แต่พอเห็นคนข้างนอกนิ่งเงียบไป ฉันจึงไม่อยากถามเซ้าซี้อะไรมันมากคนเราทุกคนมีเรื่องไม่สบายใจกันทุกคนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าเขาจะอยากเล่าให้ใครรับฟังหรือเปล่าเท่านั้นเอง ถ้าเจ้าตัวไม่อยากเล่า ก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ฉันก็ไม่ควรยุ่ง ถ้าเขาอยากให้เรารับฟัง เดี๋ยวเขาคงเล่าเอง
เพราะเป็นเพื่อนกันมานานฉันจึงเข้าใจคนอย่างสงครามเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรหรือมีปัญหากับใคร สงครามจะเป็นคนประเภทไม่ชอบให้ใครถามเซ้าซี้ ถ้าอยากเล่าเขาจะเป็นคนเล่าเองโดยที่เราไม่ต้องถาม แต่ถ้าเรื่องไหนที่มันไม่อยากเล่า ต่อให้ถามยังไงมันก็ไม่ยอมเล่า
“ปะ กินข้าวกัน กูพึ่งลงไปซื้อของกินมา กูซื้อมาเผื่อมึงด้วย”
พอเห็นมันเงียบ ฉันจึงเปลี่ยนเรื่องคุยและลุกขึ้นจากโซฟา ตั้งท่าจะเดินไปที่โต๊ะกินข้าว แต่พอฉันหันหลังกำลังจะเดินออกไปสงครามก็พูดขึ้น
“เมื่อคืนกูทะเลาะกันกับลิน ลินไม่ชอบให้กูไปเที่ยวกลางคืนกับพวกมึง กูพยายามอธิบายเหตุผลให้ลินเข้าใจ ว่าบางทีกูก็ต้องมีไปเที่ยวกับเพื่อนบ้างตามประสาผู้ชาย แต่กูรับปากลินเรื่องผู้หญิง แถมกูยังชวนลินไปด้วยกัน แต่ลินแม่งไม่ยอมท่าเดียว” สงครามมันเริ่มเล่าถึงสาเหตุที่มันไม่ได้นอน
“พอกูถามหาเหตุผลลินก็เงียบไม่มีคำตอบอะไรกู พอกูยืนยันที่จะไป ก็ขู่แต่จะเลิก แม่ง..กูโคตรไม่ชอบสถานการณ์อึดอัดแบบนี้”
มันเล่าเรื่องที่ทำให้มันมีสภาพแบบนี้ให้ฟัง มันเล่าไปถอนหายใจไป น้ำเสียงมันฟังดูเหนื่อยๆ มันยังคงก้มหน้า
“ก็ถ้าเขาไม่อยากให้ไป แล้วมึงจะไปทำไมล่ะ” หลังจากเงียบฟังมันมานาน ฉันจึงถามมันออกไป ตามที่มันบอกก็ถ้าแฟนมันไม่อยากให้ไป แล้วมันจะรั้นไปเพื่ออะไร สุดท้ายก็ต้องมามีปัญหากัน
ที่ฉันไม่ถามหาสาเหตุที่เจ๊เพ-ลินไม่อยากให้สงครามไปเที่ยวกับพวกเรา เพราะฉันรู้ดีแก่ใจถึงสาเหตุนั้น จึงไม่อยากไปขยี้จุดให้มันมีประเด็น เยอะขึ้น ฉันจึงเปลี่ยนประเด็นถามไปว่าทำไมมันถึงไม่ทำตามใจเขา เพราะในเมื่อที่ผ่านมามันก็ตามใจเขามาโดยตลอด แล้วทำไมครั้งนี้มันถึงไม่ทำ
ความจริงคนที่เจ๊เพ-ลินไม่อยากให้ร่างสูงตรงหน้าไปเที่ยวด้วยนั้น ไม่ใช่เพื่อนๆ ทุกคนหรอก เป็นฉันคนเดียวต่างหากที่เจ๊แกไม่ชอบให้ร่างสูงมายุ่งด้วย อย่างว่าละ ใครๆ ก็คงหวงแฟนตัวเองทั้งนั้น โดยเฉพาะกับฉันที่ เจ๊เพ-ลินกับแม่ใหญ่ตราหน้าให้ฉันมาโดยตลอดว่าพวกลูกเมียน้อย นิสัยชอบแย่งของชาวบ้าน
สงครามมันนิ่งมาก ความจริงปัญหาระหว่างฉันกับบ้านใหญ่ สงครามมันก็พอรู้ และมันก็รู้ด้วยว่าฉันกับเจ๊เพ-ลินไม่ค่อยลงรอยกัน แต่มันก็เหมือนไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้
แต่เราผู้หญิงด้วยกันทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเหตุ มันเป็นเพราะฉัน ที่ผ่านฉันพยายามยอมทุกทาง ไม่ยุ่ง ไม่เข้าใกล้ร่างสูงเหมือนอย่างเคย เพราะเข้าใจตรงนี้ ฉันจึงไม่เคยไปยุ่งอะไรกับสงครามอีกเลย กลัวว่าตัวเองอาจจะทำให้ร่างสูงมีปัญหากับแฟนเพราะตัวเองได้
สุดท้ายก็เกิดขึ้นจริงๆ แล้วอย่างนี้ฉันควรช่วยเพื่อนอย่างไรดี ดูท่าแล้วคงทะเลาะกันรุนแรงน่าดู เพราะดูจากสภาพของเพื่อนฉันที่ตอนนี้สภาพดูไม่ได้เลย
แต่ว่าจำเป็นไหมที่ฉันจะต้องมาฟังคนที่ฉันแอบรักพูดถึงแฟนเขาอยู่แบบนี้ เพราะฉันรู้สึกเจ็บหน่วงๆในอกทุกครั้งที่ได้ยิน
“กูแม่งไม่เข้าใจลินเลย จะอะไรนักหนากับอีแค่กูจะไปกินเหล้ากับเพื่อน” ครามมันยังระบายความอัดอั้นออกมา
“ก่อนหน้านี้กูก็เที่ยวแบบนี้มาโดยตลอด ก็เห็นบอกว่ารับได้ การกินเหล้า การเที่ยวกลางคืน มันเป็นเรื่องปกติสำหรับวัยอย่างเรา ซึ่งลินเองก็มีเที่ยวมีกินเหล้ากับเพื่อนของเขา กูก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะกูก็เข้าใจว่ามันต้องมีสังสรรค์กันธรรมดา กูก็ให้พื้นที่เขาเต็มที่”
ฉันนั่งนิ่งไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป ยังคงฟังในสิ่งที่อีกคนพูดอย่างตั้งใจ
“แต่พอกูจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ บ้าง ก็มักจะหาเรื่องทะเลาะกันตลอด อีกอย่างที่กูไม่โอเค คือเวลาทะเลาะกัน ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ ถ้าไม่เป็นไปตามที่ลินต้องการ ลินจะบอกเลิกกับกูทุกที”
คราวนี้สงครามมันจ้องมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ปกติมันก็เดายากอยู่แล้ว มันเป็นพวกปกปิดอารมณ์เก่ง
“อีกอย่างเรื่องแค่นี้ ลินถึงกับบอกเลิกกูเลย ความสัมพันธ์ของเรามันไม่มีค่าอะไรเลยหรือวะ ถึงบอกเลิกกันง่ายขนาดนั้น” สงครามมันนั่งก้มหน้า ระบายทุกอย่างออกมา ใช้ฝ่ามือลูบหน้าไปด้วย