บทที่ 3/2

1685 Words
•┈┈┈┈┈┈• ปริมที่กำลังทำความสะอาดอยู่อีกโซนหนึ่งของห้องหนังสือถึงกับวิ่งตาลีตาเหลือกมาหาอ้อนรักเมื่อได้ยินเสียงของคนเป็นเจ้านาย แม่บ้านตั้งใจว่าเธอจะแก้ต่างให้กับเด็กน้อยว่าถูกบังคับให้มาช่วยทำความสะอาดด้วยเพื่อไม่ให้เธอถูกคนเป็นเจ้านายทำโทษ แต่ทว่ายังไม่ทันที่แม่บ้านจะโผล่หัวออกไปก็ได้ยินป้องปรัชญ์พูดกับอ้อนรักพอดีและบทสนทนาของเขาก็ไม่มีแววคุกคามหรือต่อว่าอ้อนรักแต่อย่างใด แม่บ้านจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอกพร้อมทั้งเก็บหัวและหลบอยู่ในมุมเงียบๆ ก่อนจะเดินย่องกลับไปทำความสะอาดเหมือนเดิม อ้อนรักมองหนังสือการ์ตูนในมือตัวเองด้วยความรู้สึกสับสน ถามว่ารู้สึกดีใจไหมที่ป้องปรัชญ์อนุญาตให้เธอเข้ามาอ่านหนังสือที่นี่ได้ แน่นอนว่าคนที่ชอบอ่านหนังสืออย่างเธอนั้นย่อมรู้สึกดีและดีใจเป็นธรรมดา ด้วยความที่อ้อนรักยังเป็นเด็กอายุแปดขวบเท่านั้นเธอจึงไม่ได้มีความคิดซับซ้อนหรือเอะใจอะไรเลยที่ป้องปรัชญ์ยอมให้เธอใช้ห้องหนังสือห้องนี้ได้ ต่างจากป้องปรัชญ์ที่อายุสมองของเขานั้นยี่สิบแปดปีแล้วและตอนนี้ในหัวเขาก็มีแต่แผนการเข้าหาอ้อนรักเต็มไปหมด เห็นทีปีนี้เขาต้องให้โบนัสกับพ่อบ้านหนักๆ เสียแล้วเพราะลิสต์รายการที่พ่อบ้านเขียนมาให้นั้นมันช่วยเขาได้เยอะมากจริงๆ ตอนแรกป้องปรัชญ์ก็ไม่รู้หรอกว่าอ้อนรักเข้ามาทำความสะอาดที่ห้องหนังสือแต่เพราะว่าก่อนหน้านี้เขาแอบไปดูเด็กน้อยว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ซึ่งมันกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องมาดูเธอแทบจะทุกชั่วโมงแต่เมื่อเห็นว่าคนที่เขาเฝ้ามองไม่อยู่ที่บ้านพักทำให้เขาต้องไปถามพ่อบ้านที่ตอบอึกๆ อักๆ มีพิรุธจนเขาสังเกตได้ ป้องปรัชญ์เค้นถามพ่อบ้านจนรู้ว่าปริมลากอ้อนรักให้ไปทำความสะอาดที่ห้องหนังสือ...ห้องที่เขาหวงแหนพอๆ กับห้องนอนและไม่มีใครเข้าได้ถ้าเขาไม่อนุญาต แต่ตอนนี้อ้อนรักกลับอยู่ในพื้นที่หวงแหนอันดับสองรองจากห้องนอนของเขา ทั้งๆ ที่ปกติแล้วเขาควรจะต่อว่าอ้อนรักที่กล้าเข้ามาในที่ตรงนี้แต่ทว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันไม่ใช่การต่อว่าแต่มันคือการเปิดพื้นที่แสนหวงแหนให้อ้อนรักเข้ามาอยู่ ป้องปรัชญ์อยากให้อ้อนรักรู้ว่าตอนนี้เขายอมเธอมากแค่ไหนที่ให้เธอเข้ามาอยู่ในพื้นที่หวงแหนของเขา ขนาดคนในครอบครัวเขายังไม่อนุญาตให้เข้ามาเลย นอกจากปริมที่ต้องเข้ามาทำความสะอาดแล้วอ้อนรักเป็นคนแรกที่เขายอมให้อยู่ในห้องนี้โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น "เข้ามาได้ทุกเวลาจริงๆ เหรอ? " เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่อ้อนรักคุยกับเขานับตั้งแต่วันที่เขาคนใหม่ลืมตาตื่น หัวใจของป้องปรัชญ์พลันพองโตคับอกเพียงเพราะว่าเธอคุยกับเขาแล้ว! แม้ว่ามันจะเป็นเพียงคำถามสั้นๆ ห้วนๆ ก็ตามแต่ป้องปรัชญ์ก็เลือกที่จะมองข้ามไปเพราะแค่เธอยอมคุยด้วยก็ถือว่าดีมากแค่ไหนแล้ว เรียกได้ว่าเขาเข้าหาเธอได้ถูกทางจริงๆ "ใช่ เธอเข้ามาอ่านหนังสือที่นี่ได้ทุกเวลา" "แล้วเอาหนังสือออกไปอ่านข้างนอกได้ไหม? " "ไม่ได้ ฉันไม่อนุญาตให้เอาหนังสือการ์ตูนออกจากห้องนี้เด็ดขาด ถ้าอยากอ่านต้องมาอ่านที่นี่เท่านั้น" แววตาอ้อนรักฉายชัดถึงความสับสนขึ้นมาทันที เธอมองชั้นหนังสือสูงตระหง่านที่มีหนังสือการ์ตูนเรียงรายอยู่สลับกับมองหน้าป้องปรัชญ์อยู่หลายครั้งก่อนที่เธอจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทำเอาป้องปรัชญ์ที่เผลอคาดหวังกับอ้อนรักถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจแต่ก็คิดเอาไว้แล้วว่าการเข้าหาอ้อนรักแบบซึ่งๆ หน้าในครั้งนี้ก็ไม่น่าจะง่ายเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา การเข้าหาแบบซึ่งๆ หน้าในครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า… ขนาดเขาเอาสิ่งที่เธอชอบมาล่อเพื่อให้เธอยอมเปิดใจให้เขาเข้าหาบ้างแต่เธอกลับเดินออกจากห้องหนังสือไปโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย…เด็กอะไรใจแข็งเป็นบ้า! ป้องปรัชญ์ทิ้งตัวนั่งบนโซฟาตัวยาวภายในห้องหนังสืออย่างหมดอาลัยตายอยากและได้แต่ทำใจให้กับความล้มเหลวในการเข้าหาอ้อนรักแบบซึ่งๆ หน้า เขาหลับตาลงช้าๆ และคิดว่าจะงีบเอาแรงสักพักเมื่อตื่นขึ้นมาเขาจะลองหาวิธีเข้าหาอ้อนรักในแบบอื่นดู ยังไงซะเขาก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แค่นี้แน่ ผ่านไปนานเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ป้องปรัชญ์นอนพักอยู่ในห้องหนังสือก่อนที่เขาจะลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงรบกวนแปลกๆ เป็นระยะๆ แม้จะบางเบาแต่เขาก็มั่นใจว่าได้ยินเสียงแปลกๆ นั้น "ปริม" ป้องปรัชญ์ลองเรียกแม่บ้านดูเผื่อว่าต้นเสียงแปลกๆ อาจจะเกิดจากเธอแต่ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ คาดว่าแม่บ้านคงจะทำความสะอาดเสร็จแล้วและกลับไปก่อนโดยที่เขาไม่รู้ตัว "คิก..." เสียงแปลกๆ นั้นยังคงส่งเสียงให้ป้องปรัชญ์ได้ยินเป็นบางครั้ง ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ต้นตอของเสียงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ยินชัดเจนมากขึ้นก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อคิดว่าเสียงนั้นมันชัดเจนตรงบริเวณโต๊ะทำงานของเขาที่ยังคงอยู่ในสภาพปกติ "คิก" "..." ป้องปรัชญ์ตัดสินใจเดินไปยังหลังโต๊ะทำงานก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงช้าๆ มองใต้โต๊ะพร้อมๆ กับที่หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าต้นตอของเสียงแปลกๆ นั้นเกิดจากใครบางคนที่เขาไม่คิดมาก่อนว่าเธอจะกลับเข้ามาในห้องหนังสืออีกครั้งพร้อมกับผ้าห่มผืนหนาที่เขาจดจำได้อย่างแม่นยำว่าเขาเป็นคนซื้อให้ซึ่งมันกำลังห่อหุ้มร่างเล็กๆ ของผู้บุกรุกที่โผล่พ้นออกมาเพียงแค่ศีรษะทุยเท่านั้น อีกทั้งในมือของเธอยังมีหลักฐานชั้นดีซึ่งคาดว่านี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กน้อยส่งเสียงแปลกๆ ออกมาและป้องปรัชญ์เพิ่งรู้ว่ามันคือเสียงหัวเราะของอ้อนรักที่กำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนมังงะอยู่ตรงใต้โต๊ะทำงานของเขาและเขาเพิ่งจะเคยได้ยินเสียงหัวเราะของเธอเป็นครั้งแรกเช่นกัน! "อ้อน..." "...!" ป้องปรัชญ์เรียกเจ้าของชื่อเสียงแผ่ว ยังไม่อยากเชื่อสายตาสักเท่าไหร่ว่าเธอกลับมาที่ห้องหนังสืออีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอยังทำเมินเฉยต่อเขาอยู่เลย คนถูกเรียกที่กำลังเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งตกใจและไม่คาดคิดว่าป้องปรัชญ์จะหาเธอเจอทั้งๆ ที่เธอหลบซ่อนเขาแล้ว "มานอนอ่านอะไรตรงนี้? " ป้องปรัชญ์กวาดตามองคนตัวเล็กด้วยความสงสัยว่าทำไมเธอถึงเข้ามาอ่านหนังสืออยู่ใต้โต๊ะ แม้ว่าขนาดตัวของเธอจะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับพื้นที่คับแคบตรงนี้แต่ไปนอนอ่านดีๆ ตรงโซฟาก็ได้ "..." อ้อนรักไม่ได้ตอบคำถามของป้องปรัชญ์เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะคลานออกจากโต๊ะแต่ทว่าเมื่อป้องปรัชญ์ยังขวางทางออกอยู่ทำให้อ้อนรักเงยหน้ามองเขาก่อนจะพยักพเยิดหน้าบ่งบอกให้ป้องปรัชญ์ขยับตัวให้พ้นทาง ท่าทีที่เหมือนกับเผลอสั่งเขาอย่างไม่รู้ตัวของอ้อนรักไม่ได้ทำให้ป้องปรัชญ์ถือโทษโกรธเคืองอะไรและเขาก็ยอมถอยแต่โดยดีอีกทั้งยังได้แต่มองอ้อนรักที่คลุมตัวด้วยผ้าห่มผืนหนาก่อนจะเดินลากชายผ้าห่มไปยังโซฟาตัวยาวที่เขาเคยนอนก่อนหน้านี้แต่ทว่าเธอก็ยังไม่ยอมนั่ง เป็นอีกครั้งที่อ้อนรักทำให้เขาเกิดความสงสัยก่อนที่อ้อนรักจะหันกลับมามองเขาพร้อมกับชี้ไปยังโซฟาตัวยาว "นอนอ่านตรงนี้ได้ไหม? " "ได้ นอนสิ" ป้องปรัชญ์ยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองด้วยความงงและไม่เข้าใจว่าทำไมอ้อนรักต้องถามเขาก่อนราวกับว่าเธออยากให้เขาเอ่ยปากอนุญาตเพื่อความชัวร์ว่าเธอสามารถนอนบนโซฟาได้จริงๆ ยังไงยังงั้นและถ้าหากคิดดูดีๆ แล้วป้องปรัชญ์เพิ่งเข้าใจว่าเพราะอะไรทำไมเธอถึงต้องไปนอนใต้โต๊ะทำงานของเขาแทนที่จะนอนอ่านตรงโซฟาตั้งแต่แรก "อย่าบอกนะว่า...ที่เธอไปนอนอ่านหนังสือที่ใต้โต๊ะนั่นก็เพราะว่าเธอไม่กล้านั่งอ่านที่โซฟาเพียงเพราะว่าฉันยังไม่ได้อนุญาตอย่างนั้นเหรอ? " "..." อ้อนรักที่นอนคว่ำเท้าศอกอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่เงยหน้าขึ้นมองคนถามด้วยดวงตากลมใสแป๋วก่อนจะพยักหน้ารับแทนคำตอบแต่เพียงแค่นั้นก็ทำเอาป้องปรัชญ์ถึงกับอยากจะตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่สักทีให้กับความใสซื่อเกินเบอร์ของอ้อนรัก! ป้องปรัชญ์ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะความใสซื่อของเธอหรือเพราะเธอกลัวเขาด่ากันแน่ถึงต้องรอให้เขาอนุญาตก่อนถึงจะนั่งโซฟาได้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเธอสามารถนั่งโซฟาได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอเขาอนุญาตแม้ว่าเขาจะหลับอยู่ก็ตาม! เขาเปิดห้องหนังสือยอมให้เธอเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาซะขนาดนี้แล้วกับอีแค่โซฟาตัวเดียวเขาจะหวงทำไมอีก! เห้อออออ!! เด็กหนอเด็ก!!! •┈┈┈┈┈┈•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD