนุ่มผู้เป็นหัวเรือใหญ่ขององค์กร ร่างสูงใหญ่กำยำ ในชุดสูทสีเทาแบรนด์เนมราคาแพง พอลงมายืนจนเต็มความสูงก็ยกมือขึ้นมาถอดแว่นกันแดด เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาระดับซูเปอร์สตาร์ ทำเอาพนักงานสาวน้อยสาวใหญ่ต่างเหลียวหลังกลับมามองจนคอแทบหัก จิณณ์ วรโชติเห็นแบบนั้นก็กระตุกยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ความหน้าตาดีราวกับเป็นลูกรักพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่ใครต่อใครก็ต่างอิจฉา หนำซ้ำยังเกิดมาในตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล อีกทั้งยังฉลาดปราดเปรื่องจนสามารถปั้นธุรกิจของตนเองให้เติบโตขึ้นเป็นอันดับต้นของประเทศ นั่นจึงทำให้เขาสามารถพูดได้อย่างไม่อายปากว่าชีวิตของตนเองนั้นสมบูรณ์แบบในทุกด้านจนไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ผู้บริหารหนุ่มก้าวเข้าไปในอาคารสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ตรงเข้าลิฟต์โดยสารขึ้นไปยังห้องทำงานของตนเองที่อยู่บนชั้น 25 และทันทีที่ประตูกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมเปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำริมฝีปากหยักยิ้มกว้างออกมา เลขานุการสาวสวยคู่ใจกำลังนั่งประจำการอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องของเขา นี่ก็คืออีกหนึ่งความสมบูรณ์แบบในชีวิต เพราะเธอคือเลขาฯที่รู้ใจเขาไปหมดเสียทุกเรื่อง อีกทั้งยังงดงามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์จนบางครั้งเขาก็เผลอมองเธออย่างลืมตัว “อ้าว! บอส ! สวัสดีค่ะ” เมื่อเธอหันมาเห็นเจ้านายยืนอยู่หน้าลิฟต์ก็กล่าวทักทายออกมาด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะหยิบไอแพดลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงมาหาจิณณ์ สองวันมานี้เลขาฯคนสวยลากิจเพื่อกลับไปทำธุระส่วนตัวที่บ้าน ทำเอาผู้บริหารหนุ่มอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย เนื่องจากขาดผู้ช่วยคนสำคัญ ทว่าพอได้เห็นเธอกลับมาชายหนุ่มก็หายเป็นปลิดทิ้ง คณิสราเป็นเลขานุการคู่ทุกข์คู่ยากของเขามานานกว่าสามปี แม้เธอจะเป็นเด็กจบใหม่ไม่เคยผ่านประสบการณ์ทำงานที่ไหนมาก่อน ทว่าพอได้รับการถ่ายทอดงานจากเลขาฯคนเก่าที่ลาออกไป และเรียนรู้งานต่าง ๆ เพียงไม่นานก็สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้อย่างดีเยี่ยมโดยไร้ที่ติ เรียกได้ว่าเป็นเลขาฯในอุดมคติที่เขาต้องการมานานแสนนาน นอกจากนี้เธอยังรับอาสาช่วยเหลือดูแลในเรื่องส่วนตัวต่าง ๆ ของเขา จนชายหนุ่มไว้วางใจ ให้สิทธิ์ในการเข้านอกออกในเพนต์เฮาส์สุดหรูซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาได้ทุกตารางนิ้ว นั่นจึงทำให้การที่เธอลางานเพียงไม่กี่วัน ชีวิตของเขาก็ถึงกับรวนขึ้นมาเลยทีเดียว “สองวันที่คุณไม่อยู่ผมแทบขาดใจเลยรู้ไหมควีน” คณิสราชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้นออกจากปากเจ้านาย “บอสพูดแบบนี้เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะเข้าใจผิดนะคะ” “ถ้าเข้าใจผิดกับคุณ ผมไม่มีปัญหา” คณิสรายิ้มเจื่อน พร้อมลอบถอนหายใจออกมาที่เขาพูดแบบนั้นได้อย่างหน้าตาเฉย จากนั้นเธอก็รีบหันมาสนใจหน้าจอไอแพดในมือ “มีเอกสารด่วนต้องเซ็นวางอยู่บนโต๊ะนะคะ สิบโมงมีประชุม ส่วนตอนบ่ายสองที่ลูกค้านัดไว้ขอยกเลิกค่ะ” “อืม...” จิณณ์นิ่งคิดชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวต่อ “งั้นมื้อเที่ยงเราไปทานโอมากาเสะกันนะครับ” “ค่ะ...” คณิสราตอบกลับเสียงอ่อย ก่อนมองร่างสูงเดินเข้าไปในห้องทำงานอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยมองบานประตูที่ค่อย ๆ ปิดลงด้วยนัยน์ตาเศร้า หากเขาเห็นของที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานจะยังคงอารมณ์ดีแบบนี้ได้อีกไหมนะ ด้านจิณณ์ พอเข้าไปอยู่ภายในห้องตามลำพังก็ผิวปากฮัมเพลงเดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนไล่สายตามองโต๊ะทำงานที่ถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยฝีมือของคณิสรา แฟ้มเอกสารที่เรียงลำดับความสำคัญเอาไว้ พร้อมแก้วกาแฟจากคาเฟ่ชื่อดังที่เขาโปรดปราน ทว่าชายหนุ่มพลันต้องชะงัก เมื่อดวงตาคู่คมสะดุดเข้ากับซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่โดดเด่น มือหนาเอื้อมไปหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิด และล้วงเข้าไปหยิบแผ่นกระดาษสีขาวที่อยู่ด้านในออกมา “ใบลาออก” เสียงทุ้มอ่านตัวหนังสือบนหัวกระดาษ ก่อนไล่สายตาลงไปควานหาชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าของเอกสารนั้น เมื่อดวงตาดำขลับพบสิ่งที่ต้องการ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยแช่มชื่นก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเครียดขึง ร่างสูงทะลึ่งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ พร้อมกำแผ่นกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ และรีบสาวเท้าก้าวยาวออกไปจนถึงประตูไม้สีน้ำตาลบานใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตูเปิดออกอย่างแรง “ควีน! นี่มันหมายความว่ายังไง” เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม พร้อมชูกระดาษในมือขึ้นมา ทำเอาคนถูกถามถอนหายใจยาว ก่อนจะกล่าวตอบเจ้านายออกไป “ควีนบอกบอสไปตั้งแต่เดือนที่แล้วนะคะว่า ควีนจะลาออก” ได้ยินแบบนั้นความทรงจำเมื่อหนึ่งเดือนก่อนของผู้บริหารหนุ่มก็พลันพรั่งพรูออกมา คณิสราเคยเกริ่นเอาไว้ว่ามีแผนจะย้ายกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ทว่าเขาเป็นฝ่ายบอกปัดออกไป ด้วยไม่คิดว่าผู้หญิงที่ทั้งสวยและทันสมัย อีกทั้งยังชอบแสงสีในเมืองหลวงจะยอมทิ้งชีวิตที่นี่เพื่อย้ายกลับไปทำไร่ทำสวนกับครอบครัว “คือ...ผมคิดว่าคุณไม่ได้คิดเรื่องนั้นแล้ว ที่ผ่านมาไม่เห็นคุณเคยพูดถึงอีกเลย” “งั้น ควีนขอพูดอย่างจริงจังวันนี้นะคะ ควีนตั้งใจว่าจะลาออกจริง ๆ” เธอกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “แล้วผมล่ะควีน...” น้ำเสียงและแววตาที่เจือความเว้าวอนนั้น ทำให้คณิสราต้องรีบเบนสายตาไปอีกทาง เธอไม่อาจทนมองได้อีกต่อไป มิเช่นนั้นเธอคงต้องใจอ่อนให้เขาอยู่ร่ำไป “ควีนจะรอจนกว่าบอสจะหาเลขาฯคนใหม่ได้ และก็จะช่วยสอนงานเลขาฯคนใหม่ก่อนค่ะ บอสไม่ต้องห่วงนะคะ ควีนไม่มีทางให้กระทบกับงานของบอสแน่ ๆ” “ไม่ใช่แบบนั้นนะควีน ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เลขาฯคนใหม่ ปัญหามันอยู่ที่ผม เลขาฯผมต้องเป็นคุณเท่านั้น คุณเข้าใจไหม” เขาว่าพร้อมก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางพลางจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวย ทำคนถูกมองใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมา “แต่มันเป็นปัญหาสำหรับควีนค่ะ เพราะควีนไม่อยากทำงานที่นี่แล้ว” “ทำไมล่ะ ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า หรือว่างานหนักเกินไป ถ้างั้นผมจ้างคนเพิ่มมาช่วยคุณดีไหม แล้วผมก็จะเพิ่มเงินเดือนให้คุณด้วย” คณิสราได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม เพราะสิ่งที่จิณณ์กล่าวมานั้นไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของเธอได้ “บอสคะ...ที่บอสพูดมาทั้งหมด ควีนไม่ได้ต้องการเลย ควีนแค่อยากลา...” จิณณ์ยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ด้วยไม่อยากได้ยินสิ่งที่เธอจะกล่าว “อย่างน้อยคุณช่วยเก็บไว้พิจารณาได้ไหมครับ ผมขอร้อง ช่วยทบทวนอย่างถี่ถ้วนอีกสักครั้งก่อนที่จะตัดสินใจ ได้ไหมครับ” คณิสราจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหม่นเศร้า อีกทั้งดวงตาคู่คมที่มองเธอกลับมานั้นเต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างไม่คิดจะปิดบัง อีกแล้วสินะ...สุดท้ายเธอก็ใจอ่อนให้กับผู้ชายคนนี้จนได้ “ก็ได้ค่ะ...งั้นเอาไว้เราค่อยมาคุยกันเรื่องนี้อีกครั้งนะคะ บอสกลับเข้าไปทำงานเถอะค่ะ ควีนจะได้เตรียมเอกสารการประชุม” “ครับ” ผู้บริหารหนุ่มส่งยิ้มบางให้เธอก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง โดยมีดวงตาคู่งามมองตามจนกระทั่งบานประตูไม้สีน้ำตาลปิดลง พร้อมความรู้สึกหนักอึ้งภายในหัวใจดวงน้อย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD