บทที่ 5/4

1451 Words
•┈┈┈┈┈┈• หลังจากที่ป้องปรัชญ์จัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วในช่วงเวลาประมาณหนึ่งทุ่มเขาก็ตั้งใจว่าจะไปหาอ้อนรักที่บ้านพักเพื่อตามเธอให้ไปยังห้องหนังสือเหมือนอย่างทุกวันที่พวกเขามักจะใช้เวลานั้นอยู่ด้วยกันแต่ทว่าเมื่อเดินลงบันไดมาถึงชั้นล่างของบ้านก็เห็นว่าปัทวีพ่อของเขากำลังนั่งอยู่ตรงโซฟากลางโถงบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและข้างๆ ปัทวีก็ยังมีปรียาที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ แม้จะแปลกใจไม่น้อยที่เห็นว่าคนเป็นพ่อกลับบ้านเร็วกว่าปกติเพราะถ้าไม่สามทุ่มปัทวีไม่มีทางเข้าบ้านก่อนแน่ๆ ป้องปรัชญ์เองก็รู้ดีว่าพ่อของเขาเป็นพวกบ้างานขั้นสุด ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนักหนาทั้งๆ ที่ตอนนี้เงินทองที่มีก็ใช้ยันชาติหน้าไม่หมด "มาคุยกันหน่อยสิป้อง" "..." ป้องปรัชญ์ลอบถอนหายใจอย่างคนเหนื่อยหน่าย ไอ้คำว่าขอคุยด้วยหน่อยสิ มักจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาเพราะสำหรับเขาแล้วเรื่องดีในชีวิตนี้ก็คงจะมีแต่อ้อนรักเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องที่เหลือแม่งบัดซบไม่มีชิ้นดีเลยล่ะ... ไม่ว่าจะตอนนี้หรือช่วงชีวิตเดิมของเขาก่อนจะตาย...สภาพแวดล้อมสังคมครอบครัวของเขายังคงเต็มไปด้วยพิษร้ายทางความรู้สึกไม่เปลี่ยนแปลง ทุกครั้งที่เขาพูดคำว่าครอบครัวออกมามักจะรู้สึกกระดากปากทุกครั้ง คนภายนอกอาจจะมองว่าครอบครัวนี้รักใคร่กลมเกลียวเหนียวแน่นเหมาะจะเป็นครอบครัวตัวอย่างที่น่ายกย่องแต่ความจริงแล้วไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รั้วบ้านหลังเดียวกันนั้นมันฟอนเฟะมากแค่ไหน อีกทั้งยังแข่งขันกันเองเพื่อให้ตัวเองอยู่ในจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารภายในบ้านหลังนี้ ถ้าเปรียบคนในบ้านเป็นพีระมิด ปัทวีคือคนที่อยู่ยอดบนสุด ถัดลงมาก็คือเขาและถัดลงมาอีกก็เป็นครอบครัวของปรียาในขณะที่ฐานพีระมิดชั้นล่างสุดก็คืออ้อนรัก...ที่ไม่เคยมีปากมีเสียงเรียกร้องอะไรเลย เพราะอย่างนี้...เขาที่อยู่บนยอดลำดับที่สองจึงต้องช่วยเหลือพีระมิดล่างสุดอย่างอ้อนรักเอาไว้ ต่อให้ใครจะพูดยังไงเขาก็ไม่คิดเปลี่ยนใจหรือไขว้เขวทั้งนั้นเพราะสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ชีวิตก่อนที่เขาจะตายมันเป็นบทเรียนราคาแพงที่จะทำให้เขาไม่ต้องเดินซ้ำรอยเดิม... "พ่อจะคุยอะไรก็รีบคุย ผมรีบ" ป้องปรัชญ์ไม่คิดที่จะเดินไปนั่งโซฟาด้วยซ้ำ เขาเลือกที่จะยืนเพื่อทำให้ปัทวีรู้ว่าเขามีเวลาไม่เยอะสักเท่าไหร่กับการคุยกับคนอย่างเขาแต่ทว่ากลับได้คำพูดไม่รื่นหูจากปรียาที่พูดกระแซะแดกดัน "จะไปหานังเด็กเหลือขอนั่นอีกแล้วเหรอ? " "ระวังปากด้วย อย่าใช้ถ้อยคำต่ำๆ ตามสันดานเรียกอ้อนรักอย่างนั้น" "ป้อง!!" ปรียาที่ถูกป้องปรัชญ์ยอกย้อนกลับมาถึงกับโมโหทั้งๆ ที่เธอเป็นคนไปแหย่ป้องปรัชญ์ก่อน ปัทวีที่เห็นว่าปรียากำลังจะง้างปากพูดก็รีบดักไว้ก่อน "เงียบ!" "แต่ลูกพี่..." "ฉันบอกให้เงียบไงปรียา!!" "..." เมื่อถูกปัทวีตะคอกใส่ขนาดนี้ปรียาก็ไม่กล้าสอดปากพูดขึ้นมาอีก แม้จะไม่พอใจทั้งพ่อทั้งลูกแต่ก็ทำได้เพียงแค่สะบัดหน้าใส่ทั้งคู่เท่านั้น "นั่งก่อนสิ" "ไม่ล่ะครับ ถ้าพ่อไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอ..." พูดยังไม่ทันจบปัทวีที่เห็นว่าป้องปรัชญ์กำลังจะก้าวเท้าเดินก็รีบพูดเรื่องสำคัญที่เขารับรู้มาจากปรียาทันที "ได้ข่าวว่าแกย้ายโรงเรียนให้กับอ้อนรักงั้นเหรอ? " เท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกจากบ้านใหญ่ชะงักนิ่งทันทีเมื่อได้ยินคำถามที่มีชื่อของอ้อนรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย "ข่าวของพ่อนี่มาจากคนที่นั่งข้างๆ ใช่หรือเปล่า? " ป้องปรัชญ์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าคนเป็นพ่อด้วยสายตาเรียบนิ่งเหมือนอย่างทุกครั้งที่เขามองตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นเขาคนนี้หรือคนก่อนที่ตายไปแล้ว สายตาที่มองปัทวีก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด เฉยชาและหมางเมิน...นั่นคือสายตาของเขาที่มองผู้เป็นพ่อในขณะที่ปัทวีเองก็มองว่าป้องปรัชญ์คือหุ่นเชิดในอนาคตของเขา แม้ว่าวันหนึ่งป้องปรัชญ์จะต้องขึ้นกุมอำนาจทุกอย่างของตติยรักษ์เมื่อเขาแก่ตัวแต่ปัทวีก็จะไม่ยอมลามือจากธุรกิจที่เขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสานต่อจากต้นตระกูลแน่ๆ สิ่งที่เขาต้องการก็คือต่อให้ปัทวีกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือแต่เขาจะต้องเป็นคนที่ควบคุมทุกอย่างอยู่เบื้องหลังให้ได้และป้องปรัชญ์ต้องเชื่อฟังคนอย่างเขาด้วย แต่ตอนนี้ป้องปรัชญ์กลับต่อต้านเขาอย่างเห็นได้ชัด… ป้องปรัชญ์คนเดิมก่อนจะตายเป็นคนที่ถูกปัทวีควบคุมบงการชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาถูกบังคับกะเกณฑ์ตั้งแต่เด็กจนแทบไม่เป็นตัวเอง ทุกคนอาจจะมองว่าเขาคือทายาทที่น่าอิจฉาที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ประเคนหาให้ทุกอย่างแต่ความเป็นจริงแล้วนั้นป้องปรัชญ์ไม่เคยหายใจหายคอได้อย่างสบายใจได้เลยสักวัน… ทุกคนในบ้านตติยรักษ์และคนงานที่ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปีจะรู้ดีว่าประมุขของบ้านอย่างปัทวีนั้นเป็นคนบ้าอำนาจมากและห่วงหน้าตาวงศ์ตระกูลตัวเองมากแค่ไหน การที่เขารู้จากปรียาที่รับสารต่อจากคณินอีกทอดหนึ่งว่าอ้อนรักย้ายมาเรียนโรงเรียนเดียวกับหลานๆ ทั้งสองคนอย่างคณินและนารานั้นทำให้ปัทวีอดหวั่นใจไม่ได้เขากลัวว่าจะมีคนอื่นล่วงรู้ว่าความจริงว่าอ้อนรักก็คือลูกของเขาอีกคนหนึ่งที่เกิดจากเมียน้อยอย่างอินทุพร แม้ว่าภรรยาคนนี้จะจากไปนานหลายปีแล้วก็ตามแต่กลับทิ้งหลักฐานที่มีชีวิตเอาไว้ให้เขา ตอกย้ำถึงความผิดพลาดในชีวิต เพราะอ้อนรักคือสิ่งที่ทุกคนไม่ควรรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่ สถานะของคำว่าลูกเมียน้อยอย่างอ้อนรักควรมีชีวิตที่เป็นแค่คนใช้และอยู่เงียบๆ อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวเท่านั้น แต่ปัทวีกลับไม่คาดคิดว่าคนที่อยากให้อ้อนรักเกิดมีตัวตนขึ้นมาจะเป็นป้องปรัชญ์ลูกชายของเขาเอง ปัทวีสั่งสมภาพลักษณ์คนดีรักครอบครัวชอบช่วยเหลือคนอื่นมานานนับสิบปีและจะมีเรื่องเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเรื่องเมียน้อยไม่ได้ ตอนนี้เขากำลังจะลงเล่นการเมือง ฉะนั้นภาพลักษณ์ที่ดีถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ "อย่ามายอกย้อนฉันนะ ฉันถามว่าแกย้ายโรงเรียนอ้อนรักให้เข้าโรงเรียนเดียวกับคณินกับนาราใช่ไหม? " "ถ้าผมตอบว่าใช่แล้วพ่อจะทำอะไรงั้นเหรอครับ? " ป้องปรัชญ์อดที่จะตอบยียวนคนเป็นพ่อไม่ได้ เขารู้ว่าการทำตัวอย่างนี้มีแต่จะทำให้ปัทวีโกรธแต่เขาก็ยังจะทำเพราะอยากเอาคืนบ้างและดูเหมือนว่าปัทวีจะโกรธขึ้นมาจริงๆ ถึงได้ขึ้นเสียงใส่เขาต่อหน้าปรียาที่แสดงสีหน้าอย่างชัดเจนว่าสะใจอยู่ไม่น้อยแต่เขาไม่สนใจอยู่แล้ว "ทำไมแกถึงไม่รอปรึกษาฉันก่อน! รู้ไหมว่าการกระทำโดยพลการของแกจะทำให้ชื่อเสียงของฉันเสียหาย!" "ถ้าต้องรอปรึกษาพ่อชาตินี้อ้อนรักก็คงไม่มีทางได้เรียนโรงเรียนดีๆ หรอกครับ" "เงินทุกบาททุกสตางค์ที่แกใช้ในตอนนี้มันเป็นเงินของฉัน! แต่แกกลับเอาเงินฉันไปให้คนอื่นใช้!" ป้องปรัชญ์ที่ได้ยินคนเป็นพ่อพูดออกมาอย่างนั้นก็ทำเอาเส้นความอดทนของเขาขาดสะบั้นก่อนจะตอกกลับคนเป็นพ่อด้วยความเดือดดาลไม่แพ้กัน "ความหอมหวานของอำนาจและเม็ดเงินมันคงทำให้พ่อหน้ามืดตามัวสินะ ถึงลืมไปว่าความจริงแล้วคนอื่นที่พ่อพูดถึงก็คือลูกพ่ออีกคนเหมือนกัน ต่อให้อ้อนรักเป็นลูกที่เกิดจากเมียน้อยแต่เธอก็เป็นลูกพ่อเหมือนกัน สำหรับผมเธอไม่ใช่คนอื่น! แต่พ่อนั่นแหละที่เป็นคนอื่นสำหรับผม!!" "ไอ้ป้อง!!" เพี้ยะ!! "...!!!" •┈┈┈┈┈┈•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD