บทที่ 2/4

1987 Words
•┈┈┈┈┈┈• "ชอบไหม? " ปริมภรรยาของพ่อบ้านถามเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ยืนนิ่งจ้องผ้าห่มผืนหนาลายการ์ตูนสดใสไม่วางตาด้วยแววตาวาววับราวกับเด็กน้อยเจอของเล่นที่ถูกใจ อ้อนรักพยักหน้ารับโดยไม่หันไปมองแม่บ้านแม้แต่นิด เธอนั่งข้างเตียงพร้อมทั้งหยิบผ้าห่มลายการ์ตูนเข้ามากอดและสูดดมกลิ่นหอมน้ำยาปรับผ้านุ่มหอมฟุ้งจนเต็มปอดด้วยความรู้สึกดีใจที่ตอนนี้เธอมีผ้าห่มผืนหนาแทนผืนเก่าที่ขาดเป็นรูเสียที "ชอบก็ดีแล้วเพราะนายน้อยเป็นคนซื้อมาให้" กึก! "..." ลมหายใจที่กำลังสูดความหอมเข้าปอดถึงกับเผลอกลั้นหายใจอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าใครเป็นซื้อมาให้ มือที่กอดผ้าห่มเอาไว้ลดต่ำลงช้าๆ แววตาที่เคยวาววับดีใจที่ได้ผ้าห่มผืนใหม่กลับหม่นแสงลงอย่างคนผิดหวังจนคนมองอย่างปริมถึงกับใจหาย สำหรับแม่บ้านที่เห็นอ้อนรักมาตั้งแต่เธออายุสี่ขวบแล้วนั้นมองออกได้อย่างง่ายดายว่าเด็กน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าและแววตาของอ้อนรักนั้นแสดงออกอย่างชัดเจนทุกความรู้สึก ฉะนั้นครั้งนี้ปริมจึงรู้ว่าอ้อนรักนั้นคงไม่อยากได้ผ้าห่มผืนนี้เพราะว่าคนที่ซื้อให้นั้นคือคนใจร้ายในสายตาของเด็กน้อย "ไม่อยากได้เหรอ? " "ไม่อยากได้…" อ้อนรักตอบเสียงแผ่วหลุบตามองผ้าห่มในมือที่ถูกผลักออกจากตัวของเธอ ความชื่นชอบในคราแรกที่เห็นนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นไม่ชอบขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนซื้อให้ ปริมเข้าใจความรู้สึกที่ยังเด็กของอ้อนรักเป็นอย่างดี เด็กน้อยเป็นคนที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบแต่เธอกลับมองว่าผ้าห่มผืนนี้เป็นสิ่งที่อ้อนรักควรจะเก็บไว้เพราะผ้าห่มที่เด็กน้อยใช้อยู่นั้นทั้งเก่าทั้งบางเสียจนขาดเป็นรูหลายรูแล้ว "ป้าคิดว่าอ้อนควรเก็บผ้าห่มผืนนี้ไว้นะ รู้ใช่ไหมว่าเจ้านายในบ้านหลังนี้ไม่มีใครใจดีซื้อของอะไรอย่างนี้ให้กับคนอย่างเราๆ หรอกนะ แต่อ้อนได้รับสิทธิ์นั้นแล้วคนที่ซื้อให้ก็เป็นถึงนายน้อยด้วย" คนอย่างเราๆ ที่ปริมพูดถึงก็คือคนงานทุกคนในบ้านหลังนี้ พวกเธอไม่เคยได้รับสิ่งของใดๆ จากคนเป็นเจ้านายในบ้านหลังนี้เลย สิ่งที่ได้รับก็คือเงินเดือนที่พวกเธอทำงานตามหน้าที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แม้มันจะมากกว่าเงินตำแหน่งแม่บ้านจากที่อื่นทั่วไปแต่นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวจริงๆ ที่พวกเธอได้จากคนเป็นเจ้านาย ปริมเองก็เป็นคนหนึ่งที่อายุเยอะเกินกว่าจะไปสมัครงานในตำแหน่งดีๆ จากที่อื่นได้แล้ว ฉะนั้นเธอจึงยอมทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านหลังนี้เพราะเงินเดือนที่นี่มากกว่าแม่บ้านที่อื่นแม้ว่าจะต้องทนอึดอัดกับคนเป็นเจ้านายทั้งหลายที่เหมือนจะไม่มีใครปกติทางความคิดสักคน แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับเธอแล้วที่อยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวนั้นก็สามารถอยู่ที่นี่ได้ขอแค่ทำตัวไม่มีปัญหากับเจ้านายก็พอแล้วและการที่เจ้านายอย่างป้องปรัชญ์ซื้อผ้าห่มให้กับคนอย่างเราๆ ที่ปริมพูดเปรียบเปรยเอาไว้นั้นมันเป็นอะไรที่เธอมองว่าอ้อนรักกำลังได้รับสิทธิพิเศษจากเขาที่ไม่เคยให้กับใครที่ไหนมาก่อน ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าแต่เธอรู้สึกว่าป้องปรัชญ์นั้นกำลังทำดีเพื่อหวังจะเข้าหาอ้อนรักอยู่… อย่างน้อยให้อ้อนรักได้รับความเอ็นดูจากคนเป็นเจ้านายสักนิดก็ยังดี…ที่ผ่านมาเธอสงสารอ้อนรักเหลือเกินที่ถูกรังแกข่มเหงจนทำให้เด็กน้อยที่ควรจะร่าเริงกลับเป็นคนที่เก็บตัวเงียบที่แทบจะไม่กล้ามองใครเสียด้วยซ้ำเพราะกลัวถูกคนอื่นรังแก "ป้าว่าอ้อนเก็บผ้าห่มผืนนี้ไว้ดีกว่านะ อย่าลืมสิว่าเราไม่มีเงินมากพอจะซื้อผ้าห่มดีๆ อย่างนี้ได้หรอก" ในขณะที่อ้อนรักกำลังขบคิดตามคำพูดของปริมอยู่นั้นโบว์แม่บ้านวัยสาวผู้ร่วมห้องนอนเดียวกับอ้อนรักและได้ยินบทสนทนาทุกอย่างของทั้งคู่ก็รีบพุ่งตัวเข้ามาคว้าผ้าห่มผืนหนาที่ดูเหมือนจะไม่เป็นที่ต้องการของอ้อนรักเอาไว้ในอ้อมกอดของเธอที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าถ้าอ้อนรักไม่เอาผ้าห่มผืนนี้เธอจะเป็นคนเอาเอง "อ้อน! ผ้าห่มผืนใหม่เหรอ! น่ารักเชียว! ถ้าไม่อยากได้ยกให้พี่นะ!" อ้อนรักที่เห็นว่าผ้าห่มลายสดใสถูกโบว์คว้าไปกอดไว้ ความรู้สึกหวงที่ไม่รู้ว่าผุดมาจากไหนทำให้เด็กน้อยรีบเข้าไปแย่งผ้าห่มผืนนั้นจากโบว์ทันที ท่าทีที่แสดงออกถึงความหวงผ้าห่มผืนหนานั้นทำให้โบว์หันไปยิ้มมุมปากให้กับปริมที่พยักหน้าตอบรับชื่นชมในความคิดของเธอที่กระตุ้นความรู้สึกลึกๆ ของอ้อนรักที่ยังคงสับสนอยู่ระหว่างความอยากได้ผ้าห่มกับอาการต่อต้านที่มีต่อป้องปรัชญ์ "อ้าว ไม่ชอบไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่ชอบพี่ขอได้ไหม? " โบว์เองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกเอ็นดูอ้อนรักไม่น้อย ที่เธอทำทีเป็นจะแย่งผ้าห่มของอ้อนรักนั้นก็แค่อยากจะรู้ความรู้สึกจริงๆ ของอ้อนรักต่างหากว่าถ้าหากต้องเสียผ้าห่มผืนนี้ให้เธอจริงๆ เด็กน้อยจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แล้วก็อย่างที่เห็น… ปากบอกไม่ต้องการแต่ในใจนั้นกลับหวงผ้าห่มผืนหนาที่คนเป็นพี่ชายซื้อให้ เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ… "ไม่ให้ อ้อนจะใช้ผ้าห่มผืนนี้" "โอเค้! ถ้าไม่ให้ก็ไม่เอา" "ไม่ให้หรอก" "จ้า รู้แล้วจ้าว่าหวงมาก" ปริมตอบรับอ้อนรักที่บอกย้ำเธออีกครั้งและกระชับกอดผ้าห่มในอ้อมแขนเอาไว้แน่นก่อนจะเปลี่ยนเป็นกางผ้าห่มผืนหนาออกคลุมโปงตัวเองเอาไว้เหมือนอย่างที่ชอบทำเพื่อหลบซ่อนตัวเองจากสายตาของปริมและโบว์ที่รู้ว่าอ้อนรักนั้นคงจะรู้สึกเสียหน้าไม่น้อยที่สุดท้ายแล้วเด็กน้อยก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองลงคอแม้ว่าเธอจะไม่ชอบป้องปรัชญ์แต่เธอกลับชอบผ้าห่มลายสดใสที่เขาเป็นคนให้ "ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ห่มผ้าอุ่นๆ หอมๆ ผืนนี้ให้ดีล่ะ" ปริมอดที่จะพูดเย้าแหย่คนปากไม่ตรงกับใจไม่ได้ ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะมองว่าอ้อนรักนั้นเล่นตัวทำทีเป็นไม่อยากได้ผ้าห่มที่เจ้านายให้แต่ปริมกับโบว์นั้นรู้ดีว่าความจริงแล้วเด็กน้อยแค่สับสนและปากไม่ตรงกับใจเท่านั้นเพราะความใสซื่อไร้เดียงสาของอ้อนรักถึงได้รับสายตาเอ็นดูจากสองแม่บ้านที่ตีก้นน้อยๆ ของเด็กน้อยเบาๆ คนละทีด้วยความมันเขี้ยวเท่านั้น เช้าวันต่อมา… นอกจากเมื่อวานตอนเย็นจะมีเรื่องผ้าห่มลายสดใสให้อ้อนรักแปลกใจแล้ว เช้าวันนี้เองก็ยังมีเรื่องแปลกใจใหม่เข้ามาอีกครั้งเมื่อมื้อเช้าวันนี้ที่ควรจะเป็นอาหารก้นครัวเหมือนอย่างทุกวันกลับเป็นแฮมเบอร์เกอร์เนื้อเจ้าอร่อยที่อ้อนรักเคยกินเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นเมื่อหลายเดือนก่อนเพราะว่าปริมที่เงินเดือนเพิ่งออกเป็นซื้อให้อ้อนรักได้ทาน ตอนนั้นเด็กน้อยจำได้ว่าแม้จะไม่ใช่เบอร์เกอร์เจ้าดังแสนอร่อยเหมือนอย่างโฆษณาที่เคยเห็นในโทรทัศน์แต่คนที่ไม่เคยลิ้มรสแฮมเบอร์เกอร์เลยสักครั้งกลับได้ลองทานแล้วรู้สึกว่ามันอร่อยจนอยากจะกินอยู่หลายครั้ง แต่ติดที่ว่าเงินเดือนของเธอนั้นมันช่างน้อยนิดเสียจนไม่สามารถกินของอร่อยอย่างนั้นได้บ่อยๆ เพราะเธอต้องเก็บเงินไว้ใช้จ่ายเผื่อวันหนึ่งเกิดจำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา แม้ว่าทุกวันนี้จะยังไม่มีเรื่องจำเป็นให้ต้องใช้เงินก็ตาม ปริมที่เห็นว่าอ้อนรักไม่ค่อยได้กินของอร่อยๆ เหมือนอย่างคนอื่นที่แม้แต่คนใช้บางคนยังได้กินของดีๆ บ่อยกว่าอ้อนรักเสียอีกจึงเป็นคนซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้เธอได้ลองทานซึ่งดูเหมือนว่าอ้อนรักนั้นจะชอบมากจนเผลอยิ้มจนแทบไม่หุบตลอดการกินแฮมเบอร์เกอร์ "รีบกินซะ เดี๋ยวนังโบว์มันจะมาแย่งกิน" "อื้อ! ขอบคุณมากนะคะป้าปริม" อ้อนรักยิ้มกว้างดีใจที่จะได้กินแฮมเบอร์เกอร์อีกครั้งแต่ปริมกลับชะงักนิ่งไปกับคำขอบคุณของอ้อนรักก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ เด็กน้อยพร้อมทั้งลูบหัวทุยของเธอด้วยความเอ็นดู "อ้อน" ปริมเรียกอ้อนรักเพียงแค่นั้นก็เงียบไปอึดใจนึงก่อนจะมองดูเธอที่กำลังแกะห่อแฮมเบอร์เกอร์ด้วยความรีบร้อนดูท่าแล้วคงอยากจะกินมากจริงๆ "ป้าไม่ได้เป็นคนซื้อแฮมเบอร์เกอร์ให้อ้อนหรอกนะ" ปากน้อยๆ ที่อ้างับแฮมเบอร์เกอร์คำโตไปแล้วถึงกับหยุดนิ่งค้างอยู่ท่านั้นก่อนจะหันไปมองปริมที่ระบายยิ้มบางๆ และยอมบอกอ้อนรักแต่โดยดีว่าคนที่ซื้อแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นนี้ให้กับอ้อนรักนั้นคือใคร "นายน้อยเป็นคนซื้อให้น่ะ" "..." อ้อนรักไม่ได้ตอบอะไร ชั่วอึดใจนึงความรู้สึกไม่ชอบป้องปรัชญ์และอคติที่อยู่ในใจนั้นทำให้เธออยากจะผละริมฝีปากออกจากแฮมเบอร์เกอร์ในปากที่ยังไม่ได้กัด แต่ทว่าสุดท้ายก็เปลี่ยนใจเป็นกัดคำโตและเคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์แสนอร่อยเข้าปากจนแก้มตุ่ย ปริมเองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ครั้งนี้อ้อนรักนั้นยอมกินแฮมเบอร์เกอร์ที่ป้องปรัชญ์เป็นคนซื้อให้แต่โดยดี แต่ความจริงแล้วอ้อนรักก็ยังรู้สึกไม่ชอบและหวาดกลัวป้องปรัชญ์เหมือนเดิม แต่ที่เธอยอมกินแฮมเบอร์เกอร์ที่เขาซื้อให้นั่นก็เป็นเพราะว่าคำพูดของปริมเมื่อคืนต่างหาก… ‘เจ้านายในบ้านหลังนี้ไม่มีใครใจดีซื้อของอะไรอย่างนี้ให้กับคนอย่างเราๆ หรอกนะ’ เพราะอย่างนั้น…ในเมื่อเธอมีโอกาสได้รับของดีๆ จากเจ้านายเธอก็จะรับมันไว้ แม้ว่าคนที่ให้จะเป็นคนที่เธอไม่ชอบและหวาดกลัวก็ตาม แต่ถึงจะไม่ชอบเขาก็ไม่เป็นไรหรอกเพราะยังไงซะต่อให้เธอต้องรับของเขาอีกสักกี่ครั้งเธอก็ยังไม่ชอบเขาเหมือนเดิมอยู่ดี ระหว่างที่อ้อนรักนั่งทานแฮมเบอร์จากคนให้ที่เธอไม่ชอบอยู่นั้น เด็กน้อยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนั้นกำลังตกอยู่ในสายตาคู่คมของใครบางคนที่แอบยืนดูอยู่ไม่ห่าง ใบหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงความดุดันกลับปรากฏรอยยิ้มมุมปากบางเบาแต่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างน้อยเขาก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างหลังจากที่รู้สึกแย่อยู่หลายวันเมื่อถูกเด็กน้อยร้องไห้ใส่ แค่เขาเห็นว่าเธอยอมทานแฮมเบอร์เกอร์จากเขาที่เป็นคนซื้อมาให้ก็ถือว่าไม่เสียแรงที่แหกขี้ตาตื่นไปซื้อให้ตั้งแต่เช้า ดีนะที่เขาได้ลิตส์รายการจากพ่อบ้านที่เขียนให้เขาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่งั้นเช้านี้คงทำคะแนนอย่างนี้ไม่ได้แน่ๆ •┈┈┈┈┈┈•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD