Cheere Part
21.00 น
ตอนนี้ฉันนั่งรอยัยน้ำหวานแต่งตัวจนจะหลับอีกรอบแล้ว
“มึงเสร็จยังเนี่ย กูหลับไปเป็นตื่นแล้วมึงยังไม่เสร็จอีกเหรอ”
ฉันนั่งบ่นให้มันอย่างเซ็งๆ บนเตียงนอน แต่มันไม่สะทกสะท้านหรอก มันยังนั่งติดขนตงขนตาของมันต่อ ไม่สนใจเสียงบ่นของฉันสักนิด
ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ชอบแต่งตัวนะ ฉันก็แต่งบ้างแต่ไม่เท่าน้ำหวานมัน เพื่อนฉันคนนี้มันแซ่บมากบอกเลย สูงๆ ขาวๆ นมเป็นนม ยิ่งมันแต่งตัวไปเที่ยวนะบอกเลย พวกผู้ชายเหลียวหลังเลยแหละ เพื่อนฉันเนี่ยใช่ว่ามันจะไม่มีหนุ่มมาขายขนมจีบนะ เยอะมากเลยต่างหาก แต่มันก็ยังไม่ยอมคบใครสักคน นั่งรอมันไป ตาฉันก็เริ่มจะปิด จนเสียงไลน์ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจสะดุ้ง
เป็นไอ้ขุนพล
Line
Kwunpon : เสร็จกันรึยัง
Cheere : อืมเสร็จละ
Kwunpon : กูรออยู่ข้างล่าง เร็วๆ ด้วย
Cheere : กูเสร็จนานแล้ว รอไอ้หวานอยู่
Kwunpon : บอกมันเร็วๆ ไม่งั้นกูไม่รอนะ
Cheere : อืออ 5 นาทีลงไป
พอตอบไลน์ขุนพลเสร็จ ฉันหันมามองเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้มันแต่งตัวน่าจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันยืนหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อตรวจความเรียบร้อยอีกรอบ ยอมรับเลยว่ามันสวยมาก เซ็กซี่มาก ฉันเองยังมองมันอย่างตกตะลึงเลยจนมันทักขึ้น
“สวยใช่ป่ะ” มันกำลังถามหรือมันกำลังบอก ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
“เออๆๆ คุณเพื่อนสวยเซ็กซี่มาก แต่เร็วๆ หน่อย ไอ้ขุนพลมันมารอนานแล้วจนมันจะไม่รอแล้ว” ฉันว่ามันออกไป
“คนสวยต้องไปทีหลังเพื่อนดิวะ ให้ตัวประกอบโชว์ตัวก่อน นางเอกต้องออกหลังเพื่อนโว้ย” มันพูดอย่างมั่นหน้าตัวเองสุดๆ
“ถ้าคุณนางเอกจะออกทีหลัง คงต้องไปเองค่ะ เพราะคนอื่นเขาไม่รอแล้วค่ะ มึงเตรียมตัวฟังขุนมันบ่นได้เลย” ฉันพูดประชดมันออกไป
“รู้แล้วน่า นี่ก็รีบสุดๆ แล้ว แกก็รู้ถ้าไม่มั่นใจฉันไม่ไปไหนแน่ ป่ะ ไปได้แล้ว” น้ำหวานมันเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินมายื่นมือมาเรียกฉัน
ฉันเดินไปหยิบกระเป๋าแล้วจับมือมัน เราสองคนก็รีบลงมาข้างล่างเพราะกลัวอีกคนจะรอนาน แต่ก็นานอยู่ดี พวกเราสองสาวจึงต้องนั่งฟังเพื่อนมันบ่นให้ตั้งแต่นั่งรถออกมาจากคอนโดจนถึงผับเลย……หูชากันไป
⋲
The Moon
พอพวกเรามาถึงก็เจอ มาโคร ชานนท์นั่งอยู่ก่อนแล้ว ข้างๆ มันยังมีสาวนั่งข้างๆ เหมือนเคย เปลี่ยนแค่หน้าตาเพราะมันควงไม่เคยซ้ำหน้ากัน พอเจอหน้า มันก็โวยวายมาเลย
“กว่าจะมากันได้นะพวกมึง” มันส่งสายตามองพวกเราทีละคน
“มึงว่าไอ้หวานโน่น แม่ง…กูรอเป็นชั่วโมง”
ขุนพลมันได้ทีฟ้องเพื่อนๆใหญ่เลย มันคงโมโหมากแต่มันก็บ่นมาเยอะแล้วนะ ฉันกับยัยหวานนั่งฟังมันบ่นไม่เถียงมันสักคำด้วย
“โอ้ยยย พวกมึงจะมาบ่นอะไรกูหนักหนา ก็มาทันปะ ผับไอ้ออสตินมันไม่ได้ปิดก่อนเที่ยงสักหน่อย อีกอย่างกูต้องมั่นใจว่าสวย ไม่สวยกูไม่ยอมเดินออกจากห้องเด็ดขาด” น้ำหวานบ่นออกมาอย่างรำคาญ
ยัง ยัง จะไปมั่นหน้าใส่เขากันอีก…ฉันคิดในใจอย่างระอาเพื่อน
“นี่สวยมึงแล้วเหรอ” ไอ้ชานนท์ถามขึ้นมาเมื่อน้ำหวานพูดจบและมันมองนางขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ใช่ สวยสุดๆ” น้ำหวานมันพูดไปสะบัดผมมันไปอย่างมั่นใจ
“ฮึ สู้น้องอายกูก็ไม่ได้ เนาะ แถมเก่งด้วย”
ไอ้ชานนท์มันหันไปพูดกับสาวที่อยู่ในอ้อมแขนมันแววตาหวานเยิ้ม ก่อนจะจูบกันโดยไม่แคร์สายตาใคร และไม่สนใจเสียงโวยวายของน้ำหวานด้วย
“ไอ้เหี้ยนนท์” น้ำหวานกระฟัดกระเฟียดใส่เพื่อน แต่ชานนท์ก็ไม่สนใจ ฉันเลยดึงแขนน้ำหวานให้นั่งลง
ผับแห่งนี้พวกเรามากันประจำแหละ ถือว่าเป็นร้านประจำของพวกเราก็ว่าได้และเจ้าของร้านก็ไม่ใช่ใคร เพื่อนฉันนี่แหละ…ไอ้ออสติน
ก็ไอ้นี่มันลูกมาเฟีย ธุรกิจประเภทนี้ครอบครัวมันถนัด พอเป็น แบบนี้พวกเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่นั่ง ต่อให้คนเยอะแค่ไหนเราก็ หายห่วงในเรื่องนี้เพราะมากับเจ้าของผับ