ชายหนุ่มมองคนพูดอย่างฉงน สมัยนี้ยังมีคนที่ยอมปฏิเสธเงินเพื่อความถูกต้องแบบนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย เพียงประโยคนั้นของเธอทำให้เขารู้สึกสนใจที่จะพิจารณาใบหน้าอีกฝ่ายให้ละเอียดขึ้นในทันที
ไม่เลวทีเดียว หน้าตาสวยสะดุดตาอยู่ไม่น้อย แถมยังซื่อตรงไม่เห็นแก่เงิน ว่าแต่ทำไมรู้สึกคุ้นๆ เขาเคยเจอเธอมาก่อนรึเปล่านะ หรือว่าจะแค่คล้ายกับคนที่รู้จัก ติณณ์นึกอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ไม่ยักจะนึกออก สงสัยเขาอาจจะคิดไปเอง
“แปลว่าเธอจะจ่ายค่าผ่าตัดเองเหรอ” เท่าที่ประเมินด้วยสายตา เขาคิดว่าเธอกับยายอาจไม่มีเงินก้อน จึงทนมาจนอาการหนักขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเขาคิดจะดูถูก แต่เด็กคนนี้น่าจะเรียนมหาวิทยาลัยอยู่หรือไม่ก็เพิ่งจบ ยายเองก็แค่ค้าขายในตลาดที่ไม่ได้ใหญ่โตมากมายอะไร แล้วแบบนี้จะหาเงินก้อนมาจากไหนถ้าไม่ใช่กู้ยืม
“เอ่อ...ตอนนี้น้ำยังไม่มีตังขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ว่ายังไงก็คงต้องพยายามหาเงินมารักษายายให้ได้” น้ำรินบอกเขาไปตามตรง
“แต่คุณหมอบอกว่ายายเธอรอได้อีกไม่นานนะ”
“น้ำมีเวลาอีกนานแค่ไหนเหรอคะคุณหมอ” นั่นสินะ เธอยังไม่ได้ถามข้อนี้เลยว่ามีเวลาหาเงินนานแค่ไหน
“ควรผ่าตัดภายในสามเดือนนี้ครับ เพราะถ้าปล่อยไว้นานกว่านั้นอาจจะเสี่ยงหัวใจวายได้ มันอันตายเกินไป”
“สามเดือน!” นั่นยิ่งเหมือนทำให้หัวใจน้ำรินหล่นหายไปทันที เวลาสามเดือนกับเงินห้าแสนบาท ต่อให้ทำทั้งงานประจำและทำงานพิเศษเพิ่มให้ตายยังไงก็ไม่มีทางหาทันในสามเดือนนี้แน่ๆ
“ถ้าอย่างนั้นน้ำจะรีบหาลู่ทางให้ไวที่สุดนะคะ” คงไม่มีทางอื่นแล้วนอกจากกู้เงินมารักษายาย แต่ว่าเงินมากมายขนาดนั้นจะมีเจ้าหนี้ที่ไหนยอมให้กู้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเธอกับยายไม่มีอะไรไปค้ำประกันเลย
“ครับ ถ้าตัดสินใจได้ยังไงก็ค่อยบอกหมออีกที ส่วนตอนนี้หมอจะรักษาแบบประคับประคองอาการของคุณยายให้ดีที่สุดไปก่อนนะครับ”
“ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ”
“ครับ อย่างนั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ”
“คิดว่าจะหาเงินมารักษายายยังไง เรียนจบแล้วหรือยังเราน่ะ” ติณณ์ถามเมื่อหมอกับพยาบาลเดินกลับเข้าไปในห้องไอซียูแล้ว
“เรียนจบแล้วค่ะ แต่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน นอกจากงานประจำที่ทำอยู่ น้ำคงต้องรับทำงานพิเศษให้มากขึ้น แต่ยังไงก็คงไม่พออยู่ดี น้ำจะหาแหล่งเงินกู้ค่ะ”
“เธอจะดิ้นรนทำแบบนั้นทำไมในเมื่อฉันบอกว่าฉันให้ได้”
“แล้วทำไมคุณติณณ์ต้องมาเสียเงินมากมายขนาดนั้นเพื่อช่วยยายด้วยล่ะคะ ทั้งที่ไม่รู้จักกันแท้ๆ” ที่เธอพูดเช่นนี้เพราะเกรงใจที่จะรับความช่วยเหลือจากเขา แต่กลับทำให้คนฟังเข้าใจว่าเธอไม่ไว้ใจ หรือมองว่าเขากำลังหวังอะไรบางอย่างจากการช่วยเหลือยายของเธอ
“เธอกำลังคิดอะไรอยู่ คงไม่คิดว่าฉันหวังผลประโยชน์อะไรอยู่หรอกนะ”
“คือน้ำไม่ได้...” เธอไม่มีทางคิดแบบนั้นเพราะสำหรับเธอเขาเป็นคนที่ดีมากที่สุดคนหนึ่งในชีวิตและมีบุญคุณกับเธอมากด้วย แต่เขากลับไม่เปิดโอกาสให้เธออธิบายเลยสักนิด
ติณณ์เข้าใจว่าอีกฝ่ายเคลือบแคลงสงสัยในตัวเขา ชายหนุ่มจึงอธิบายเจตนาและความบริสุทธิ์ใจให้เธอฟัง
“รถฉันถูกเช็คอย่างละเอียดแล้วพบว่าโดนตัดสายแบรก มีคนจงใจอยากให้ฉันบาดเจ็บหรือตาย แต่กลับเกิดเรื่องขึ้นที่ตลาดก่อน ซึ่งฉันเพิ่งจะขับรถออกจากที่ทำงานผ่านตลาดนั้นจึงใช้ความเร็วได้ไม่มาก
บวกกับรถเข็นของยายเธอมีส่วนช่วยให้แรงกระแทกตอนชนลดลง ฉันเลยโชคดีรอดมาได้แถมไม่เป็นอะไรมาก ดังนั้นถือว่ายายเธอช่วยฉันไว้ส่วนหนึ่ง ฉันจึงอยากช่วยยายกลับบ้าง
ที่สำคัญ คุณปู่ที่ฉันรักมากก็กำลังป่วยด้วยหลายโรครุมเร้าเช่นกัน ฉันเข้าใจว่าความกลัวที่จะสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปมันเป็นยังไง หากเรายังมีโอกาสยื้อชีวิตของท่านไว้ ยังไงเราก็ต้องทำ ดังนั้นฉันจึงเข้าใจและอยากช่วยเหลือเธอกับยาย เจตนาฉันมีแค่นั้น”
“รถคุณถูกตัดสายแบรกเหรอคะ” น้ำรินถามอย่างตกใจ คนดีขนาดนี้ทำไมถึงมีคนคิดทำร้ายได้นะ
“ใช่” ชายหนุ่มเอารูปในโทรศัพท์พร้อมข้อความจากเพื่อนที่เป็นตำรวจให้เธอดู เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้โกหก
“ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้คุณติณณ์ต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากๆนะคะ เพราะถ้าคนที่อยากทำร้ายคุณทำไม่สำเร็จ ก็อาจทำซ้ำอีก นั่นแปลว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย”
“ขอบใจนะที่เป็นห่วง” นัยน์ตาคมมองคนพูดพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย คนที่เพิ่งพบกันครั้งแรกยังดูเป็นห่วงเขามากกว่าคนสายเลืดเดียวกันเสียอีก อุบัติเหตุครั้งนี้คงไม่ใช่คนอื่นคนไกล ติณณ์คาดเดาเอาไว้ว่าน่าจะเป็นคนใกล้ตัว และในเมื่อทำกันถึงขนาดนี้เขาก็จะไม่ไว้หน้าอีกต่อไป
“เอาล่ะในเมื่อฉันแสดงความบริสุทธิ์ใจไปแล้ว คราวนี้เธอตัดสินใจได้หรือยังว่าจะรับความช่วยเหลือจากฉันไหม” ชายหนุ่มกลับมาให้ความสนใจคู่สนทนาอีกครั้ง
“ยิ่งคุณติณณ์มีน้ำใจขนาดนี้น้ำก็ยิ่งไม่กล้ารบกวนเข้าไปใหญ่ ขอบคุณมากนะคะ แต่น้ำขอพยายามหาเงินกู้เองก่อน”
“เธอเพิ่งทำงานได้ไม่นานไม่ใช่เหรอ แบบนี้ธนาคารที่ไหนจะให้กู้ง่ายๆ ถึงให้จริงเขาก็อิงตามฐานเงินเดือน เด็กเพิ่งจบใหม่จะได้วงเงินกู้สักเท่าไหร่กันเชียว หรือว่าเธอกับยายมีทรัพย์สินไปค้ำประกันล่ะ”
“ไม่มีหรอกค่ะ” อย่าว่าแต่ทรัพย์สินที่จะเอาไปค้ำประกันเลย แม้แต่บ้านทุกวันนี้ก็ยังต้องเช่าอยู่ “น้ำคิดว่าคงต้องกู้เงินนอกระบบ”
“ดอกเบี้ยโหดจะตายไป ที่สำคัญเธอแน่ใจเหรอว่าเขาจะปล่อยให้กู้ครบห้าแสนจริงๆ นอกจากว่า...” พอพูดถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็หยุดไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรพูด
“นอกจากว่าอะไรคะ” น้ำรินถามเขาอย่างกระตือรือร้นเพราะคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะพอมีลู่ทางให้เธอ
“ไม่มีอะไร”
“บอกน้ำมาเถอะค่ะ”