•┈┈┈┈┈┈•
"ติดบ้านดิวะพี่มึง"
ด้วยความที่ป้องปรัชญ์กับกองทัพสนิทกันมากแม้จะอายุห่างกันถึงสามปีแต่กองทัพก็ไม่ได้ถือสาเรื่องคำพูดหยาบคายของป้องปรัชญ์เพราะเขารู้ว่าถึงจะพูดคำหยาบคายแต่เหลนรหัสเขาคนนี้ก็ไม่เคยลามปามเขาเลยสักครั้ง
คำพูดแซวๆ ของกองทัพก่อนหน้านี้ทำให้ป้องปรัชญ์นึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่เพิ่งแยกจากกันเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงก่อน
หลังจากที่เขานั่งคุยกับอ้อนรักที่สวนหย่อมของบ้านได้สักพักเด็กน้อยที่ถึงเวลานอนก็เกิดง่วงขึ้นมาทำให้เขาต้องอุ้มเธอไปส่งที่ห้องพักก่อนที่แม่บ้านสาวอย่างโบว์ผู้ร่วมห้องนอนกับอ้อนรักจะรับช่วงต่ออุ้มเด็กน้อยที่หลับคาไหล่ของเขาระหว่างเดินกลับไปยังเตียงนอนของเด็กน้อยเอง ส่วนเขาที่ยังไม่อยากจะเข้าบ้านในตอนนั้นและยังรู้สึกเซ็งๆ ที่ก่อนหน้านี้มีปากเสียงกับปัทวีเลยตัดสินใจขับรถมายังผับของกองทัพแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามทุ่มก็ตาม
เรียกได้ว่าเป็นแขกคนแรกของค่ำคืนนี้เลยก็ว่าได้เพราะอย่างนั้นกองทัพจึงมีเวลานั่งคุยกับเขาได้เพราะถ้าหากถึงเวลาสามทุ่มครึ่งเมื่อไหร่กองทัพก็คงจะมาเสวนาด้วยไม่ได้แล้วเพราะเขาต้องคอยวุ่นทำเครื่องดื่มให้กับลูกค้าคนอื่นๆ
"ทีเมื่อก่อนกูชวนมาไม่เคยปฏิเสธ แต่เดี๋ยวนี้ชวนยังไงก็ไม่ว่างตลอด มันน่าน้อยใจไหมเนี่ย? ง้อกูเลย ง้อกูด้วยการแดกเหล้าหมดกลมแล้วค่อยกลับ"
ป้องปรัชญ์ไม่ได้ปฏิเสธหาข้อแก้ตัวในเรื่องที่กองทัพพูดเพราะว่ามันคือความจริง หลายครั้งที่กองทัพหรือเพื่อนคนอื่นๆ ที่ชวนเขาให้ไปดื่มด้วยกันแต่ป้องปรัชญ์กลับปฏิเสธเพียงเพราะเขาต้องการใช้เวลาอยู่กับอ้อนรักพร้อมกับคิดหาวิธีเอาใจเพื่อให้เธอเชื่อใจเขาในเร็ววัน
"กินได้แต่ไม่เยอะนะ พรุ่งนี้กูต้องตื่นเช้าไปส่งน้องที่โรงเรียน"
แก้วบรั่นดีที่มีน้ำสีอำพันอยู่ค่อนแก้วถูกวางลงตรงหน้าป้องปรัชญ์ที่คว้าแก้วไว้ก่อนจะแกว่งเล่นสองสามครั้ง
"ไอ้ลูกพี่ลูกน้องประสาทแดกที่มึงเคยเล่าพวกนั้นปะ? "
หลายครั้งที่ป้องปรัชญ์ระบายหงุดหงิดที่เกิดจากลูกพี่ลูกน้องอย่างคณินและนาราให้กองทัพฟังบ่อยๆ ทว่าครั้งนี้ป้องปรัชญ์กลับส่ายหน้าช้าๆ ด้วยรอยยิ้มมุมปากก่อนจะยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแล้ว
ปฏิกิริยายกยิ้มเหมือนมีอะไรของป้องปรัชญ์สร้างความสงสัยให้กับกองทัพไม่น้อย
"ไม่ใช่ไอ้เด็กเวรสองคนนั้น? "
"เออ"
"อ้าว งั้นใครวะ? บ้านมึงก็มีลูกพี่ลูกน้องแค่สองคนนั้นไม่ใช่เหรอที่ยังเรียนอยู่? หรือว่า..."
ท้ายประโยคของกองทัพเงียบหายไปเมื่อนึกถึงชื่อของใครบางคนที่คาดว่าน่าจะยังอยู่ในวัยเรียนก่อนจะเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงและมองป้องปรัชญ์ที่เป็นคนพูดยืนยันเจ้าของชื่อที่เขาไม่ได้เอ่ยออกมา
"เออ อ้อนรัก"
"เชี่ยยยย!! ไหนมึงบอกว่าเกลียดเขานักเกลียดเขาหนาไง แล้วทำไมตอนนี้ถึง…"
เพราะครั้งหนึ่งเคยตายมาแล้วยังไงล่ะถึงได้รู้ว่าคนที่หวังดีกับเขามากที่สุดก็คืออ้อนรัก…อ้อนรักเพียงคนเดียวที่จริงใจกับเขามากที่สุด
นั่นคือประโยคที่เขาอยากจะบอกกองทัพแต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดในใจเท่านั้นและที่สำคัญคือเขาดันหลงรักเด็กน้อยที่ตอนนี้อายุเพียงแค่แปดขวบเท่านั้น...เรื่องอย่างนี้จะบอกใครก็บอกไม่ได้เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเขาเป็นโรคจิตวิปริตที่ชอบน้องสาวตัวเอง
"ก็…ไม่ได้แย่"
ความจริงแล้วต้องบอกว่าอ้อนรักโคตรจะดีเลยสำหรับเขา เท่าที่เขาเรียนรู้นิสัยส่วนตัวของอ้อนรักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้นเรียกได้ว่าอ้อนรักคือคนที่ปกติมากที่สุดในบ้านตติยรักษ์แล้ว ก็อย่างที่บอกว่าเธอไม่เคยทำตัวประสาทแดกใส่เขาเหมือนอย่างที่คนอื่นในบ้านทำกับเขาเสมอมา
"สับสนในตัวมึงว่ะ ตอนเจอกันครั้งก่อนแม่งยังบ่นให้กูฟังอยู่เลย"
ครั้งก่อนที่กองทัพพูดถึงนั้นยังเป็นตัวเขาคนเดิมก่อนตายที่เคยระบายความเกลียดชังที่มีต่ออ้อนรักให้กับรุ่นพี่คนสนิทฟังแต่วันที่เขาลืมตาตื่นหลังความตายนั้นเขาก็ไม่ได้มาเจอกองทัพนานหลายเดือนแล้ว ไม่แปลกใจที่กองทัพจะสับสนในตัวเขาเพราะขนาดเขาเองก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำว่าเผลอใจหลงรักเด็กแปดขวบตอนไหน จากที่ตอนแรกตั้งใจทำดีกับเธอเพียงเพราะว่าอยากชดเชยความผิดในอดีตที่เธอต้องมาตายพร้อมกับเขาแต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นว่ารู้ตัวอีกที...ก็ทุ่มสุดตัวสุดใจให้กับเธอไปแล้ว
ในระหว่างที่ป้องปรัชญ์พูดคุยกับกองทัพเรื่องที่พวกเขากำลังจะลงทุนร่วมกันเปิดผับที่ใหม่อยู่นั้นนักท่องราตรีทั้งหลายก็เริ่มตบเท้าเข้าผับกันอย่างต่อเนื่องทั้งที่เมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อนนั้นยังเป็นลานโล่งๆ ที่มีเพียงโต๊ะวางอยู่เท่านั้นแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างพากันวาดลวดลายการเต้นอย่างไม่มีใครยอมใคร
ป้องปรัชญ์ยังคงนั่งจิบบรั่นดีอยู่ที่เดิม สายตาคู่คมเรียบนิ่งในแบบฉบับของเขามองเหล่าบรรดาผู้คนมากมายตรงหน้าอย่างไม่คิดใส่ใจอะไรก็แค่มองไปอย่างนั้นแต่ทว่าสายตาของเขากับสบตาเข้ากับใครบางคนที่กำลังโบกไม้โบกมือและส่งยิ้มหวานทรงเสน่ห์ให้เขาราวกับว่ารู้จักกันมาก่อน
"ป้อง"
"..."
คนถูกเรียกปรายตามองหญิงสาวหน้าตาสละสลวยรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่งที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ในขณะที่สายตาของหญิงสาวนั้นมองป้องปรัชญ์แฝงไปด้วยความนัยลึกซึ้งและดีใจจนปิดไม่มิดที่ได้เจอกับป้องปรัชญ์อีกครั้งทั้งที่เขาจำไม่ได้ซะด้วยซ้ำว่าเธอคือใคร
"ทำไมไม่ติดต่อมาบ้างเลย ที่ผ่านมาไม่ว่างเหรอ? "
"อืม"
ใช่ เขาไม่ว่างจะติดต่อกับใครทั้งนั้นเพราะตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมานั้นเขามีแต่เรื่องของเด็กน้อยที่ชื่อว่าอ้อนรักให้ทำเต็มไปหมด ใครมันมาว่างใส่ใจเรื่องไม่สำคัญกันล่ะ
ป้องปรัชญ์ตอบสั้นๆ เพียงแค่นั้นด้วยท่าทีเฉยชาไม่ยินดียินร้ายอะไรกับการที่สาวสวยกำลังยืนคุยอยู่กับเขา แต่ท่าทีเมินเฉยไร้ปฏิสัมพันธ์อย่างคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนของป้องปรัชญ์กลับทำให้หญิงสาวเกิดความสงสัย
"อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้? "
"..."
เมื่อไม่ได้รับคำตอบอีกทั้งแววตายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิมไม่มีความแปลกใจอะไรเลยก็ทำให้หญิงสาวมั่นใจแล้วว่าป้องปรัชญ์คงจำเธอไม่ได้จริงๆ ทั้งที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนนั้นเธอกับเขายังเคยทำกิจกรรมสุดเร่าร้อนด้วยกันแท้ๆ แต่ถึงเขาจะจำไม่ได้ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าเธอจะทำให้เขาจดจำเธอได้เอง
"โอเค้! จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ว่าแต่มาคนเดียวเหรอ? "
"อืม"
ป้องปรัชญ์ตอบติดรำคาญก่อนจะยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มอีกครั้ง สายตาของเขาเหลือบมองกองทัพที่ตอนนี้วุ่นอยู่กับการทำเครื่องดื่มให้กับลูกค้าคนอื่นอยู่แต่เขากลับส่งสายตามีเลศนัยให้กับป้องปรัชญ์เพราะคิดว่าคืนนี้หนุ่มรุ่นน้องคงจะได้เสพสมกับหญิงสาวคนนี้แน่นอน
"ป้องจะกลับตอนไหนเหรอ? "
"กำลังจะกลับ"
พูดจบแก้วบรั่นดีในมือของป้องปรัชญ์ก็ถูกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วแต่หญิงสาวกลับนึกคิดไปว่าที่เขารีบดื่มจนหมดนั้นก็เพราะว่าอยากจะไปต่อกับเธอจึงถือวิสาสะควงแขนของเขาเอาไว้ในตอนที่ป้องปรัชญ์กำลังจะลุกขึ้นยืนแต่ทว่าในวินาทีนั้นป้องปรัชญ์กลับดึงแขนออกจากการเกาะกุมของเธออย่างรวดเร็วสร้างความตกใจให้กับหญิงสาวไม่น้อยไม่ต่างจากกองทัพที่เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ด้วย
"อย่ามาโดนตัวฉัน"
"หวงตัวจังนะ ทีเมื่อก่อนไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย"
ด้วยความที่กลัวเสียหน้าหญิงสาวจึงทำทีเป็นพูดเล่นหูเล่นตาป้องปรัชญ์ที่แทบจะอดทนต่อความรำคาญไม่ไหวก่อนจะวางเงินจำนวนหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์บาร์ต่อหน้ากองทัพที่รู้ว่าเพื่อนของเขานั้นคงจะรีบกลับบ้านแล้ว
แม้กองทัพจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่หนุ่มรุ่นน้องคนนี้จะปฏิเสธผู้หญิงที่เข้าหาทั้งที่รู้ว่าพวกเธอต้องการขึ้นเตียงด้วยและน้อยครั้งมากที่ป้องปรัชญ์จะปฏิเสธพวกเธอเพราะว่าเขาถือเป็นเสือผู้หญิงคนหนึ่งและเจนจัดเรื่องบนเตียงมากแต่ทว่าตอนนี้นั้น…กลับปฏิเสธสาวสวยตรงหน้าเสียนี่ มิหนำซ้ำการกระทำยังแสดงออกถึงความรำคาญอย่างชัดเจนอีกด้วย
แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังไม่ย่อท้อที่จะเข้าหาป้องปรัชญ์และเธอไม่เชื่อว่าคนอย่างป้องปรัชญ์จะปฏิเสธเธอได้ลงก็ในเมื่อครั้งก่อนที่พวกเขาเมคเลิฟกันเขายังบอกกับเธออยู่เลยว่าเขาชอบรสชาติเซ็กซ์แสนเผ็ดร้อนของเธอ
"อย่าบอกนะว่าที่ปฏิเสธกันอย่างนี้เพราะมีแฟนแล้ว? "
ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยน้ำยาทาเล็บสีแดงค่อยๆ กรีดกรายกลางแผงอกของป้องปรัชญ์อย่างเย้ายวน หญิงสาวคนสวยผลิยิ้มออกมาอย่างมีความหวังเมื่อป้องปรัชญ์วางมือทาบทับบนหลังมือของเธอที่กำลังลากต่ำจนถึงหน้าท้องแน่นๆ ของเขาก่อนที่ป้องปรัชญ์จะโน้มตัวกระซิบข้างใบหูหญิงสาวเพื่อตอบคำถามที่เธอแสนจะพึงพอใจในคำตอบของเขา
"ไม่"
"ถ้าไม่มีแฟนงั้นก็ไปด้วยกันสิ"
ป้องปรัชญ์กดยิ้มมุมปากทรงเสน่ห์ให้กับหญิงสาวแต่ทว่าในวินาทีต่อมา…มันกลับเลือนหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบตึง มือของป้องปรัชญ์ที่กอบกุมมือเธอเอาไว้เริ่มบีบแรงมากขึ้นจนเธอถึงกับหน้าเสียแต่นั่นก็ไม่เท่ากับพูดของเขาที่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะพูดมันออก
"ไม่ที่ฉันพูดไม่ได้หมายถึงไม่มีแฟน…แต่หมายถึง ไม่เสือกดิ คราวหลังถ้าเจอฉันอีกก็ไม่ต้องเข้ามายุ่งเพราะฉันรำคาญ!"
"...!!!"
มือของหญิงสาวที่ถูกป้องปรัชญ์คว้าเอาไว้ก่อนหน้านี้ถูกสะบัดทิ้งอย่างแรงจนเธอเซไปหลายก้าว คำพูดร้ายกาจและสายตาดำมืดที่แสดงออกว่าไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากของป้องปรัชญ์ทำเอาหญิงสาวถึงกับตกตะลึงอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกและได้แต่ยืนนิ่งตัวแข็งค้างอยู่อย่างนั้นมองแผ่นหลังของป้องปรัชญ์ที่เดินออกจากผับไปโดยที่เธอไม่สามารถตอกกลับอะไรเขาได้เลยและเธอก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและหยาบคายขนาดนี้มาก่อน!
•┈┈┈┈┈┈•