ด้านผู้บริหารหนุ่ม แม้เขาควรจะสบายใจที่เลขาฯคนสวยรับปากว่าจะทบทวนเรื่องการลาออกอีกครั้ง ทว่าดวงตาของเธอกลับไม่ได้สื่อความหมายเช่นนั้นเลย ตลอดช่วงบ่ายเขาจึงพยายามเอาอกเอาใจเธอสารพัด ทว่านั่นกลับยิ่งทำให้คณิสราดูลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด
สุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องมานั่งกลุ้มใจอยู่ที่บาร์สุดหรู อันเป็นสถานที่ซึ่งจิณณ์มักจะมานั่งดื่มเป็นประจำ จนกระทั่งสนิทสนมกับเจ้าของร้านไปโดยปริยาย
“เป็นไรวะไอ้จิณณ์ นั่งหน้าเครียดเชียว ธุรกิจใกล้เจ๊งหรือไง” แมทธิว หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของร้าน พ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิท เอ่ยถามผู้บริหารหนุ่มด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย
“เปล่า...” จิณณ์ตอบสั้น ๆ เพียงเท่านั้น ก่อนหันไปคว้าแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นมากระดกจนหมด ก่อนถอนหายใจยาวออกมา
แมทธิวหรี่ตามองด้วยความข้องใจ ตั้งแต่รู้จักกันมานานหลายปี คนแบบจิณณ์ผู้มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเองอย่างเหลือล้น ไม่เคยมีวันที่ต้องมานั่งอมทุกข์ราวกับโลกจะถล่มทลายมาก่อน แม้แต่ปัญหาในการทำธุรกิจ ชายหนุ่มก็สามารถแก้ไขได้อย่างง่ายดายแค่เพียงกระดิกปลายนิ้ว
ทว่าในวันนี้จิณณ์กลับนั่งไหล่ลู่คอตก ไร้ซึ่งสง่าราศีของผู้บริหารบริษัทกันเลยทีเดียว
“นี่ถ้ากูไม่รู้จักมึงคงคิดว่ามึงกำลังอกหัก
แน่ ๆ”
“เพ้อเจ้อไรมึงวะไอ้แมท”
แมทธิวกำลังจะอ้าปากพูดต่อ ทว่าก็ต้องหันไปเซนเอกสารให้กับแคชเชียร์สาวเสียก่อน แต่ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงทอดถอนลมหายใจทิ้งของจิณณ์ดังอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายหนุ่มลูกครึ่งก็ทนไม่ไหว เดินอ้อม
เคาน์เตอร์บาร์มานั่งบนเก้าอี้สตูลข้างเพื่อนรัก ก่อนหันไปรินเครื่องดื่มสีอำพันลงในแก้ว และยื่นออกไปตรงหน้าจิณณ์
“เล่ามา มีเรื่องห่าเหวอะไร ถอนหายใจดังจนผนังร้านกูจะร้าวอยู่แล้ว”
จิณณ์ได้ยินแบบนั้นก็ถ่มลมหายใจทิ้งท้าย ก่อนจะคว้าแก้วเครื่องดื่มที่แมทธิวเพิ่งรินให้ สาดลงคอรวดเดียวจนหมด
ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก ทว่าพอได้สุราดีกรีสูงช่วยละลายพฤติกรรม เขาก็เริ่มพรั่งพรูความกลัดกลุ้มที่มีออกมาอย่างง่ายดาย
“ควีนจะลาออก กูอุตส่าห์อ้อนวอนขอร้องเขาสารพัด แต่ท่าทางเขาอยากจะไปจากกูมากเลย ทำไมวะไอ้แมท ทำไมควีนต้องทิ้งกูไปด้วย เขาไม่รู้หรือไงว่าเขามีความหมายกับกูมากแค่ไหน”
แมทธิวได้ฟังก็กระตุกยิ้มออกมา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคณิสราเลขาฯคนสวยนั้นมีความหมายกับจิณณ์มากเพียงใด
ตลอดสามปีที่เธออยู่ในชีวิตของจิณณ์ ไม่มีวันไหนเลยที่เพื่อนรักไม่เอ่ยถึงเธอ อีกทั้งยังชื่นชมเสียจนออกหน้าออกตา หนำซ้ำยังทั้งหวงทั้งห่วงเลขาฯคู่ใจ ชนิดที่ไม่มีผู้ชายหน้าไหนสามารถเข้าใกล้เธอได้แม้แต่ปลายเล็บ
ทว่าความฉลาดปราดเปรื่องของจิณณ์นั้นไม่ได้มีไว้สำหรับเรื่องความรัก เพราะจนบัดนี้แล้วผู้บริหารหนุ่มก็ยังไม่รู้ใจตัวเอง
“แล้วมึงจะรั้งเขาไว้เพื่ออะไร คุณควีนเขาอยู่กับมึงมาตั้งสามปี เขาก็อาจอยากไปทำงานอื่นที่มันเจริญก้าวหน้า หรืออาจจะไปแต่งงานสร้างครอบครัวกับใครสักคน”
จิณณ์หันไปมองเพื่อนรักตาขวาง
“เขาต้องการอะไรเขาไม่ยอมบอกกู บอกจะลาออกอย่างเดียว ถ้าเขายอมบอกกูสักคำ ไม่ว่าอะไรกูให้เขาได้ทุกอย่าง”
“อ้าว แล้วเกิดเขาจะไปแต่งงานล่ะ”
“ก็แต่งกับกูนี่ไง จะต้องไปหาคนอื่นทำไม คุณสมบัติกูครบเครื่องทุกอย่าง ไม่มีอะไรบกพร่องสักนิด” แมทธิวถึงกับมองบนในความมั่นอกมั่นใจเกินร้อยของจิณณ์
“แต่มึงมันไม่มีหัวใจไง ถ้ามึงรักใครไม่เป็นก็ปล่อยเขาไป อย่าไปรั้งเขาไว้ให้เสียเวลา”
คำกล่าวของแมทธิว ทำใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึง จิณณ์จ้องมองลงไปในแก้วเครื่องดื่มสีอำพันอย่างใช้ความคิด
ความรักคืออะไรตั้งแต่เกิดมาจนอายุย่างเข้า 35 ปี เขายังไม่เคยได้สัมผัส หญิงสาวมากมายที่เข้ามาในชีวิต ผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไป เขาไม่เคยได้ใช้เวลาร่วมกับใครมากเท่ากับคณิสรา อาจด้วยเพราะตำแหน่งหน้าที่จึงทำให้ต้องใกล้ชิดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่าความรู้สึกหวงแหนที่เกิดขึ้นนั้น มันคืออะไรกัน...
“ไอ้จิณณ์ กูถามจริง ๆ นะ มึงคิดอะไรกับคุณควีนหรือเปล่า เลขาฯคนก่อน ๆ กูไม่เคยเห็นมึงรั้งเขาแบบนี้ จะว่าเพราะเขาทำงานดีก็คงไม่น่าใช่ เพราะเลขาฯคนเก่ามึงก็ทำงานดีทุกคน”
“กู...กูไม่รู้ว่ะ”
“ไม่รู้มึงก็ต้องคิดให้ดี คิดให้ลึก ว่ามึงรู้สึกยังไงกันแน่ ถ้ารั้งเขาไว้เพราะรักเขาก็บอกเขาไป แต่ถ้าไม่ใช่มึงก็อย่าเห็นแก่ตัว”
ว่าจบหนุ่มลูกครึ่งเจ้าของร้านก็ลุกขึ้นเดินไปทำงานด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ ปล่อยให้จิณณ์นั่งจมจ่อมอยู่กับความคิด พลางซัดเครื่องดื่มสีอำพันพรวดพราดราวกับเป็นน้ำเปล่า
เวลาผ่านไปจนเริ่มมีลูกค้าหนาตา แมทธิวก็ไม่ได้หันมาสนใจเพื่อนรักอีกเลย จนเวลาล่วงเข้าวันใหม่ ลูกค้าภายในร้านเริ่มทยอยกลับกันไปมาก พอหันกลับมาอีกครั้งก็พบว่าจิณณ์ฟุบหลับแน่นิ่งอยู่บนเคาน์เตอร์ เรียกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่น อีกทั้งปากยังเพ้อถึงชื่อเลขาฯคนงามไม่ยอมหยุด
เมื่อเป็นแบบนั้นแมทธิวจึงนึกอะไรดี ๆ ขึ้นได้ ชายหนุ่มคว้าสมาร์ตโฟนเครื่องหรูของจิณณ์ที่วางอยู่ขึ้นมากดต่อสายหาคณิสรา และรอเพียงไม่นานคนปลายสายก็กดรับ
“สวัสดีครับคุณควีน ผมแมทนะครับ พอดีไอ้จิณณ์มันมาเมาหลับอยู่ที่ร้าน แล้วผมก็ติดงานไปส่งมันไม่ได้ ไม่ทราบว่าคุณควีนจะให้ใครมารับมันกลับหน่อยได้ไหมครับ”
แมทธิวร่ายเหตุผลเสียยาวเหยียด ทำคนปลายสายร้อนรนด้วยความห่วงใย
[นี่คุณจิณณ์เมาหนักขนาดนั้นเลยเหรอคะ]
“ใช่ครับ ท่าทางไอ้จิณณ์มันจะมีเรื่องกลุ้มใจมาก มาถึงก็เอาแต่ดื่ม ถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อนเลยครับ คุณควีนพอจะรู้ไหมครับว่ามันมีเรื่องอะไร” แมทธิวทำกระหยิ่มยิ้มย่อง แสร้งถามให้เพื่อนรักดูน่าสงสาร
[เออ...ควีนก็ไม่ทราบค่ะ คุณแมทช่วยดูคุณจิณณ์สักครู่นะคะ เดี๋ยวควีนจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้]
“ได้ครับ”
ว่าจบแมทธิวก็กดตัดสาย ก่อนวาง
สมาร์ตโฟนลงที่เดิม ชายหนุ่มยืนมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนา พลางโคลงศีรษะเบา ๆ
“ไอ้จิณณ์นะไอ้จิณณ์ เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเองซะที เฮ้อ...”
ว่าจบก็เดินกลับไปทำงานด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์ ปล่อยให้เพื่อนรักนั่งหลับเพื่อรอให้เลขาฯคนสวยมารับกลับบ้าน