แอบรัก

1380 Words
ตกเย็น คณิสรากลับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้ายิ่งกว่าทุกวัน แม้วันนี้งานของเธอนั้นจะมีเพียงแค่ร่วมประชุมในช่วงเช้า พอตกบ่ายจิณณ์ก็พาเธอไปรับประทาน โอมากาเสะร้านโปรด ทว่าท่าทางของชายหนุ่มที่พยายามเอาอกเอาใจเธอนั้น สร้างความลำบากใจให้กับคณิสราเป็นอย่างยิ่ง ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาขนาดสามที่นั่งกลางห้องนั่งเล่น เหม่อมองไปยังกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนไซด์บอร์ดใต้สมาร์ตทีวีติดผนัง ภายในกรอบสี่เหลี่ยมนั้นคือภาพถ่ายสมัยที่เธอยังเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษาปีสุดท้าย ในภาพนั้นคณิสราอยู่ในชุดนักศึกษารายล้อมไปด้วยเพื่อน ๆ ชายหญิง เธอกำลังส่งยิ้มสดใสมองตรงมาเบื้องหน้า ข้างกันคือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ได้เข้ามาเป็นวิทยากรพิเศษให้กับทางคณะ และเธอก็ได้ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกพบ ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุให้หลังจากเรียนจบ คณิสราจึงตัดสินใจเข้าไปสมัครงานที่บริษัทของชายหนุ่ม และเธอก็ได้เป็นเลขานุการคู่ใจของเขานับตั้งแต่ตอนนั้นยาวนานถึงสามปี ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอมีความสุขมากที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับคนที่เธอแอบรัก อีกทั้งเธอยังหมั่นคอยทอดสะพานให้เขาอยู่เนือง ๆ 'บอสทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าคะ ไม่คิดจะหาความสุขให้ตัวเองบ้างเลยหรือไง' 'ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้' 'ควีนไม่ได้หมายถึงความสุขที่ได้ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้ซะหน่อย' 'แล้วคุณหมายถึงความสุขแบบไหนล่ะ' 'ก็อย่างเช่นการได้ออกเดตกับใครสักคนไงคะ ลองมองดูคนใกล้ตัวบ้างก็ได้' 'ไร้สาระน่าควีน เสียเวลาเปล่า ๆ' ตลอดสามปีที่ผ่านมา จิณณ์ไม่เคยชายตาแลผู้หญิงคนไหน ซึ่งนั่นก็รวมถึงเธอด้วยเช่นกัน ต่อให้คณิสราจะทอดสะพานไปขนาดไหน ทว่าสะพานของเธอก็ไม่เคยไปถึงชายหนุ่มได้เลย และนี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่เธอรับปากเอาไว้กับมารดาแล้วว่า เธอจะทำงานหาประสบการณ์เพียงสามปีเท่านั้น และหลังจากนั้นหญิงสาวก็จะกลับไปช่วยงานธุรกิจครอบครัวที่จังหวัดนครราชสีมา ตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องถอดใจจากจิณณ์เสียที สำหรับคนที่ไม่มีความคิดเรื่องรักใคร่อยู่ในสารบบแล้ว ก็เหมือนเธอรอคอยเพื่อหวังให้สายฝนโปรยปรายลงมากลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง ซึ่งมันคงเสียเวลาเปล่า ท้ายที่สุดแล้วคณิสราก็ตระหนักได้ว่า เธอมีค่าเพียงแค่เลขาฯข้างกายที่คอยช่วยเหลือให้เขาได้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกราบรื่นเท่านั้น ไม่มีความสำคัญอันใดมากหรือน้อยไปกว่านี้ วันก่อนเธอกลับไปเยี่ยมมารดาที่บ้าน ท่านก็เกริ่นถึงเรื่องลาออกจากงานขึ้นมาอีกครั้ง นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คณิสราจำต้องตัดสินใจ “เฮ้อ...” หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความกลัดกลุ้ม “ถอนหายใจเสียงดังไปถึงข้างบนเลย มีเรื่องอะไรกลุ้มใจขนาดนั้น หืม...” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากระเบียงชั้นสอง ดึงคณิสราออกจากความคิดฟุ้งซ่าน พอเธอหันไปทางต้นเสียงก็เห็นอิสรา พี่ชายคนกลางของเธอกำลังเดินลงบันไดมาในชุดทะมัดทะแมงพร้อมสะพายกระเป๋าเป้ขนาดกลางไว้บนไหล่ข้างหนึ่ง “ก็...คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะพี่กลาง แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอ” “อืม พอดีเครื่องจักรที่มาดูยังไม่ถูกใจ เดี๋ยวรออีกเครื่องที่กำลังส่งมาจากต่างประเทศแล้วค่อยกลับมาดูอีกที” อิสราวางกระเป๋าเป้สีดำลงบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟา ก่อนหย่อนสะโพกนั่งลงเคียงข้างน้องสาว คณิสราขยับกายเข้าสวมกอดคนเป็นพี่ พลางทำท่าออดอ้อนตามประสาน้องนุชสุดท้องของบ้าน "พี่กลางกลับไปควีนก็เหงาแย่สิ" “ก็รีบลาออกกลับไปอยู่บ้านเราสิ ไม่เห็นจะต้องมาทำงานงก ๆ แบบนี้เลย น้องสาวคนเดียวพวกพี่เลี้ยงได้ ควีนจะเกาะพี่กินตลอดไปเลยก็ยังได้ ตอนนี้คุณแม่ยิ่งบ่นกับพี่โตทุกวันว่าคิดถึงควีน รู้ไหม หืม...” คณิสราได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาจนตาหยี เธอโชคดีเหลือเกินที่มีพี่ชายทั้งสามคนคอยรักและห่วงใย และเนื่องจากเธอเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของบ้าน นั่นก็ยิ่งทำให้ทุกคนต่างเอาอกเอาใจ ประคบประหงมราวกับเป็นเจ้าหญิง ตอนที่เธอเรียนจบ และบอกทางบ้านว่าอยากทำงานเพื่อหาประสบการณ์ ทุกคนก็ต่างคัดค้านหัวชนฝา ทว่าก็ได้อิสรา พี่คนกลางที่เป็นคนมีเหตุและผลมากกกว่าใคร ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้เธอได้ทำอย่างที่ใจต้องการ “ควีนส่งจดหมายลาออกแล้วค่ะ แต่ก็คงต้องอยู่ต่ออีกสักพัก รอให้ได้เลขาฯคนใหม่ และสอนงานให้เรียบร้อยก่อน” เมื่อคิดว่าจะต้องลาออกจากการเป็นเลขาฯขึ้นมา ดวงหน้าสวยก็พลันฉายแววเศร้า “แล้วทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า หรือว่าจริง ๆ แล้วควีนไม่อยากลาออก” “เปล่าหรอกค่ะ ก็แค่รู้สึกใจหาย นี่เป็นงานแรกของควีน ทำมาตั้งเกือบสามปีแน่ะ มันก็ต้องมีเศร้าเป็นธรรมดา ไม่มีไรมากหรอก” เธอฝืนยิ้มออกมา แม้ภายในใจจะวูบโหวงเพียงใด แต่ถึงกระนั้นเธอก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว หากเธอยังอยู่ตรงนี้ คงไม่มีทางที่เธอจะตัดใจจากจิณณ์ได้เป็นแน่ อิสราจับจ้องมองน้องสาวด้วยแววตาครุ่นคิด คณิสราไม่ใช่คนที่เก็บความรู้สึกได้ดีเท่าไรนัก และเขามักจะมองออกเสมอ ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้จะรู้ดีว่าน้องสาวกำลังปิดบังบางอย่างเอาไว้ ทว่าเขาก็ไม่คิดจะไปคาดคั้นให้เธอต้องลำบากใจ “ควีน...ไม่ว่าควีนจะตัดสินใจยังไง พี่ก็จะอยู่ข้างควีนเสมอนะ มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้ พี่ไม่ปากสว่างแน่นอนรับรอง” อิสรายักคิ้วหลิ่วตาให้กับน้องสาว ทำเอาเธอหลุดขำออกมา เพราะคณิสรารู้ดีว่าหมายถึงอะไร อิสราจะสื่อเป็นนัยว่า ไม่มีทางที่อัคราพี่ชายคนโต และอคิราห์พี่ชายคนที่สามของเธอจะล่วงรู้ เพราะนั่นคือสิ่งที่คณิสราเข็ดขยาดที่สุด เนื่องจากสองคนนี้ หากเป็นเรื่องของน้องสาวคนสวยแล้ว ไม่ว่าเรื่องราวจะเล็กน้อยแค่ไหน แต่อัครา และอคิราห์ก็สามารถทำให้บานปลายจนกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตได้ในพริบตา “ขอบคุณนะคะพี่กลาง รักพี่กลางที่สุดเลย เซฟโซนของน้อง” “ฮ่า ฮ่า นี่ถ้าพี่โตกับไอ้เล็กมาได้ยินมันคงไล่เตะพี่ด้วยความอิจฉา เอาไว้ควีนไปพูดให้มันได้ยินด้วยนะ” “ควีนไม่เอาด้วยหรอกค่ะ เดี๋ยวถูกตัดออกจากกองมรดก” ว่าพลางทำหน้าทะเล้น จนคนเป็นพี่ยกมือขึ้นขยี้ศีรษะของน้องสาวด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว “งั้นเดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ พรุ่งนี้เช้ามีงานที่ไร่แต่เช้า” “ค่ะ...ขับรถดี ๆ นะ” คณิสราว่าพลางมองพี่ชายคว้ากระเป๋าเป้คู่ใจเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น เธอนั่งรอฟังเสียงประตูห้องเปิดจนกระทั่งปิด จากนั้นเธอจึงค่อย ๆ เอนกายนอนลงบนโซฟาตัวยาว พลางจ้องมองไปยังรูปถ่ายใบเดิม ไม่นานนักดวงตาคู่งามก็เริ่มรู้สึกหนักอึ้ง ก่อนค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ และเธอก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราไปโดยไม่รู้ตัว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD