ผับนี้ก็ถือว่าเป็นผับดังของย่านนี้เลยก็ว่าได้ ราคาก็เอาเรื่องอยู่ แต่ถึงจะราคาแรงขนาดไหน แต่ผับนี้ก็เต็มตลอดทั้งสัปดาห์ ยิ่งศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง บอกแล้วไงทำธุรกิจแบบนี้ในไทยยังไงก็รวย ยิ่งมีเส้นสายดีๆ นะ ไม่ต้องพูดถึง เหมือนไอ้ออสติน เผลอๆ บางวันผับมันเปิดยันสว่างยังได้เลย
พอนั่งลงไอ้มาโครก็รีบชงเหล้ามาให้พวกเราทั้งสาม ฉันก็พอกินได้แหละ แต่ไม่เก่งเท่าน้ำหวานมันหรอก มันเนี่ยคอทองแดงเกือบเท่าๆ พวกผู้ชาย ตอนนี้ไอ้ออสตินมาถึงก็ลงมาสมทบกับพวกเราแล้ว ข้างกายมันมี สาวน้อยหน้าหวานนั่งคลอเคลียกันอยู่ เผลอๆ ที่มันลงมาช้าเนี่ย มันคงกินกันมาแล้วละฉันว่า เพราะดูจากรอยที่คอน้องมันก็เหมือนเป็นรอยใหม่ๆ อยู่ แต่ฉันไม่ได้สนใจมากหรอก พวกเพื่อนๆ ฉันมันก็เป็นแบบนี้แทบจะทุกคน ก็พวกมันทั้งหล่อทั้งรวย แค่พวกมันขยิบตาสาวๆ ก็ตามเป็นหางว่าวแล้ว
เรานั่งได้สักพักก็ยังไม่มีวี่แววว่าอีกคนจะตามมา พวกมันเลยเริ่มถามกันขึ้นมา
“มึงว่าไอ้ครามมันจะมาไหม” ชานนท์เริ่มเปิดประเด็น
“ไม่รู้ กูโทรแล้วมันไม่รับ” มาโครที่ตอนนี้กลายเป็นมือชง (เหล้า) หันมาบอกเพื่อน
“เดี๋ยวมันคงตามมา ตอนเย็นมันบอกกูว่ามันจะมา”
ขุนพลที่เป็นโทรไปบอกอีกคนกล่าวขึ้น ก่อนจะยกเหล้าขึ้นมาจิบๆ มันก็ยังคงคอนเซปเดิมของมัน
“มันคงจะมาได้เหรอวะ เพ-ลิน คงยอมให้มา” คราวนี้เป็นมาโครที่แย้งขึ้นมา
“กูว่าเดี๋ยวนี้ไอ้คราม มันเหมือนหมาเข้าไปทุกทีแล้ว ยัยเพ-ลินจูงไปไหนก็ไป สั่งอะไรก็ยอม มันแทบจะไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรกับพวกเราเลยตอนนี้” มาโครพูดถึงอีกคนด้วยอารมณ์เซ็งๆ
พักหลังๆ มานี้ สงครามไม่ค่อยได้มาเที่ยวกับเพื่อนๆ สักเท่าไร หรือมาทีก็ไม่เกินชั่วโมงก็กลับทำให้มิตรภาพของพวกเขาห่างกันออกไป
“แล้วมึงจะไปยุ่งอะไรกับมัน” ขุนพลที่เห็นว่าเพื่อนเริ่มพูดแรง เอ่ยขึ้นเพื่อเตือนสติ
“เปล่า กูก็ไม่ได้อยากยุ่งอะไร ก็แค่รู้สึกว่ามันแปลกไป ขนาดแต่ก่อนตัวมันติดยัยเชียร์จะตาย ดูตอนนี้สิ แม่งหลงแฟนจนลืมเพื่อน”
มาโครมันก็แค่พูดความจริง เพราะที่ผ่านมาฉันกับสงครามเราสนิทกันมาก มันจะเป็นคนที่มารับมาส่งฉันที่ห้องและนอนเล่นอยู่ที่ห้องฉันประจำ แต่หลังจากที่มันคบกับเจ้เพ-ลิน ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป
“กูก็คิดแบบไอ้มาโครนะ ก็อยากให้มันมาด้วย ตั้งแต่มันเริ่มคบกับ เพ-ลิน มันก็ไม่ค่อยได้มาเที่ยวแบบนี้กับพวกเราเลยนะโว้ย อีกอย่างเดี๋ยวพวกเราก็เรียนจบกันแล้ว อาจจะไม่มีโอกาสมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้อีก”
“แล้วมาจะมางอแงเรียกร้องความสนใจทำส้นตีนอะไร มันมีแฟน มันก็คงอยากอยู่กับแฟนมันสิ เลิกพูดเรื่องของมันได้แล้ว มันไม่มาก็เรื่องของมัน หรือถ้ามันไม่มา มึงจะไม่ไปกับน้องๆ” คราวนี้เป็นออสตินพูดขึ้น
นึกว่ามันไม่ได้ฟังที่เพื่อนๆ คุยกัน ก็เห็นมันมุดหน้าไซร้อยู่แต่ที่หน้าอกของน้องผู้หญิงคนนั้นจนไม่สนใจฟังเพื่อนๆ
ฉันนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ก็จริงอย่างที่มาโครพูด ตั้งแต่ที่สงครามกับ เจ้เพ-ลินคบกัน คนตัวโตก็ไม่ค่อยไปไหนมากับพวกเราเหมือนเคย ก็อย่างที่ชานนท์บอก เขาก็คงอยากอยู่กับแฟนเขา พอคิดแบบนี้ทำไมฉันถึงรู้สึกอดหน่วงๆ ในใจไม่ได้
เห็นฉันนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ฟังเรื่องที่พวกนั้นคุยกัน น้ำหวานที่เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่รู้เรื่องของฉันดี หันมากอดคอฉันไว้ มันยิ้มให้ฉันเบาๆ ยกแก้วเหล้ามาชนแก้วชนฉัน และพูดเบาๆ เพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน
“ดื่มสิแก มาเที่ยวทั้งทีเอาให้มันสนุกกันเต็มที่ จะมานั่งอมทุกข์อยู่ทำไม เขามีความสุขกับคนของเขา แกก็ควรมีความสุขของแกเหมือนกัน”
พอพูดจบน้ำหวานมันก็ดื่มทีเดียวหมดแก้ว แถมมันยังคว่ำแก้วลงให้ฉันดู เป็นการท้าทายในตัวว่ามันดื่มหมดแล้ว ฉันจึงยกดื่มหมดแก้วตามมัน
ความขมของเหล้าบวกกับความร้อนของมันที่ไหลลงผ่านลำคอ ทำให้ฉันทำหน้าเหยเกจนเพื่อนๆ พากันหัวเราะ พวกมันก็รู้ว่าฉันดื่มไม่ค่อยเก่งเท่าไร