EP.7
วันต่อมา
สตูดิโอ
แชะ~ แชะ~
บีน่าโพสท่าถ่ายรูปอย่างชำนาญ ปรับเปลี่ยนท่าตามที่ช่างภาพต้องการ พร้อมกับถือผลิตภัณฑ์ที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ตัวใหม่ ยิ้มให้กล้องอย่างสดใส
“เก้านาฬิกาๆของดีๆ”
“ใครอ่ะแก หล่ออย่างกับนายแบบเลย”
“นายแบบใหม่เหรอวะ”
“หน่วยก้านใช้ได้เลย”
“ไม่รู้ น่ากินมาก หุ่นต้องแซ่บมากแน่ๆ แต่หน้าโคตรโหดอ่ะ”
“โหดแล้วไง ไม่เป็นไร หล่อ ให้อภัยได้”
“อร๊ายยย น้ำลายจะไหล”
ทว่าวันนี้บีน่ากลับโดนแย่งซีน ช่างแต่งหน้าและบรรดาทีมงานต่างให้ความสนใจเคลีสที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันนัก
คนโดนมองรู้ตัวแต่ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ เขายังคงนั่งทำงานในมือถือเพื่อฆ่าเวลาแต่ก็ไม่สบอารมณ์นัก หากเจนนิสกับเดวิดไม่ได้ไปค้างอ้างแรมที่คฤหาสน์ของตนและคะยั้นคะยอทุกวิถีทางคนอย่างเขาคงไม่มีทางมานั่งอยู่ตรงนี้
“เพอร์เฟค!เรียบร้อยครับ”บีน่าหุบยิ้มลงทันทีเมื่อช่างภาพบอกอย่างนั้น แสงไฟรอบข้างดับลงเมื่อการถ่ายแบบสิ้นสุดลง เธอเดินออกมาหาเจ้าของแบรนด์ที่ยืนดูรูปภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา
“เป็นไงบ้างคะพี่ชุ”
“น้องน่าขา พี่จะให้ผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้อีกรอบนะคะ คราวนี้พี่ให้หนึ่งลังเลย ฝากช่วยโปรโมตให้พี่เยอะๆด้วยนะ”เจ้าของแบรนด์ชี้ไปทางลังใส่ผลิตภัณฑ์ลังใหญ่ที่เตรียมมา
“ขอบคุณนะคะ”
“งั้นเดี๋ยวพี่ให้คนของพี่ยกไปขึ้นรถน้องน่าเลยนะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ วันนี้น่ามีบอดี้การ์ดของน่ามา ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ”บีน่าชี้ไปทางเคลีสที่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์
ชุติมนมองตามไปที่เคลีส ไม่น่าเชื่อว่าชายที่คนอื่นๆเอ่ยปากชมจะเป็นแค่บอดี้การ์ดไม่ใช่นายแบบอย่างใครเขาลือ“ขออนุญาตกรี๊ดได้ไหม น้องน่า บอดี้การ์ดอะไรจะหล่อขนาดนี้คะ เป็นนายแบบได้เลยนะคะเนี่ย”
“ขอบคุณแทนเขาด้วยนะคะ”
“ไปได้มาจากไหนคะเนี่ย หล่อไฟลุกแบบนี้ไม่ควรเป็นบอดี้การ์ดน้องน่านะ สมควรเป็นผัวพี่มากกว่า”
“แหม พี่ชุก็ เขาชื่อเคลีสค่ะ เป็นเพื่อนพี่แพค”
“ยืนงงในดงคนหน้าตาดีเลยค่ะ ว่าแต่พี่กินได้ไหม”
“ไม่ได้ค่ะ งั้นน่าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ ไม่อยากให้เขารอนาน”
“ตามสบายจ้ะ”
คอนโดบีน่า
“ฝนตก~ สดชื่นจัง~”บีน่าที่กำลังนั่งทานข้าวผัดอเมริกันอยู่พึมพำกับตัวเองเบาๆ ทันทีที่ถึงคอนโดบีน่า ฝนก็ตกหนักมีลมกระโชกแรงคล้ายว่าพายุเข้าหนัก ทำให้เคลีสไม่สามารถขับรถฝ่าฝนฝ่าลมกลับไปได้กลัวว่าจะเกิดอันตราย เขาจึงต้องมานั่งรอให้ฝนหยุดที่ห้องพักของบีน่าเป็นเวลานานเกือบสองชั่วโมง
“พี่เคทำหน้าเหมือนโดนบังคับทั้งๆที่พ่อก็ให้เงิน”ทั้งๆที่เขาหน้าเดียวมาโดยตลอดแต่วันนี้เธอเห็นความผิดปกติบางอย่างภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึมนั้น
นักฆ่าหนุ่มเขี่ยข้าวในจานไปมาเพราะความหิวโหยจึงเลือกที่จะทานข้าวผัดแสนเค็มของบีน่าอย่างไม่มีทางเลือก “ลดเค็มหน่อยไหม ไตจะพัง”เขาบอกหน้านิ่ง
“ชิ!”คำพูดของเขาไม่เคยรักษาน้ำใจตามเคย “น้องไม่ผิด น้องชอบแบบนี้ ไม่ชอบก็ต้องกิน”
“ทำเป็นอย่างเดียวหรือไง”
“ใช่ น้องว่ามันอร่อยดี”
“…”เขาส่ายใบหน้าไปมา แต่ก็ต้องฝืนทานต่อจนอิ่ม
“พี่เคทานยาด้วยนะแผลจะได้หายเร็วๆ แล้วแผลจะให้น้องช่วยล้างให้ไหม”
“ฉันทำเองได้”เคลีสหยิบยาสมานแผลในกระเป๋าออกมา เป็นสูตรยาที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง เขาเปิดฝากระดกดื่มไปครึ่งขวดแต่ไม่เกินขนาดที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
“พี่เค ดื่มแอลเหรอ เป็นแผลมันดื่มไม่ได้ มันไม่ดี แผลหายช้า”กลิ่นคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งกลิ่นคลุ้งตีจมูก ทำคนได้กลิ่นถึงกับปราม จะแย่งขวดมาจากมือแต่เขาก็ไม่ปล่อยมัน
“ไม่ใช่ มันเป็นยาสมานแผล”เพิ่งเคยใช้ยานี้เป็นครั้งแรกคงเป็นปกติที่มันมีกลิ่นแบบนี้ ไม่ได้ถามอะไรลูกน้องมากเมื่อคืนไม่ได้อยู่เฝ้าลูกน้องปรุงยาเพราะต้องไปทานข้าวกับเจนนิสและเดวิดตามคำเชิญชวน เขาจิบอีกเล็กน้อยรสชาติของมันต่างกับที่จินตนาการไว้
“กลิ่นแรงดีนะ ทำไมไม่ผลิตให้ไม่มีกลิ่น”บีน่าบ่นพึมพำก่อนจะนำจานสองใบไปล้างทำความสะอาด
ครืด~ ครืด~
เสียงโทรศัพท์ของเคลีสดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงฟ้าผ่าไกลๆ ปลายสายเป็นชื่อลูกน้อง เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสายเผื่อว่าลูกน้องมีเรื่องสำคัญ แต่เมื่อสัมผัสกับโทรศัพท์พร้อมจะหยิบขึ้นมา เขารู้สึกได้ว่ามือของเขาเริ่มสั่น
“มีอะไร”
(นะ…นายอยู่ไหนครับ)ปฐมถามเสียงสั่น
“ติดฝนอยู่ห้องบีน่า”
(นายทานยาที่ผมทำให้หรือยังครับ)สิ้นสุดคำถามของปฐม เคลีสรับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่คำถามที่แสดงความห่วงใยแต่เป็นคำถามที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
นักฆ่าหนุ่มเริ่มมีอาการแปลกๆ ตัวรุมๆ ภายในกายร้อนระอุ เหงื่อเริ่มผุดมาเล็กน้อย “นะ…ในยามีอะไร มึงอยากตายใช่ไหม”เขากำหมัดแน่นต่อต้านฤทธิ์ยานั้นที่ค่อยๆเริ่มจากจากศูนย์
น้ำเสียงดุดันของเคลีสทำให้ปฐมแทบจะพูดต่อไม่ออก เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอตั้งสติและยอมรับออกไปตรงๆ (เมื่อคืนผมทานยาแก้ปวดหัวไปเลยเบลอๆ ผมผสมส่วนผสมผิดครับ ขวดมันคล้ายกันผมเพิ่งรู้เมื่อกี้ว่าที่ผสมไปบางส่วนมันเป็นยาปลุกเซ็กซ์ครับ)ปฐมตอบเสียงสั่น
“มึงเตรียมตัวตายได้เลย”เสียงทรงอำนาจนั้นบอกปฐมก่อนจะกดวางสายทันที
จากศูนย์ไปขั้นที่หนึ่ง เคลีสลุกพรวดจากเก้าอี้ไปเข้าห้องน้ำโดยเร็ว ถอดกางเกงและกางเกงชั้นในออก หย่อนสะโพกลงตรงชักโครก หากตอนนี้เขาไม่ได้เป็นแผลเขาคงลงไปแช่น้ำเย็นในอ่างอาบน้ำเพื่อให้มันลุเทาลง
“อ่าส์”เขาชักรูดแก่นกายตัวเองเพื่อบรรเทาอาการที่เป็นอยู่ ยานรกที่เขาผลิตขึ้นมาไม่คิดว่ามันจะแรงแม้จะผสมกับสารชนิดอื่นบ้างแล้ว
ภายในกายยังร้อนรุ่มแม้จะได้ปลดปล่อยมันออกมาบ้างแล้ว เหงื่อผุดทั่วร่างกำยำ เขาหอบหายใจแรง น้ำเย็นๆที่กระทบใบหน้าพอจะทำให้สดชื่นขึ้นได้บ้างแต่ไม่หายขาดยังคงทรมาน มือหนารีบชักรูดแก่นกายให้เร็วขึ้นเพื่อไปถึงฝั่งปรารถนาอีกครั้ง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากข้างนอกโดยฝีมือบีน่า เธอใส่ชุดคลุมอาบน้ำมารอที่หน้าประตู แนบหูกับประตูก็ได้ยินเสียงไม่ชัดเพราะฝนข้างนอกยังคงตกแรง
“พี่เค ทำอะไรนานจัง น้องจะอาบน้ำ”เธอตะโกนเสียงดังๆเพื่อให้เขาได้ยิน
“…”ไร้การตอบกลับมีแต่เสียงซี๊ดปากกระเส่าออกมา เคลีสพยายามโทรหาริวแต่ริวปิดเครื่อง มีริวเพียงคนเดียวที่มียาถอนพิษนี้
“ตายรึเปล่า เข้าไปนานจัง เอ๊ะ! หรือล้มหัวฟาดพื้น”ด้วยความสงสัยจึงเคาะประตูให้แรงขึ้น แต่มันก็ไร้การตอบกลับเหมือนเคย หมุนลูกบิดประตูมันถูกล็อคจากข้างใน จึงรู้ว่าไม่ได้คิดไปเองว่าเคลีสอยู่ในนั้น
“มะ…ไม่เป็นไร”พยายามตั้งสติประคองเสียงไม่ให้สั่นแต่มันกลับยากลำบาก
“ไม่เป็นไรก็ออกมาสิ”
“ฉะ…ฉันยังออกไม่ได้”เป็นเรื่องน่าเกลียดหากจะบอกว่าเขาทำอะไรอยู่ มือเร่งความเร็วพยายามระงับอารมณ์ให้หมดไปต่อต้านฤทธิ์นั้นที่เพิ่มระดับความแรงขึ้นทุกวินาที
“ระ..หรือว่า ไม่นะ”คิดไปในทางไม่ดีก็กลัวจะเป็นแบบนั้น นางแบบสาววิ่งแจ้นไปหยิบกุญแจห้องน้ำ เสียงสั่นๆเมื่อสักครู่ที่ได้ยินเขากำลังขอความช่วยเหลือแต่ไม่พูดตรงๆหรือเปล่า เพราะเขาเองก็มีแผลอยู่
“พี่เคอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ ทำใจดีๆไว้ น้องจะพาไปหาหมอเอง”บีน่าลนลานจนมือสั่นยัดกุญแจใส่รูไม่ถูก หากเขาเป็นอะไรไปผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะหามเขาไปโรงพยาบาลอย่างไร ตอนนี้ฝนก็ตกไม่ซา
“ยะ…อย่าเปิด”
…………………………...........................................
หนูลูกพี่เคยังไม่เป็นไรคนที่จะเป็นอ่ะคือหนูนะลูก