EP.1
“พวกมึง หลบในนี้ก่อนดีกว่า กูว่าไอ้เหี้ยนั่นคงหาเราไม่เจอ”ชายหลายคนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเข้ามาในตึกร้าง ด้วยความเหนื่อยหอบจึงเข้ามาหลบที่นี่ก่อนเพราะมีนักฆ่ากำลังตามล่าตัวพวกเขาอยู่
“มันเป็นใครวะ ตามล่าพวกเราทำไม”เขาหอบหายใจแรงจนเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก แขนขาอ่อนล้าเพราะวิ่งหนีความน่ากลัวของชายผู้นั้นอย่างไม่คิดชีวิต
“กูว่าเป็นคนที่ไอ้นาธานส่งมาแน่เลย”
“มึงว่าหลบที่นี่จะปลอดภัยเหรอ”
“ปลอยภัยดิ ที่นี่เป็นตึกร้างแต่กูเคยมาเสพยาที่นี่ ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่ไม่รู้หรอกว่านี่คือแหล่งกบดานชั้นดี”
“กูโทรบอกไอ้เทพแล้ว กำลังมีคนมาช่วยเรา คงอีกไม่นาน”
ชายหนุ่มกดสวิตซ์เปิดไฟดวงเล็กขึ้นมา แสงไฟสลัวๆพอให้ที่นี่ไม่มืดมิดเกินไปบุคคลภายนอกตึกไม่มีทางเห็น ทว่าบีน่าที่หลบซ่อนอยู่ข้างในไหวตัวด้วยความตกใจ เธอได้ยินบทสนทนาที่พวกเขาคุยกันทั้งหมด ด้วยความกลัวอันตรายจึงซ่อนตัวให้มิดชิดเพราะชายหลายคนที่เธอเห็น เป็นบุคคลเดียวกับในข่าวนักโทษคดีข่มขืนแหกคุกออกมา จนเผลอจินตนาการไปเองว่าตัวเองจะโดนทำมิดีมิร้าย
“รับสิ!”มือเรียวที่สั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรขอความช่วยเหลือจากแพคทริคและพัตเตอร์ แต่ไม่มีใครรับสายเธอสักคน จึงต้องตัดสินใจโทรหาลูกน้องของพายุที่คาดว่าจะอยู่แถวนี้
เคล้ง!
“อ้ะ!”สายตาที่มัวแต่มองโทรศัพท์ทำให้ส้นสูงเจ้ากรรมเตะเหล็กแท่งที่วางอยู่ใกล้จนล้ม เธอจึงถอดรองเท้าออกมาถือไว้ด้วยความลนลาน รีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า คว้าคัตเตอร์มาเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว
“มีคนอยู่ที่นี่เหรอวะ”ชายคนหนึ่งถามขึ้นมาพลางหรี่ตามองไปทางต้นเสียงในมุมมืด
“มึงก็ไปดูสิ ใครวะ”ชายคนหนึ่งถูกอีกสามคนดันหลังให้เข้าไปที่มุมมืด ไม่มีทางเลือกมากชายผู้นั้นจึงก้าวเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ
บีน่าแทบกลั้นหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อเสียงฝีเท้าหนักเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ได้แต่สวดมนต์ภาวนาในใจ
“อึก”นางแบบสาวลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ คัตเตอร์ในมือที่เธอพกมาด้วยถูกเลื่อนขึ้นสุดใบมีด ไม่รู้ว่าเธอจะสามารถทำอะไรชายเหล่านี้ได้ไหม แค่จินตนาการว่าต้องฆ่าคนตามแบบที่พ่อและแฝดพี่ทำก็มือไม้สั่น เธอยังไม่มีประสบการณ์ หากจะต้องมือเปื้อดเลือดแบบพวกเขาเธอจะทำได้ไหม ยังไม่เคยลงสนามจริง สร้างความกดดันให้เธออย่างมากจนร่างบางชื้นเหงื่อ
“มึงจะย่องทำเหี้ยอะไร เดินเข้าไปเร็วๆดิ กูอยากรู้ว่าใครอยู่ในนี้”
“กูก็กลัวเหมือนกันนะ เผื่อมันเป็นไอ้นักฆ่านั่นล่ะ จะซวยเอานะ”
“ปัญญาอ่อนหรือไง ไอเหี้ยนั่นมันจะหลบมึงทำไม”
“อาจจะเป็นหนูก็ได้”
“หนูบ้านพ่อมึงเสียงดังขนาดนั้นเลยเหรอ”
ฉึบ!
บีน่ารวบรวมความกล้า มือสั่นเทากำคัตเตอร์ไว้แน่นเมื่อชายผู้นั้นเดินเข้ามาจึงตัดสินใจแทงเข้าที่ลำคอของเขาเต็มแรง
“อั่ก”ชายผู้นั้นตาเบิกโพลง บีน่าดึงคัตเตอร์ออกมา เธอหลับตาปี๋ทันที สะอิดสะเอียนที่เลือดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าสวย
“หยี๋!”เปิดเปลือกตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า ชายผู้นั้นนอนจมกองเลือด กลิ่นคาวเลือดตีจมูกพะอืดพะอมจนจะอาเจียน เธอจิตไม่แข็งพอ ไม่รู้ว่าทำไปได้ยังไง เคยเรียนแต่ทฤษฎีเพิ่งเคยปฏิบัติจริง แม้รอบตัวจะมีแต่คนโหดร้ายก็ตามนี่เป็นการเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาครั้งแรกด้วยฝีมือตัวเอง ยืนแข็งทื่อราวกับถูกสะกดไว้ ทำอะไรต่อไม่ถูก
บีน่ากระวนกระวายจนน้ำตาเล็ดเปียกพวงแก้มนิ่ม มือเย็นเฉียบค่อยๆปาดน้ำตาออกไป พยายามตั้งสติเพื่อคิดหาทางออก นี่เป็นครั้งแรกที่ความดื้อรั้นของเธอนำมาซึ่งหายนะ คนที่เหลือเธอจะจัดการอย่างไรต่อ หากพลาดพลั้งต่อสู้ไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอหลังจากนี้
ในขณะเดียวกัน…เคลีสควงมีดในมืออย่างใจเย็น ฝีเท้าเบาของนักฆ่ามิอาจทำให้ชายหลายคนที่สนใจสิ่งอื่นอยู่ได้ยิน
สายตาโหดเหี้ยมของเขา เสียดายที่ชายพวกนั้นไม่ได้เห็น มีดในมือมันเล่มเล็กเกินไปเขาจึงเอื้อมมือไปที่กระเป๋าที่สะพายหลังอยู่ หยิบสปาต้าเล่มยาวขึ้นมา
ฉึบ!
ศีรษะของชายคนหนึ่งขาดกระเด็นไปอีกทาง ร่างของคนโดนฟันด้วยสปาต้าร่วงลงพื้น เลือดสีสดไหลทะลักเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลาของนักฆ่าหนุ่มและชายอีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พวกเขาอ้าปากค้าง แขนขาอ่อนแรงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เพื่อนรักของเขาตายไปอย่างสยดสยอง
ผิดกับคนกระทำ เขามองร่างไร้วิญญาณด้วยสายตาเย็นชา เลียริมฝีปากตัวเองที่เปื้อนเลือดเพียงนิด นักฆ่าหนุ่มอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มยืนอึ้งปามีดพกสั้นปักกลางอกชายคนหนึ่ง ก่อนจะตวัดเชือกเส้นใหญ่รัดคอชายที่กำลังจะวิ่งหนี ดึงให้ร่างล้มลงพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดเจิ่งนอง
“ไอ้กิต มึงจะต้องตายอย่างทรมาน ฮ่าาๆๆๆ”เสียงหัวเราะเย็นยะเยือกราวกับคนโรคจิตของนักฆ่าหนุ่มทำบีน่าขนลุกซู่ เธอเดินออกมาดูเพราะได้ยินน้ำเสียงคุ้นหู โลกนี้ยังใจดีกับเธออยู่ถึงส่งเคลีสมาได้ทันเวลา เธอใจชื้นราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก ริมฝีปากบางเคลือบลิปสติกคลี่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เรียวขาที่ยังไม่หายสั่นเทาค่อยๆก้าวเพื่อเดินไปทักทายเคลีส
“พี่เคย์มาทำอะไรที่นี่”เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาแต่เจ้าของชื่อไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
“ปะ…ปล่อยกูไอ้สัส”กิตดิ้นพล่านเมื่อถูกร่างกำยำของมัจจุราชคร่อมทับบนตัวในขณะที่ลำคอหนาก็ถูกเชือกรัดจนแทบหายใจไม่ออก
“พี่เคย์ขอบคุณที่มาทันเวลานะ”
“…”นักฆ่าหนุ่มปรายตามองเพียงนิด เขาไม่ได้สนใจ ปลดกระเป๋าสะพายออกจากหลังเพื่อเปิดเอาอุปกรณ์สำหรับทารุณกรรมออกมา
“พี่เคย์เมื่อกี้น้องฆ่าคนมาด้วย น้องกลัวอ่ะ ขอกอดหน่อยได้ไหม”นางแบบสาวยืนเก้ๆกังๆ ไม่ได้ขยับเข้าใกล้มากแต่มองดูการกระทำป่าเถื่อนด้วยความสนใจ แม้เคลีสจะเป็นคนที่คุ้นเคยแต่ตัวตนนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันน่าสนใจมากกว่าตอนที่เขานั่งเงียบขรึมในวงสนทนาที่ผ่านมา
“มาที่นี่ได้ไง มันอันตราย”เสียงเรียบแฝงไปด้วยความอันตรายถามบีน่า แต่สายตาดุดันจ้องมองเหยื่อใต้ร่างตัวเอง
“น้องหนีเที่ยว ตอนนี้น้องอยากล้างเลือดที่ตัว”
“ก็กลับไปสิ ใครห้าม”
“น้องกลัว อยากให้พี่เคย์ไปด้วย น้องคงขับรถไม่ไหว”
นักฆ่าหนุ่มกระแทกลมหายใจพรืดยาวด้วยความหงุดหงิด“รอก่อน”
“พี่เคย์จะทำอะไรมันเหรอ”
“เงียบก่อน เสียงของเธอมันทำให้ฉันเสียสมาธิ”