บทที่ 2/2

1445 Words
•┈┈┈┈┈┈• หลังจากที่อ้อนรักทานโจ๊กและทานยาเรียบร้อยแล้วก็ผล็อยหลับไปอีกครั้งด้วยฤทธิ์ยาตอนนี้เธอไม่มีไข้แล้วอีกทั้งสีหน้ายังดูดีขึ้นเมื่อได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แต่ในขณะที่เด็กน้อยหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอยู่นั้นภายในห้องกลับปกคลุมด้วยไอคุกรุ่นบางๆ จากป้องปรัชญ์ที่เอาแต่เงียบตั้งแต่ที่เขาพยายามป้อนโจ๊กให้อ้อนรักแต่กลับถูกเด็กน้อยร้องไห้ใส่ไปหนึ่งยกก็ทำเอาป้องปรัชญ์ถึงกับไปต่อไม่เป็นเลยทีเดียว พ่อบ้านและภรรยาเองก็รู้สึกอึดอัดกับบรรยายกดดันจากป้องปรัชญ์ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เพราะสายตาของเขาเอาแต่จดจ้องอ้อนรักที่ยังหลับอยู่ไม่วางตา สองสามีภรรยาทนอึดอัดแทบไม่ไหวพวกเขาอยากจะขอตัวกลับบ้านเต็มทนแต่ทว่าจะกลับก็ยังไม่ได้เพราะพวกเขาเองก็ยังเป็นห่วงอ้อนรักและยังคิดไม่ตกว่าถ้าหากคืนนี้ป้องปรัชญ์ยืนกรานว่าจะเฝ้าอ้อนรักจริงๆ พวกเขาเป็นห่วงว่าสองพี่น้องจะอยู่กันรอดไหมเพราะดูปฏิกิริยาต่อต้านของอ้อนรักที่มีต่อป้องปรัชญ์แล้วนั้นสองสามีภรรยาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเงียบๆ เหมือนคืนนี้จะไม่น่ารอด มีหวังอ้อนรักร้องไห้จนแผนกเด็กแตกแน่ๆ … "ผมว่าคืนนี้ให้ปริมเฝ้าอ้อนรักดีไหมครับนายน้อย? " พ่อบ้านเสียวสันหลังวาบเมื่อป้องปรัชญ์ตวัดสายตาคู่คมมองเขาหลังจากที่เขารวบรวมความกล้าขุมใหญ่ขุมหนึ่งเพื่อถามคนเป็นเจ้านายน้อย ปริมเองก็ลุ้นระทึกขอให้เจ้านายน้อยอนุญาตและเลิกดื้อดึงจะเฝ้าอ้อนรักในเวลานี้เพราะถ้าหากเขายังรั้นอยู่อย่างนี้มีแต่จะทำให้อ้อนรักหวาดกลัวเขายิ่งกว่าเดิมเสียอีกแต่ทว่ากลับได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิดกลับมา "อืม…ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ให้ปริมเฝ้า" สองสามีภรรยาถึงกับเบิกตากว้างและแทบจะเขี่ยขี้หูตัวเองคิดว่าได้ยินผิด แต่เมื่อเห็นว่าคนเป็นนายกำลังลุกขึ้นยืนก็ทำให้สองสามีภรรยารีบลุกขึ้นตามอย่างรวดเร็ว "ดูแลอ้อนรักให้ดีๆ พรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่" ป้องปรัชญ์กำชับกับแม่บ้านเสียงนิ่งแต่หางตาที่มองเธอนั้นกลับเย็นเยียบจนเธอเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ด้วยความหวั่นเกรง เธอไม่ได้รู้สึกไปเองแน่ๆ เพราะแม้แต่พ่อบ้านเองยังรับรู้ได้เลยว่าป้องปรัชญ์ในวันนี้นั้นดูน่ากลัวและเกรงขามต่างจากทุกวันที่ผ่านมา "มะ…ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ฉันจะดูแลอ้อนรักให้ดีที่สุดเลยค่ะ" ปริมตอบเสียงสั่นก้มหน้ารับคำสั่งจากคนเป็นนายที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและเดินตรงเข้าไปหาอ้อนรักที่ยังนอนหลับอยู่ พ่อบ้านที่เดินตามหลังป้องปรัชญ์มองตามคนเป็นเจ้านายและได้แต่สงสัยว่าเขาจะเดินเข้าไปหาอ้อนรักทำไม แต่ทว่าวินาทีต่อมาป้องปรัชญ์กลับโน้มตัวลงจูบหน้าผากของอ้อนรักทำเอาสองสามีภรรยาถึงกับตื่นตะลึงอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิมเรียกได้ว่าเป็นอาการตกใจที่สุดในชีวิตของพวกแล้ว! "...!!!" "...!!!" ขุ่นพระ!! พ่อบ้านถึงกับยกมือขึ้นกุมอกในขณะที่ปริมยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแทบจะหลุดเสียงกรี๊ดออกมา สองสามีภรรยาได้แต่มองคนเป็นเจ้านายอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าคนอย่างป้องปรัชญ์จะจูบหน้าผากของอ้อนรัก! ย้ำว่า…ป้องปรัชญ์-จูบ-หน้า-ผาก-อ้อนรัก!! พูดไปใครเขาจะเชื่อ! ทั้งๆ ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาป้องปรัชญ์เกลียดอ้อนรักยิ่งกว่าอะไรดีเสียอีก! พ่อบ้านที่ยังยืนไม่ได้สติเพราะยังตกใจไม่หายถึงกับสะดุ้งจนไหล่สั่นเมื่อภรรยาที่ได้สติก่อนตีแขนคนเป็นสามีก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางประตูห้องที่เปิดอ้าค้างไว้บ่งบอกว่าคนเป็นเจ้านายเดินออกจากห้องไปแล้ว ทันทีที่ประตูห้องปิด ปริมที่ยังอยู่ในอาการตื่นตะลึงเหลือเชื่อกับสิ่งที่เห็นก็รีบวิ่งเข้ามาดูอ้อนรักที่ยังหลับอยู่ก่อนจะลูบหน้าลูบตาเธอราวกับเรียกขวัญกำลังใจของเด็กน้อยให้กลับมาทั้งๆ ที่คนควรเรียกกลับมานั้นควรจะเป็นเธอเองเสียมากกว่าเพราะไม่คาดคิดเลยว่าจะเห็นการกระทำอันน่าตกใจของป้องปรัชญ์เป็นครั้งแรก ต่างจากพ่อบ้านที่วันนี้ไม่รู้ว่าเขาตกใจไปกี่ครั้งแล้วกับการกระทำที่แปลกไปของป้องปรัชญ์… เช้าวันต่อมา… เป็นอีกวันที่ป้องปรัชญ์ไม่จำเป็นต้องไปมหาลัยเพราะเป็นวันหยุดแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังตื่นเช้าเพื่อมาหาอ้อนรักที่โรงพยาบาลอย่างที่เขาพูดไว้ ทันทีที่เปิดประตูห้องพักก็เห็นว่าอ้อนรักกำลังทานข้าวอยู่และในจังหวะที่เธอเห็นหน้าเขานั้นก็ตั้งท่าจะร้องไห้ขึ้นมาทันที ปริมที่อยู่ใกล้อ้อนรักและเห็นว่าป้องปรัชญ์ไม่ได้มีท่าทีคุกคามอ้อนรักเหมือนอย่างที่ผ่านมาก็คอยปลอบเด็กน้อยอยู่นานหลายนาที อีกทั้งยังบอกเสริมความมั่นใจให้อ้อนรักด้วยการบอกว่าป้องปรัชญ์จะไม่เข้ามาอยู่ใกล้เธอเกินกว่าระยะสองเมตร ทำให้ป้องปรัชญ์ที่ยังไม่ได้ตกลงกับแม่บ้านถึงกับตวัดตามองดุใส่เธอทันที แม่บ้านเองก็หลบตาแต่เพราะรู้ว่าป้องปรัชญ์ต้องยอมทำตามที่เธอพูดแน่ๆ จึงไม่ได้หวาดกลัวสักเท่าไหร่ ซึ่งป้องปรัชญ์เองที่ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วก็ต้องยอมรักษาระยะห่างจากอ้อนรักพอสมควรทำให้เด็กน้อยยอมอยู่ในความสงบแต่กลับทำให้ป้องปรัชญ์นั้นรู้สึกหัวเสียไม่น้อย ตั้งแต่เจอหน้าอ้อนรักเขายังไม่ได้ปริปากพูดกับเธอเลยสักครั้งเพราะเธอไม่ยอมมองหน้าเขาเลย แม้จะหงุดหงิดแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอยู่อย่างสงบเท่านั้นในขณะที่ปริมกับพ่อบ้านก็ไม่รู้จะทำยังไงกับสองพี่น้องดีเพราะพวกเขาก็ยังปรับตัวไม่ทันกับการกระทำตัวแปลกๆ ของป้องปรัชญ์ที่มีต่อเด็กน้อย "ถ้ากินยามื้อเย็นของวันนี้แล้วก็ให้น้องกลับบ้านได้เลยครับ" คุณหมอหนุ่มเจ้าของคนไข้บอกกับป้องปรัชญ์ที่พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้านิ่งเฉยเท่านั้นก่อนจะมองหมอที่หันไปคุยกับอ้อนรักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ดีใจไหมคะจะได้กลับบ้านแล้ว? " "ดีใจค่ะ" อ้อนรักพยักหน้ารับระรัว ดวงตาใสแป๋วของเธอที่จ้องมองคุณหมอนั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากเขาได้ไม่ยากก่อนจะยื่นมือลูบหัวของอ้อนรักแต่ทว่ายังไม่ทันจะสัมผัสกับหัวทุยกลับถูกฝ่ามือหนาของป้องปรัชญ์จับเอาไว้เสียก่อน หมับ! "...!!" คุณหมอหนุ่มถึงกับตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกคว้าข้อมือเอาไว้อีกทั้งแรงบีบจากมือของป้องปรัชญ์นั้นก็แรงเสียจนเขาเก็บสีหน้าเอาไว้ไม่ไหวบิดเบ้ออกมาด้วยเจ็บและเมื่อสบสายตาเย็นเยียบดุดันระคนคุกคามของป้องปรัชญ์แล้วทำเอาคุณหมอถึงกับกลัวขึ้นมาโดยพลัน "อย่าจับตัวอ้อนรัก" ป้องปรัชญ์พูดเพียงสั้นๆ แค่นั้นก่อนจะสะบัดข้อมือของคุณหมอหนุ่มที่รีบกอบกุมไว้ด้วยความเจ็บแปล๊บ คุณหมอหนุ่มรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพลที่เขาไม่อาจเทียบได้ฉะนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะมีปากเสียงแต่อย่างใดก่อนจะเอ่ยปากลาและรีบหมุนตัวออกจากห้องพักทันที ป้องปรัชญ์กัดฟันแน่นมองแผ่นหลังของหมอหนุ่มออกจากห้องจนประตูปิดตัวลง สายตาที่ยังคงเหลือความดุดันอยู่หลุบมองอ้อนรักอีกครั้ง เด็กน้อยที่เห็นอย่างนั้นก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงทั้งตัวทันทีเพื่อหลบซ่อนตัวเองจากสายตาน่ากลัวของป้องปรัชญ์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเขาเผลอใช้สายตาไม่น่ามองกับเด็กน้อยที่เหมือนจะหวาดกลัวเขาอีกแล้ว อย่าว่าแต่เด็กที่หวาดกลัวเลยเพราะแม้แต่พ่อบ้านและปริมเองยังกลัวสายตาของป้องปรัชญ์ที่ใช้จ้องมองคุณหมอหนุ่มไม่น้อยเช่นกัน… •┈┈┈┈┈┈•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD