หลังคณิสราวางสายจากแมทธิว เธอก็รีบกระโดดลงจากเตียงวิ่งเข้าไปส่องกระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว
ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงผ้าลายสก็อตขายาวสีน้ำเงิน และกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน หากต้องมาแต่งตัวใหม่ก็เกรงว่าจะเสียเวลา เธอจึงไล่สายตามองไปยังราวแขวนเสื้อผ้าละลานตารอบห้อง ก่อนหันไปคว้าแจ็กเกตยีนตัวโคล่งมาสวมทับ จากนั้นก็ออกไปคว้าสมาร์ตโฟนคู่ใจและกุญแจรถบนโต๊ะข้างหัวเตียง และรีบวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว
คณิสรากระโดดขึ้นรถมินิคูเปอร์คอนเวิร์ต
ทิเบิลสีเขียวป้ายแดง รถคันหรูที่พี่ชายคนโตซื้อให้เนื่องจากไปเดินงานมอเตอร์โชว์แล้วเกิดถูกใจพริตตี้ ครั้นจะเอาไปขับเองก็ดูมินิมอลเกินไปสำหรับชายร่างยักษ์ สุดท้ายจึงตกมาเป็นของน้องสาวสุดที่รักแทน
หลังจากคณิสราสตาร์ตรถได้ เธอก็สวมวิญญาณนักแข่งฟอร์มูลาวัน เหยียบคันเร่งแซงรถทุกคันที่ขวางหน้า ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ขับเข้ามาจอดด้านหน้าบาร์สุดหรูของแมทธิว
ทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถ การ์ดร่างยักษ์สองนายที่อยู่หน้าประตูก็หลีกทางให้เธอโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากพนักงานทุกคนที่นี่ต่างก็รู้จักสุภาพสตรีคนสำคัญของจิณณ์เป็นอย่างดี
คณิสราสาวเท้าก้าวเดินอย่างว่องไว ผ่านประตูทางเข้าไปได้ ก็รีบตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์บาร์ด้านหน้าซึ่งเป็นที่ประจำของจิณณ์
“ขอบคุณมากนะคะคุณแมทที่ช่วยดูแลคุณจิณณ์” ว่าจบก็หันมามองบอสหนุ่มที่กำลังนั่งฟุบหลับบนเคาน์เตอร์บาร์ สิ้นสง่าราศีของผู้บริหารมาดขรึมที่มักจะวางตัวดีอยู่เสมอ
“ด้วยความยินดีครับคุณควีน ยังไงผมก็ต้องฝากคุณควีนดูแลไอ้จิณณ์ด้วยนะครับ วันนี้มันท่าทางจะเจอมาหนัก ตั้งแต่คบกันมาผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อนเลย คงมีแต่คุณควีนที่จะทำให้มันดีขึ้นได้” แมทธิวพยายามบอกเป็นนัย ทว่าคณิสรากลับยิ้มเศร้าออกมา
“ควีนจะไปช่วยอะไรได้คะ ควีนเป็นแค่เลขาฯ อีกอย่างหนึ่งควีนก็กำลังจะลาออกแล้วด้วย”
“ในสายตาผม คุณควีนไม่ได้เป็นแค่เลขาฯนะครับ คุณควีนมีความสำคัญกว่านั้นมาก ซึ่งผมขอยืนยันได้เลยว่าไอ้จิณณ์ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน” สิ้นคำกล่าวของแมทธิว คิ้วเรียวสวยก็พลันขมวดย่น เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งอย่างตั้งคำถาม
“นี่คุณแมทหมายความว่ายังไงคะ”
“ผมคงบอกอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ แต่ผมอยากให้คุณควีนลองฟังจากปากไอ้จิณณ์เอง ผมเชื่อว่ามันใกล้จะหายโง่แล้วครับ”
แม้คำตอบของแมทธิวยังไม่ได้ให้ความกระจ่างแก่เธอเท่าไรนัก ทว่าคณิสราจำต้องจบการสนทนาเนื่องจากเป็นห่วงคนตัวโตที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์
“งั้นควีนขอตัวพาคุณจิณณ์กลับบ้านก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่อุตส่าห์โทรบอกควีน”
“ครับ”
สิ้นเสียงทุ้ม เจ้าของบาร์สุดหล่อก็หันไปเรียกพนักงานชายสองคนเข้ามาช่วยหิ้วปีกจิณณ์ออกไปส่งที่รถ
คณิสราหันมาส่งยิ้มให้กับแมทธิวอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเร่งฝีเท้าเดินนำพนักงานชายทั้งสองออกไป
เมื่อออกมาถึงรถมินิคูเปอร์คันหรู หญิงสาวก็รีบเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้พนักงานทั้งสองคนยัดร่างสูงใหญ่เข้าไปนั่งประจำที่ ก่อนที่เธอจะหยิบธนบัตรสีม่วงให้กับพนักงานคนละใบเพื่อเป็นสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ
เสร็จสรรพร่างบางก็รีบเดินอ้อมมานั่งหลังพวงมาลัย จ้องมองคนตัวโตที่นอนคอพับหมดสภาพ พลางถอนหายใจยาวออกมา
ตั้งแต่ทำงานกับจิณณ์มาตลอดสามปี เธอไม่เคยเห็นชายหนุ่มดื่มจนเมามายขนาดนี้มาก่อน เพราะเขาเป็นคนที่ห่วงภาพลักษณ์ของตนเองเหนือสิ่งอื่นใจ และมักจะวางตัวดีมาโดยตลอด
ทว่าตอนนี้เขาเหมือนคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
คณิสราขยับกายโน้มตัวไปหาจิณณ์ เพื่อจะเอื้อมมือไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เขา และนั่นก็ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ รินรดลงบนปรางแก้มใส
หญิงสาวกลั้นใจคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดบนลำตัวหนาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับมานั่งสงบจิตสงบใจอยู่หลังพวงมาลัย
เมื่อใดที่ได้ใกล้ชิดกัน หัวใจของเธอนั้นก็มักจะเต้นอย่างบ้าคลั่งจนไม่อาจควบคุม
เมื่อตั้งสติได้ คณิสราก็รีบสตาร์ตเครื่องยนต์ ก่อนพารถมินิคูเปอร์สีเขียวคู่ใจมุ่งหน้าสู่อาคารสูงเสียดฟ้าใจกลางกรุง อันเป็นที่ตั้งเพนต์เฮาส์สุดหรูของจิณณ์
เธอใช้เวลาเพียงไม่นานก็พาเจ้านายสุดหล่อมาถึงจุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ
เมื่อล้อทั้งสี่จอดนิ่งสนิทบนลานจอดรถ คณิสราก็หันมาทางคนข้างกายที่เริ่มฟื้นคืนสติขึ้นมา พอเห็นแบบนั้นเลขาฯสาวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากบ่นออกไป
“บอสคะ ทำไมถึงดื่มจนเมาขนาดนี้คะ รู้ไหมคะว่าควีนตกใจมากแค่ไหนตอนคุณแมทโทรบอก”
“อื้อ…ควีนเหรอครับ” เขาเอ่ยถามเสียงยานครางพลางพยายามเปิดเปลือกตามองเลขาฯคนสวย
“ก็ควีนน่ะสิคะ อย่าบอกนะคะว่าเมาถึงขนาดจำไม่ได้ บอสรู้ไหมคะว่าสภาพบอสตอนนี้ดูไม่ได้เลย”
สิ้นเสียงหวาน ใบหน้าหล่อเหลาก็ยิ้มกว้างออกมาราวกับมีความสุขเสียเต็มประดา
“ผมชอบจังเลย เวลาที่คุณบ่นผมแบบนี้ รู้ไหมครับว่ามีแค่ควีนคนเดียวที่ผมอนุญาตให้ทำแบบนี้ได้ คุณช่วยอยู่บ่นผมตลอดไปเลยได้ไหมครับ”
ได้ยินแบบนั้นหัวใจดวงน้อยก็พลันกระตุกวูบ นี่เขาคงพูดไปเพราะความมึนเมา ถึงแม้จะรู้แบบนั้น แต่เธอก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้
“บอสเดินขึ้นห้องไหวไหมคะ หรือจะให้ควีนตามคนมาช่วย” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนไหว และปรับสีหน้าให้เรียบเฉย
“ไหวครับ”
เมื่อชายหนุ่มว่าแบบนั้น คณิสราจึงเปิดประตูลงจากรถ และเดินอ้อมมาเปิดประตูทางฝั่งผู้โดยสาร
“ค่อย ๆ ลงมานะคะ” เสียงหวานเจือความห่วงใย พลางมองคนตัวโตขยับกายทำท่าจะก้าวขาลงจากรถ
ทว่า…
“โอ๊ะ ออกไม่ได้ครับ”
ดวงตาคู่งามมองเข็มขัดนิรภัยที่ยังคาดอยู่บนกายแกร่ง ก่อนจะโคลงศีรษะเบา ๆ ด้วยความขบขัน
“ปลดเบลท์ออกก่อนสิคะ”
“ครับผม”
สิ้นเสียงทุ้มจิณณ์ก็ก้มลงไปหมายจะปลดเข็มขัดหนังแบรนด์หรูที่คาดอยู่บนกางเกงสแล็ก
คณิสราเห็นแบบนั้นก็พลันนัยน์ตาเบิกโพลง ร้องห้ามออกมาแทบไม่ทัน
“บอสคะ! ไม่ใช่เบลท์นั้นค่ะ”
เสียงหวานร้องโวยวาย ทำชายหนุ่มหยุดชะงัก เขาก้มลงมองไปรอบกายด้วยความมึนงงอันเนื่องมาจากฤทธิ์สุราในร่างกาย
คณิสราถอนหายใจยาวออกมา ขืนปล่อยให้เจ้านายหนุ่มปลดเองมีหวังกว่าจะได้ขึ้นห้องคงฟ้าสางกันพอดี
เมื่อคิดได้แบบนั้น ร่างบางจึงโน้มลงไปช่วยชายหนุ่มปลดเข็มขัดนิรภัยออกมา ทว่าในจังหวะนั้นจมูกโด่งเป็นสันโดนปรางแก้มนวลเข้าอย่างจัง ทำเอาคนตัวเล็กตกใจ รีบหยัดกายลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง พร้อมยกมือขึ้นวางทาบลงบนแก้มใสด้วยใจเต้นระส่ำ
ทว่าจิณณ์กลับทำเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอจึงรีบสลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป และหันมาช่วยพยุงเจ้านายออกมาจากรถ
กว่าทั้งคู่จะขึ้นมาถึงบนเพนต์เฮาส์ของ
จิณณ์ได้ ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย เนื่องจากคนตัวโตไม่อาจเดินเป็นเส้นตรงได้ คณิสราจึงจำต้องให้ชายหนุ่มวางแขนลงบนไหล่บอบบาง และใช้แรงที่มีเพียงน้อยนิดของตนเองหอบสังขารของเขาขึ้นมาจนถึงชั้น 23 อันเป็นที่ตั้งของเพนต์เฮาส์สุดหรู
“บอสคะ ถึงเตียงแล้วนะ ค่อย ๆ นั่งลงไปก่อน” คณิสราว่าพลางค่อย ๆ ประคองร่างสูงหย่อนลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ แต่แทนที่เขาจะค่อย ๆ นั่งลงไปตามที่เธอบอก เขากลับทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงนอนบนเตียง และนั่นจึงทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปพร้อมกัน
“ว้าย!”
เสียงหวานร้องออกมาด้วยความตกใจ และในเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตาของทั้งคู่ก็สบประสานกัน หัวใจที่เคยสงบนิ่งของเธอก็พลันโหมกระหน่ำเต้นอย่างบ้าคลั่ง จนเธอต้องรีบพยายามหยัดกายลุกขึ้น ด้วยกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงของหัวใจดวงน้อย
ทว่าฝ่ามือหนาที่วางอยู่บนแผ่นหลังบอบบางกลับนิ่งอยู่แบบนั้น อีกทั้งยังออกแรงรั้งเอาไว้ไม่ให้เธอผละหนี
ดวงตาคู่คมที่มองตอบกลับมานั้นทำร่างบางร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็น
“บอสคะ ปล่อยควีนได้แล้วค่ะ”
“ผมไม่อยากปล่อย ผมกลัวว่าถ้าปล่อยคุณไปแล้ว คุณจะไปจากผม”
เสียงทุ้มเจือความเศร้าทำเอาคณิสราหัวใจวูบไหว ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะตอบกลับไป ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งก็เข้าคว้าท้ายทอยบาง ดึงเธอเข้าไปจนกระทั่งริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน
จูบแรกของเธอ…