•┈┈┈┈┈┈•
ใบหน้าของป้องปรัชญ์หันไปตามแรงตบทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเจ็บแสบในวินาทีแรกหลังโดนตบแปรเปลี่ยนเป็นความชาอีกทั้งยังสัมผัสถึงกลิ่นคาวคละคลุ้งของเลือดจากภายในช่องปากก่อนจะใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มบรรเทาความเจ็บที่เกิดขึ้นในขณะที่ปัทวีนั้นถึงกับนิ่งค้างไปเพราะเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะพลั้งมือตบหน้าลูกชาย
"ป้อง..."
น้ำเสียงแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยินหลุดออกจากปากของปัทวีแต่ป้องปรัชญ์ก็ไม่ได้สนใจก่อนจะค่อยๆ หันหน้ากลับมามองคนเป็นพ่อด้วยสายตาเรียบเฉยแต่ปัทวีกลับรับรู้ได้ถึงความห่างเหินและหมางเมินจากสายคู่นั้นและอดใจหายไม่ได้ แต่เพราะคำว่าทิฐิที่อยู่ในใจทำให้ปัทวีเลือกที่จะเมินเฉยต่อการกระทำของตัวเอง แน่นอนว่าไม่มีคำกล่าวขอโทษใดๆ ทั้งสิ้นในขณะที่ป้องปรัชญ์ก็ไม่ได้หวังอะไรจากคนเป็นพ่ออยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นตอนนั้นก่อนที่เขาจะย้อนอดีตหรือตอนนี้...ปัทวีก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนกับคนในครอบครัว ไม่มีใครเคยทำอะไรถูกใจเขาสักอย่างแต่มีเพียงสองสิ่งเท่านั้นที่ทำให้ปัทวีพอใจนั่นก็คืออำนาจและเงินตราเท่านั้น
ป้องปรัชญ์คนเดิมเจอพ่อแย่ๆ มาทั้งชีวิตและตอนนี้เขาย้อนเวลากลับมานิสัยของคนเป็นพ่อก็ไม่ได้เปลี่ยนไป พิษร้ายทางความรู้สึกยังคงกัดกร่อนเขาอยู่ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับมันไม่ต่างจากตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่เมื่อครั้งก่อนเลยสักนิดเดียว แต่ป้องปรัชญ์ก็หวังว่าชะตาชีวิตที่เขาบิดเบือนเพื่อหลีกหนีไม่ให้ประวัติซ้ำรอยเดิมนั้นจะทำให้ปัทวีเปลี่ยนไปบ้างในอนาคต
อย่างน้อยเขาก็ควรเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เหมาะสมกับคำว่าพ่อ...ในวันที่ยังไม่สายเกินไป
"เสร็จธุระแล้วใช่ไหมครับ? ถ้าอย่างนั้นผมขอตัว"
ยังไม่ทันที่ป้องปรัชญ์จะก้าวเท้าเดินออกจากบ้านเสียงทรงอำนาจของปัทวีก็ฉุดรั้งป้องปรัชญ์เอาไว้ทันที
"ถ้าแกออกจากบ้านไปตอนนี้แกจะไม่ได้อะไรสักอย่างจากฉันเลย!!"
ป้องปรัชญ์กำมือแน่นจนสั่นเทาเพราะต้องการข่มอารมณ์เดือดดาลที่กำลังจะปะทุออกมา เขาเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่ย้อนเวลากลับมาในช่วงชีวิตที่เขาไม่สามารถต่อกรกับผู้เป็นพ่อได้เลย ถ้าสิ่งที่ปัทวีพูดออกมามันคือคำขู่บอกได้เลยว่ามันได้ผล…
ถ้าหากเขาในตอนนี้ไม่มีอ้อนรักเข้ามาข้องเกี่ยว เขาคงไม่ลังเลที่จะออกจากบ้านตติยรักษ์อย่างแน่นอนแต่เพราะตอนนี้สถานการณ์หลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไปแล้วเขาจึงไม่สามารถทำอะไรวู่วามได้เพราะถ้าหากเขาถูกตัดสิทธิ์จากตติยรักษ์แล้วอ้อนรักจะอยู่ยังไง? เธอจะต้องถูกกดขี่ข่มเหงต่อไปอย่างนั้นเหรอ? สิ่งที่ควรจะเป็นของเธอจะต้องตกเป็นของปรียาและครอบครัวของเธอที่คอยกดขี่ข่มเหงอ้อนรักอย่างนั้นเหรอ?
ไม่มีทาง…เขาจะไม่ยอมให้อำนาจของตติยรักษ์อยู่ในมือของคนอื่น สักวันหนึ่งเมื่อถึงเวลาอำนาจของตติยรักษ์จะต้องอยู่ในมือของเขาและเขาเป็นเพียงคนเดียวที่จะทวงสิทธิ์ทุกอย่างให้กับอ้อนรักได้ อ้อนรักจะต้องไม่มีชีวิตที่น่าสงสารเหมือนอย่างที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็น
"พ่อไม่ต้องห่วงว่าผมจะออกไปจากบ้าน ตราบใดที่ผมยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการผมจะไม่ออกจากบ้านหลังนี้ต่อให้มันไม่ต่างจากนรกบนดินก็ตาม"
ป้องปรัชญ์ทิ้งท้ายคำพูดเสียดแทงเอาไว้เพียงแค่นั้นก็ก้าวเท้าเดินออกจากบ้านแต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาดุดันอาฆาตแค้นให้กับปรียาที่รีบก้มหน้าหลบสายตาของเขาทันทีอย่างคนขลาดกลัว
ปรียาก็ไม่คาดคิดว่าสองพ่อลูกจะมีปากเสียงกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ แม้ในใจจะรู้สึกสะใจที่ป้องปรัชญ์ถูกปัทวีตบแต่เมื่อสบสายตากับเขาที่กำลังเดินออกจากบ้านพลันเกิดความกลัวขึ้นมาชั่วขณะ
ป้องปรัชญ์ที่ก้าวเท้าพ้นจากประตูบ้านได้ไม่เท่าไหร่กลับชะงักนิ่งไปเพียงนิดเมื่อเห็นว่าคนที่เขาไม่อยากให้รับรู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้มากที่สุดกลับมายืนอยู่ตรงนี้...
"อ้อน..."
คนถูกเรียกที่ไม่คาดคิดว่าจะถูกเจอตัวถึงกับผงะตกใจ แววตาของเด็กน้อยที่จ้องมองเขาในตอนนี้ดูตื่นตระหนกและหวาดหวั่นประกอบกับใบหน้าซีดบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอคงเห็นจังหวะที่เขาถูกปัทวีตบแน่ๆ หรือไม่…ก็อาจจะหวาดกลัวที่เขายังมีใบหน้าถมึงทึงก็ได้
แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติเพื่อลดความน่ากลัวของตัวเองไม่ให้อ้อนรักต้องกลัวเขามากไปกว่านี้
ป้องปรัชญ์ที่ไม่อยากให้ปัทวีและปรียารู้ว่าอ้อนรักอยู่ตรงนี้และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเขาจึงรีบคว้ามือของเด็กน้อยให้เดินออกจากจุดที่ยืนอยู่โดยที่เธอก็ยอมเดินตามเขาอย่างว่าง่าย
ป้องปรัชญ์เดินจูงมืออ้อนรักเข้ามาภายในสวนหย่อมของบ้านที่เงียบสงัด รอบตัวของทั้งสองคนมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากไฟทางเท้าเท่านั้นแต่ก็สว่างมากพอที่จะเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายว่ากำลังรู้สึกยังไง
"เมื่อกี้ตกใจมากใช่ไหม? "
ป้องปรัชญ์ลูบหัวลูบแก้มของอ้อนรักเบาๆ หวังปลอบประโลมให้เด็กน้อยคลายความตกใจแต่เธอกลับส่ายหน้าช้าๆ และป้องปรัชญ์ก็รู้ว่าเธอโกหก
อ้อนรักยังเป็นเด็กและเธอไม่สามารถเก็บอารมณ์หรือปกปิดสีหน้ารอดพ้นจากสายตาของเขาที่เรียนรู้นิสัยของเธอมานานหลายเดือนแล้ว
เมื่อถูกสายตาคู่คมของป้องปรัชญ์จับจ้อง อ้อนรักจึงหลบสายตาก่อนจะเป็นฝ่ายลากเขาให้นั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่วางอยู่ข้างๆ สระบัวและในจังหวะที่อ้อนรักกำลังจะนั่งลงข้างๆ ป้องปรัชญ์ตัวของเธอก็ถูกเขาอุ้มให้นั่งบนตักแกร่งของเขาของเขาเสียแล้ว
อ้อนรักดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนของป้องปรัชญ์เมื่อเธอไม่ได้อยากนั่งบนตักเขา แต่ในตอนนั้นเองหน้าผากของคนเขากลับซุกซบตรงไหล่เล็กๆ ของอ้อนรักที่นั่งตัวแข็งทื่อไปแล้วกับการกระทำแปลกๆ ที่เธอเพิ่งเจอเป็นครั้งแรก
"อยู่อย่างนี้สักพักได้ไหม? ขอชาร์จแบตจากเธอหน่อย"
ไม่รู้ว่าอ้อนรักหูเพี้ยนไปหรือเปล่าถึงได้ยินน้ำเสียงสั่นเครือของป้องปรัชญ์คล้ายกับคนที่พยายามจะไม่ร้องไห้ออกมา มือที่กำลังตั้งท่าจะดันเขาออกในทีแรกก็ค่อยๆ ลดลงช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสวมกอดคนตัวโตที่กอดรัดเธอแน่นยิ่งกว่าเดิม
อ้อนรักก็ไม่เข้าใจในการกระทำของตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมให้เขาซุกซบหน้าผากลงกับหัวไหล่ของเธอโดยที่เธอไม่ปัดป้องหรือต่อต้านอีกทั้งยังกอดเขาเอาไว้ด้วยแต่ทุกการกระทำของเธอมันเป็นไปตามสัญชาตญาณเท่านั้นหรือไม่…ก็อาจจะเป็นเพราะว่าความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในใจ
ก่อนหน้านี้อ้อนรักเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างป้องปรัชญ์กับปัทวีและได้ยินบทสนทนาของพวกเขาด้วย ถ้าเขาไม่ย้ายโรงเรียนเธออย่างกะทันหันเขาก็คงไม่ต้องมีปากเสียงกับคนเป็นพ่อจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับป้องปรัชญ์แน่นอนว่าสาเหตุทั้งหมดนั้น…มาจากเธอ
เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้ป้องปรัชญ์ต้องเป็นอย่างนี้…
ตั้งแต่เธอก้าวเท้าเหยียบเข้าบ้านหลังนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นว่าคนกระด้างกระเดื่องแสนเย็นชาอย่างป้องปรัชญ์มีท่าทีอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด เด็กอย่างเธอที่ไม่เคยปลอบโยนใครมาก่อนจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงสุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน ไม่มีคำปลอบโยนจากอ้อนรัก มีเพียงลมหายใจของทั้งสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
แต่น่าแปลก...ที่ป้องปรัชญ์ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใดกับความเงียบที่เกิดขึ้น…
แรงแตะเบาๆ หลายครั้งตรงบริเวณแผ่นหลังจากฝ่ามือเล็กๆ ของอ้อนรักทำให้ป้องปรัชญ์ยิ่งกระชับกอดเธอแน่นขึ้นจนเด็กน้อยแทบจะจมหายไปกับแผงอกแน่นตึงแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ปริปากพูดสักคำถึงความใกล้ชิดแนบเนื้อที่เกิดขึ้น
การกระทำที่ไม่มีคำพูดปลอบโยนแต่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงความห่วงใยผ่านอ้อมกอดของอ้อนรักกำลังทำให้หัวใจของป้องปรัชญ์ทำงานอย่างหนักและเขามั่นใจว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรงอย่างนี้ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขากำลังหลงรักเด็กแปดขวบคนนี้เข้าอย่างจัง…
ป้องปรัชญ์ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน…เขาในตอนนี้ต่างจากคนเดิมลิบลับ เมื่อก่อนเขาเกลียดอ้อนรักมากเพียงเพราะกลัวว่าเธอจะเข้ามาแย่งชิงทุกอย่างจากเขาไป แต่เมื่อเปิดใจและได้เรียนรู้นิสัยของอ้อนรักแล้ว เขาก็ต้องปรับเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่ทั้งหมด
เขาค้นพบว่าอ้อนรักเป็นเพียงคนเดียวที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจและไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยถ้าเขาจะตกหลุมรักอ้อนรักได้ง่ายๆ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว…
ต่อให้เธอไม่ใช่คนช่างพูดหรือเป็นคนปากหวานพูดเอาใจเก่งเหมือนสาวๆ ที่เขาคนก่อนเคยคลุกคลีรู้จักในช่วงชีวิตก่อนที่เขาจะตายแต่เมื่ออยู่กับอ้อนรักแล้วเขามีแต่ความสบายใจ เด็กน้อยไม่เคยทำตัวให้เขาต้องรู้สึกอึดอัดใจเลยสักครั้งเมื่อต้องอยู่ด้วยกัน เพราะอย่างนั้นอ้อนรักจึงเป็นเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้ที่ทำให้เขารู้สึกว่าเธอคือเซฟโซนทางด้านอารมณ์และความรู้สึกในขณะที่คนอื่นในครอบครัวมักจะทำตัวประสาทแดกจนบางครั้งเขาก็อยากจะหยิบปืนแล้วยิงคนพวกนั้นทิ้งให้รู้แล้วรู้รอดไป
ถ้าตัวเขาคนเดิมไม่โง่เขลาหลงเชื่อคำพูดของคนในครอบครัวที่คอยยุแยงให้เกลียดอ้อนรักเขากับเธอก็คงไม่ต้องมีชะตากรรมมาตายด้วยคมดาบของอดีตคนรักของเขา แต่เมื่อได้รับโอกาสให้กลับมาแก้ไขสิ่งที่เคยทำผิดพลาดอีกครั้งเขาจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ประวัติมันซ้ำรอยเดิมเด็ดขาดและครั้งนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยอ้อนรักให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น
แม้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นเด็กน้อยที่อายุเพียงแค่แปดขวบก็ตามแต่เขาจะยอมกัดฟันอดทนรอเธอเพื่ออนาคตในวันข้างหน้าและเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปอย่างแน่นอนต่อให้เธอล่วงรู้ความจริงในวันหนึ่งว่าแท้จริงแล้ว…
เขากับเธอไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือดก็ตาม…
•┈┈┈┈┈┈•