"อ้อนรัก!!!"
เสียงตะโกนร้องดังลั่นห้องพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดทำให้ 'ป้องปรัชญ์' ที่เพิ่งลืมตาตื่นถึงกับดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความใจเสียและหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ร่างกายของเขาชุ่มโชกเต็มไปด้วยเหงื่อไม่เว้นแม้แต่ใบหน้า ความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นทำให้เขาตะปบมือลงกลางทรวงอกหลายครั้งตามสัญชาตญาณเมื่อคิดว่าตรงบริเวณนั้นมีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกแทงแต่ทว่าเมื่อจับแล้วกลับพบเพียงแค่กล้ามหน้าอกของตัวเองและไม่พบสิ่งผิดปกติใดนอกจากเหงื่อที่ไหลท่วมกายเท่านั้น
แต่เพื่อความแน่ใจป้องปรัชญ์ก้มหน้าลงมองดูร่างกายตัวเองอีกครั้งด้วยความตกใจระคนแปลกใจในเวลาเดียวกัน สายตาคู่คมกวาดมองรอบๆ ตัวด้วยความงุนงงเมื่อสถานที่ล่าสุดที่เขาอยู่ไม่ใช่ห้องนอนตัวเองแน่ๆ จะบอกว่าตัวเองรอดตายจากคมดาบที่เสียบทะลุร่างก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะตามลำตัวของเขาไม่มีบาดแผลเลยแต่เขามั่นใจตัวเองนั้นตายไปแล้วจากคมดาบอย่างแน่นอน!
"กะ…เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!!"
ความสับสนและความมึนงงประดังประเดเข้ามาไม่หยุด ป้องปรัชญ์ยังไม่สามารถจับต้นชนปลายกับเรื่องที่เกิดขึ้นได้และตอนนี้เขาก็ยังสับสนและไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงยังมีชีวิตอยู่ทั้งๆ ที่เขามั่นใจว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ
ทุกความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทำให้เขาจดจำวาระสุดท้ายของชีวิตได้ดีไม่มีวันลืม เขาเจ็บปวดจนเกิดจะทนและมันยังติดอยู่ในทุกความรู้สึกที่แทรกซึมลึกถึงสมองและหัวใจของเขาซึ่งดูเหมือนว่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเขาและอ้อนรักที่ต้องมาตายในดาบเล่มเดียวกันนั้นจะกลายเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาแล้วและเขาจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตเพราะว่ามันได้กลายเป็นความกลัวที่สลักลึกถึงจิตใจของเขาไปแล้ว
ในวินาทีความเป็นความตายที่เกิดขึ้นนั้น ดาบเล่มยาวกำลังแทงผ่านร่างกายของเขาแต่จู่ๆ ก็มีเด็กสาววัยสิบแปดปีที่เขาแสนเกลียดชังพุ่งตัวเข้ามารับคมดาบเล่มเดียวกับเขาที่กำลังถูกคนรักแทงจากทางด้านหลัง ส่งผลให้ความยาวของดาบเล่มนั้นทะลวงผ่านตัวเขาและแทงหญิงสาวคนนั้นด้วย
วินาทีนั้นหลากหลายความรู้สึกถาโถมใส่เขาจนไม่สามารถจับความรู้สึกตัวเอง เขาพูดอะไรไม่ออกแต่กลับจดจำรอยยิ้มซีดเซียวและแววตาเจ็บปวดระคนตัดพ้อน้อยใจและอีกมากมายความรู้สึกที่เธอส่งผ่านแววตาให้เขาได้ดี แต่ยังไม่ทันที่เขาจะยื่นมือสั่นเทาของตัวเองแตะพวงแก้มของเธอคนนั้น เลือดจำนวนหนึ่งจากเธอก็พุ่งทะลักสาดกระเซ็นใส่เขาที่อยู่เบื้องหน้าเธอในระยะประชิดเพราะร่างของทั้งสองคนอยู่ในดาบเล่มเดียวกัน
'อึก!'
'อะ…อ้อน'
น่าแปลกที่เขาคิดว่าถูกแทงทะลุร่างเสียขนาดนี้จะต้องสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายเขาอย่างแน่นอนแต่ทว่าความเจ็บพวกนั้นไม่ได้สักเสี้ยวหนึ่งเมื่อเทียบกับหัวใจ…
เขาเจ็บตรงหัวใจราวกับถูกบีบจนเหลวแหลกและทรมานมากเกินไปจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบเลือดแตะสัมผัสใบหน้าซีดเซียวของคนตรงหน้าที่หลับตาพริ้มเพราะสิ้นลมหายใจไปแล้วด้วยมือสั่นเทาและแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายถ้าหากเขาสัมผัสเธอแรงเกินไปจนลืมนึกไปว่าเธอได้จากไปแล้ว
เสียงหัวเราะบ้าคลั่งแห่งความสาแก่ใจของผู้หญิงคนนั้นที่ปลิดชีพเขากับอ้อนรักยังคงดังอยู่แต่กลับไม่เข้าโสตประสาทของเขาเลยแม้แต่นิด
จู่ๆ ความรู้สึกผิดอย่างรุนแรงที่ป้องปรัชญ์เคยกระทำต่อผู้หญิงเบื้องหน้าที่สิ้นลมหายใจไปแล้วก็พุ่งกระแทกใจเขาอย่างจัง ทั้งรู้สึกเสียใจและผิดหวังในตัวเองที่กลายเป็นคนโง่เขลาให้คนรักที่เขาเชื่อใจนักหนาหักหลังและฆ่ากันตายได้อย่างง่ายดาย
แวบหนึ่งป้องปรัชญ์เผลอนึกคิดไปว่าถ้าหากเขาสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดเอาไว้ได้ เขาสาบานกับตัวเองเลยว่าเขาจะไม่มีวันทำร้ายผู้หญิงที่รับคมดาบเล่มเดียวกับเขาอย่างแน่นอนและเขาจะไม่มีวันรักคนผิดเหมือนกับครั้งนี้ที่เขาได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงลงไป
ป้องปรัชญ์ทั้งเจ็บปวดและโกรธแค้นตัวเองที่ทำให้คนตรงหน้าต้องตายไปพร้อมกับเขาและแม้แต่คำว่าขอโทษ...เขาก็ยังไม่ได้พูดกับเธอเลย
เขารู้สึกว่าชีวิตนี้ของตัวเองติดค้างหญิงสาวตรงหน้าจนไม่สามารถตอบแทนเธอได้แต่ความปรารถนาสุดท้ายของเขาคืออยากกลับไปแก้ไขสิ่งที่เขาทำผิดพลาดและเขาสาบานเลยว่าเขาจะแก้ไขเรื่องทุกอย่างเพื่อให้อ้อนรักมีชีวิตอยู่ต่อไปและไม่ต้องมาตายอย่างน่าสงสารเพราะเขาเหมือนอย่างครั้งนี้
คำขอเหล่านั้นคือสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดได้ก่อนจะสิ้นใจตายตามเธอไปเช่นกันด้วยวัยเพียงแค่ยี่สิบแปดปีเท่านั้น…
‘ล่าสุดเช้านี้เกิดเรื่องสะเทือนขวัญชาวบ้านเมื่อ ส.ส.เขต XX ถูกกราดยิงกลางถนนอย่างอุกอาจ ตำรวจพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งของผลประโยชน์ทางการเมือง’
เสียงโทรทัศน์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้ดึงความสนใจจากป้องปรัชญ์ที่กำลังนั่งขยุ้มเรือนผมตัวเองเพื่อระบายความสับสนที่เขาไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ การรายงานข่าวสดที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้ป้องปรัชญ์ถึงกับเอะใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองโทรทัศน์ที่ปรากฏรูปของใครบางคนและเขาก็จดจำได้ดีกว่า รูปนั้นคือ ส.ส.ที่เขารู้จักเพราะเป็นเพื่อนกับพ่อของเขา แต่ทว่าเขาจำได้ว่า ส.ส.คนนี้เสียชีวิตไปแล้วในช่วงที่เขาอายุสิบแปดปี…แต่ตอนนี้นักข่าวกลับบอกว่า ส.ส.คนนี้เพิ่งเสียชีวิตเช้าวันนี้…
หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างทำให้ป้องปรัชญ์เริ่มสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเขา ไม่ว่าจะเป็นท่อนแขนข้างซ้ายของเขาที่ตอนนี้มันเกลี้ยงเกลาไร้รอยสักทั้งที่ปกติแล้วเขาจะมีรอยสักเต็มท่อนแขนข้างซ้ายซึ่งเขาจำได้อย่างแม่นยำว่าเขาสักท่อนแขนข้างซ้ายเมื่อตอนเขาอายุสิบเก้าปีและเพื่อความแน่ใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเองคนเดียวถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นจึงลุกขึ้นเดินไปส่องกระจกหน้าตู้เสื้อผ้าเพื่อดูสภาพร่างกายตัวเองและทันทีที่เห็นตัวเองในกระจกแล้วป้องปรัชญ์ก็แทบจะมองมันอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
คนในกระจกมีใบหน้าเป็นเขาคนเดิมก็จริงแต่ทว่ากลับมีร่างกายสูงโปร่งซึ่งป้องปรัชญ์จำได้อย่างแม่นยำว่าร่างกายปัจจุบันของเขาในวัยยี่สิบแปดปีนั้นสูงใหญ่เกือบๆ หนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรและเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเพราะเขาเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายอยู่เสมอแต่ทว่าร่างสูงโปร่งที่สูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรในตอนนี้นั้นมันคือสรีระเมื่อตอนที่เขาอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปีเท่านั้น
ความสับสนมากมายพุ่งเข้าใส่ป้องปรัชญ์จนเขาต้องเดินกลับมานั่งที่เตียงเพื่อตั้งสติกับเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นในเวลานี้ เขานึกคิดทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาและมั่นใจอย่างแน่นอนว่าตัวเองนั้นได้ตายไปแล้วด้วยน้ำมือของคนรักแต่การที่เขาลืมตาตื่นและยังมีลมหายใจอยู่ตอนนี้มันก็ยืนยันได้เช่นกันว่าเขายังมีชีวิตอยู่…
แม้ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อและเกิดขึ้นได้แต่ป้องปรัชญ์กลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ…
ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเกิดใหม่หรือจะเรียกว่าย้อนเวลาอะไรก็ตามแต่ ทว่าในที่สุดแล้วเขาก็ได้กลับมาเพื่อแก้ไขอดีตที่เคยทำผิดพลาดไปและต่อจากนี้ไปเพื่อไม่ให้เขากับอ้อนรักต้องตายด้วยคมดาบของหญิงสารเลวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยโง่รักเธอจนหมดใจเขาจะต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างและจะไม่ให้ประวัติมันซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด!
ชาตินี้เขาจะต้องรักให้ถูกคน!