เขาคนนั้นคือคุณพยัคฆ์

1174 Words
สองทุ่มห้าสิบนาที ณ คลับหรูแชงกรีล่า ด้านหน้าตึกที่ประดับประดาไปด้วยไฟสีทองแลดูอลังการนั้นค่อนข้างคึกคัก แขกหน้าใหม่และเก่าที่ตั้งใจมาหาความสุขต่างตบเท้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย รถหรูนับสิบคันต่อแถวกันขับผ่านทางเข้าทำเอาพนักงานรับรถวิ่งกันจนขาแทบขวิด ทว่ามีอยู่คันหนึ่งที่สามารถผ่านเส้นทางพิเศษที่สุดได้ รถยุโรปคันหรูสีดำสนิทคันนั้นไปจอดสนิทตรงทางเข้าส่วนบุคคล เมื่อพนักงานทำการเปิดประตูให้ ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวก็ก้าวลงมาจากรถ “สวัสดีครับคุณเสือ” “อืม คุณนภาล่ะ” ขณะที่เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม มือของเขาก็ขยับสูทของตนให้เข้าที่ไปด้วย วงหน้าดุดันเรียบเฉย ดวงตาเรียวชี้อย่างคนมีเชื้อสายจีนมองไปยังด้านในตึก ไม่นานมือที่ประดับไปด้วยรอยสักเกือบเต็มพื้นที่ก็ยกขึ้นจัดคอเสื้อของตน ดึงขึ้นให้เรียบร้อยทว่าไม่ได้ตั้งใจให้ปิดรอยสักรูปหัวมังกรบนลำคอแต่อย่างใด “อยู่ที่ห้องรับรองครับ คุณนภาให้ผมมาเชิญคุณเสือเข้าไป ตอนนี้ น้อง เขารออยู่แล้วนะครับ” เพียงได้ยินคำว่า ‘น้อง’ คิ้วคมของ พยัคฆ์ ก็เลิกขึ้น ใจนึกไปถึงผู้หญิงในรูปที่ ‘ทิโมธี’ เพื่อนเขาส่งมาให้เมื่อตอนเย็น แม่คนนั้นที่ร้องไห้จนใบหน้าสวย ๆ แดงไปหมด ‘เด็กกูส่งมาให้ เห็นว่าเดือดร้อนต้องใช้เงินแบบด่วน ๆ กูเห็นว่าขาว ๆ เล็ก ๆ สเปคมึงเลย เก็บไว้พิจารณาหน่อยสิวะ’ เขาชอบเลี้ยงเด็กสาว ๆ ไว้เชยชมก็จริง แต่ปกติจะชอบหาคนที่ถูกใจเอง ไม่ใช่แนวที่จะให้ใครติดต่อหรือหาให้ ทว่ารอบนี้ไม่รู้ทำไมถึงตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย อาจจะเป็นเพราะใบหน้าที่แม้จะร้องไห้ขนาดนั้นก็ยังสวย หรือเพราะดวงตาบวมช้ำน่ารังแกมันกวนใจเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น ทำให้รู้สึกแปลกในอกอย่างบอกไม่ถูก สุดท้ายจึงต้องมาดูให้เห็นกับตา ทั้งที่ช่วงนี้งานรุมเร้าจนแทบจะตายห่าทุกวัน “อ้อ…ไปสิ” “เชิญทางนี้ครับ” ร่างสูงเดินตามพนักงานคนนั้นเดินลึกเข้าไปในโซนวีไอพี ซึ่งเป็นส่วนตัวและแสงสีอึมครึมมากกว่าด้านนอก เมื่อถึงด้านหน้าห้องที่อยู่ด้านในสุดก็พบว่ามีคนรออยู่แล้ว เธอคือคุณนภา มาม่าซังประจำสถานที่แห่งนี้ “สวัสดีค่าคุณเสือ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมคะ” สาวใหญ่วัยราวสี่สิบทว่าแต่งตัวสวยพริ้งเดินตรงรี่เข้ามาหาทันที อีกทั้งยังมือไม้อ่อนยกขึ้นไหว้เขาอย่างชดช้อย แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าหลายปีก็ตาม “สบายดีครับ คุณนภาล่ะ สบายดีไหม” “นภาสบายดีค่ะ เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะคุณเสือ นภาให้น้องเขาเตรียมตัวรออยู่แล้ว คุณเสือตาถึงมากเลยนะคะ เด็กคนนี้ขาวสวยอึ๋มมาก แถมกว่าจะยอมมาทำงานกับเรา นภาตื๊ออยู่ตั้งนาน” เธอจีบปากจีบคอชวนเขาคุยอย่างมีจริตจก้าน ขณะที่เปิดประตูพาเขาเข้าไปในห้อง ซึ่งตอนนี้มีแค่ไฟดวงเล็ก ๆ ส่องให้เห็นว่าบนเวทีด้านหน้าที่มีไว้สำหรับโชว์นั้นยังว่างเปล่า แต่เนื้อความในคำพูดของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาพลันขมวดคิ้ว พยัคฆ์หันไปมองเธออย่างตั้งคำถาม ไม่ได้ใส่ใจพนักงานที่กำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มแต่อย่างใด “เธอไม่เคยทำงานที่นี่เหรอครับ” ด้านนภาได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าพลางยิ้มกริ่ม รีบโน้มตัวมาป้องปากเชียร์สุดฤทธิ์ “คนนี้ใหม่เอี่ยมแกะกล่องค่ะคุณเสือ เห็นว่าไม่เคยทำงานนี้ด้วยนะคะ เป็นเพื่อนเด็กของนภานี่แหละ บังเอิญได้เจอเมื่อหลายเดือนก่อน ชวนมาทำงานด้วยตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่เพิ่งจะยอมมา” “อ๋อครับ” ไม่ต้องถามให้มากมายว่าเพื่อนเธอที่ว่าเป็นใคร เพราะเขาก็รู้แน่ ๆ อยู่แล้วว่าเป็น ‘เด็กกู’ ของทิโมธีนั่นแหละ พยัคฆ์ไม่คิดจะสนใจเรื่องเพื่อนเธอหรอก เพราะเขาสนใจที่คุณนภาบอกว่าไม่เคยทำงานที่นี่มากกว่า เนื่องจากไปสอดคล้องกับที่ทิโมธีบอกว่าเธอกำลังร้อนเงินพอดี ตอนแรกเขาก็คิดว่าเป็นเด็กที่ทำงานที่นี่แค่ต้องการใช้เงินด่วน แบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทิโมธีถึงต้องต่อสายตรงจากจีนมา ทั้งที่วันนี้มันก็จะบินมาไทยอยู่แล้ว เพราะไม่เคยขายนี่เอง “ใกล้เวลาโชว์เริ่มแล้ว อย่างนั้นนภาขอตัวก่อนนะคะ” “ครับ” บอกลาเขาแล้ว คุณนภาก็พาตัวเองออกไปด้านนอกไปพร้อมกับพนักงานเสิร์ฟ ทำให้ในห้องนั้นเหลือแค่พยัคฆ์ในฐานะลูกค้าที่ยังนั่งอยู่ ประตูปิดลงไม่นาน ไฟส่วนที่เขานั่งอยู่ก็ถูกหรี่ให้มืดลงไปอีก ทว่าไฟสปอตไลท์ที่ส่องยังเวทียกระดับเล็ก ๆ ด้านหน้านั้นกลับสว่างจ้าขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในห้องทำเอาก้อนเนื้อในอกของชายหนุ่มที่นั่งเอนพิงพนักโซฟาอยู่นั้นเริ่มเต้นถี่อย่างตื่นเต้น ดวงตาคมจับจ้องไปบนเวทีนั้นเขม็ง เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ประตูหลังเวทีก็เปิดออก ก่อนที่หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวในชุดวาบหวิวจะเดินขึ้นมาหยุดที่เสาโพลแดนซ์ เขามองเห็นใบหน้าของเธอไม่ชัดนัก เนื่องจากมีผ้าบางปักเลื่อมปิดบังครึ่งล่าง “สวัสดีค่ะ คุณพยัคฆ์” “สวัสดีครับ” เธอสวมเพียงบราตัวเล็กบาง ๆ ที่แทบจะปิดอะไรไม่ได้ ทำให้รู้ว่าสาวเจ้าหน้าอกใหญ่เต็มไม้เต็มมือ ส่วนท่อนล่างสวมจีสตริง รอบเอวมีสร้อยลูกปัดสีทองห้อยลงมาคลอเคลียบั้นท้ายงอนงาม ภาพตรงหน้าชัดว่าเธอหุ่นดีมาก ดีกว่าที่เขาจินตนาการจากที่เห็นในรูปไปมากโข แม้แต่เสียงตอนเอ่ยปากเมื่อครู่ก็หวานกว่าที่เคยคิดเอาไว้ไปไกล ดูท่าตอนที่ครางคงจะน่าฟังดีพิลึก เห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็ผ่อนลมหายใจลงอย่างผ่อนคลาย หันไปหยิบแก้วไวน์มาแกว่งก่อนจะยกดื่ม สายตากวาดไปทั่วร่างก่อนจะเจาะจงเป็นพิเศษที่สะโพกกลมกลึงน่าเคล้น รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากหยัก... ทิโมธีมันรู้ใจเขาจริง ๆ ถึงส่งเด็กคนนี้มาให้ สงสัยต้องตอบแทนหนัก ๆ เสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD