•┈┈┈┈┈┈•
นับตั้งแต่วันที่ป้องปรัชญ์อนุญาตให้อ้อนรักเข้ามาอ่านหนังสือที่ห้องหนังสือได้ก็ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนกว่าแต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ยังไม่ค่อยคืบหน้าสักเท่าไหร่เพราะว่าอ้อนรักยังคงตั้งป้อมปราการไว้สูงเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่พัฒนาเสียทีเดียว
ป้องปรัชญ์สังเกตได้ว่าเดี๋ยวนี้อ้อนรักลดความหวาดกลัวเขาในระดับหนึ่งแล้ว ถ้าเทียบจากเมื่อเดือนก่อนที่เธอป่วยและตื่นขึ้นมาเห็นหน้าเขาก็ร้องไห้ใส่กันเลย แต่ตอนนี้ถือว่าดีกว่าตอนนั้นอยู่พอสมควร
"เรื่องนี้ก็สนุกนะ"
ป้องปรัชญ์ดึงหนังสือการ์ตูนมังงะออกจากชั้นที่อยู่สูงพอสมควรก่อนจะยื่นให้กับอ้อนรักประหนึ่งว่าเขากำลังแนะนำการ์ตูนให้กับเธอและบทสนทนาระหว่างเขากับเธอในช่วงนี้ก็จะเป็นการแนะนำการ์ตูนเท่านั้น อ้อนรักหยิบการ์ตูนจากป้องปรัชญ์มาดูเธอไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือแสดงท่าทีไม่อยากอ่านแต่อย่างใดก่อนจะเดินไปนั่งตรงโซฟาตัวยาวที่กลายเป็นที่ประจำของเธอไปแล้ว
ทุกวันหลังจากที่อ้อนรักช่วยปริมทำงานบ้านเสร็จแล้วเธอจะมาขลุกตัวใช้เวลาอยู่ที่ห้องหนังสือเสียเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าในบางครั้งปริมอาจจะเรียกใช้งานอ้อนรักก็จะกลับไปช่วยแม่บ้านโดยไม่มีอิดออดซึ่งปริมเองก็เห็นว่าถึงอ้อนรักจะเอาแต่อ่านหนังสือแต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียการเสียงานแต่อย่างใด ฉะนั้นแม่บ้านก็เลยไม่ได้ว่าอะไรอ้อนรัก
บางวันถ้าหากวันไหนที่ป้องปรัชญ์ไม่ต้องไปมหาลัยเขาก็มักจะขลุกตัวอยู่กับอ้อนรักภายในห้องหนังสือที่เงียบสงบ แม้จะไร้การสนทนาแต่เสียงเปิดหนังสือที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ก็บ่งบอกให้ป้องปรัชญ์รู้ว่าอ้อนรักยังคงอ่านหนังสืออยู่แต่ทว่าความเงียบของทั้งสองก็มักจะถูกทำลายลงด้วยเสียงของแม่บ้านวัยกลางที่ยืนเกาะขอบหน้าต่างห้องหนังสือที่เปิดรับลมเอาไว้
"อ้อน มาช่วยป้าตากผ้าหน่อย"
คนถูกเรียกพยักหน้าตอบรับแทนคำพูดก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินเอาหนังสือไปเก็บไว้ที่เดิมตรงชั้นหนังสือและเดินออกจากห้องหนังสือทันทีโดยไม่ได้พูดกล่าวอะไรกับป้องปรัชญ์เลย ต่างจากป้องปรัชญ์ที่ตวัดสายตาคู่คมให้กับปริมที่เพิ่งเห็นว่าคนเป็นเจ้านายน้อยก็อยู่ในห้องหนังสือด้วยเพราะก่อนหน้านี้เธอคิดว่าป้องปรัชญ์ไปมหาลัยเสียอีกจึงได้ร้องเรียกอ้อนรักให้มาช่วยทำงาน
ป้องปรัชญ์รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่จู่ๆ อ้อนรักต้องถูกให้ไปทำงานบ้านตามคำสั่งของปริมทำให้เขารู้สึกว่าช่วงเวลาที่เขาควรจะได้อยู่กับอ้อนรักถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า...
เขาอยากจะให้อ้อนรักเลิกทำงานบ้านสักที...เพราะต่อจากนี้เธอควรจะใช้เวลาตัวติดอยู่กับเขาไม่ใช่ต้องมาทำงานบ้านอย่างนี้!
แต่เขารู้ว่าคำสั่งของเขาในเรื่องนี้คงไม่สามารถทำให้อ้อนรักเลิกทำงานบ้านในตอนนี้ได้ เพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะถูกคนอื่นต่อว่าที่เธอมาอยู่บ้านหลังนี้แต่กลับไม่ช่วยอะไรเลยและมันคงจะทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจมากๆ แม้ว่าป้องปรัชญ์จะบอกเธอหลายครั้งแล้วก็ตามว่าจะไม่มีใครกล้าต่อว่าเธอแต่อ้อนรักก็ไม่ได้เชื่อฟังเขาสักเท่าไหร่ ถึงเธอจะหวาดกลัวเขาก็จริงแต่เธอเองก็มีความต่อต้านเขาอยู่ไม่น้อยเลย
ระหว่างที่อ้อนรักกับปริมช่วยกันตากผ้าอยู่นั้นแม่บ้านวัยกลางคนกลับรู้สึกเย็นสันหลังวาบๆ แปลกๆ ซึ่งดูเหมือนว่าช่วงนี้จะเป็นอยู่บ่อยๆ คล้ายกับว่าอาการอย่างนี้เธอเคยเป็นเมื่อตอนถูกสายตาของเจ้านายอย่างป้องปรัชญ์จ้องอยู่แต่เพื่อความแน่ใจ ปริมกวาดตามองดูรอบๆ ตัวทว่ากลัวสะดุ้งตกใจจนร้องอุทานออกมาเมื่อสบสายตาคู่คมของป้องปรัชญ์ที่ยืนกอดอกและจดจ้องเธอด้วยสายตาเย็นเยือกอีกทั้งยังแผ่รังสีอำมหิตใส่เธออีกต่างหาก
นี่สินะ! นี่สินะคือสาเหตุที่ทำให้เธอช่วงนี้เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ สันหลัง!!
"ฉิบหายแล้ว! ฉันไปทำอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย!"
ปริมรีบหมุนตัวหลบสายตาและหันหลังให้กับคนเป็นนายอย่างหวาดหวั่น สองมือของเธอรีบหยิบเสื้อผ้าในตะกร้าขึ้นมาตากอย่างเร่งรีบกลบเกลื่อนอาการตื่นตระหนกของตัวเองในขณะที่สมองของเธอนั้นเค้นหาคำตอบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เธอถูกคนเป็นเจ้านายจดจ้องด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเสียขนาดนั้น
แม้ว่าปกติแล้วป้องปรัชญ์จะไม่เคยมองใครเป็นมิตรอยู่แล้วแต่ครั้งนี้เขามีแววตาคุกคามเธออย่างหนัก! แต่ไม่ว่าจะคิดสักเท่าไหร่ปริมก็นึกไม่ออกว่าเธอไปทำอะไรให้คนเป็นนายไม่พอใจจนกระทั่งสายตาของเธอเหลือบมองเด็กน้อยที่ยังคงตากผ้าอยู่อย่างสบายใจไม่ได้รับรู้ถึงความหวาดหวั่นที่เธอมีเลยสักนิด
วินาทีนั้นเหมือนปริมจะรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณและอยากจะทดสอบอะไรบางอย่างเพื่อความแน่ใจ…
"อ้อน ไม่ต้องช่วยป้าตากผ้าแล้ว มีอะไรที่ต้องทำก็ไปทำเถอะ"
"ก็นี่ไง อ้อนช่วยป้าปริมตากผ้าไง"
"เออน่ะ ไปทำอย่างอื่นเถอะ ไปๆๆ "
ถึงปากแม่บ้านวัยกลางคนจะพูดอย่างนั้นแต่เธอก็แอบเหลือบตามองป้องปรัชญ์ที่ยืนอยู่ไกลๆ เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเขาในขณะที่อ้อนรักนั้นเกาหัวตัวเองอย่างงงๆ ดูท่าแล้วเหมือนแม่บ้านไม่ค่อยอยากจะให้เธอช่วยตากผ้าสักเท่าไหร่อีกทั้งยังแย่งเสื้อผ้าในมือเธอที่กำลังจะตากไปถือไว้เองอีกด้วยก่อนจะดันแผ่นหลังของเธอให้ออกไปจากบริเวณนี้
"ไปๆๆ เดี๋ยวตรงนี้ป้าตากเอง กลับไปอ่านหนังสือก็ได้ไปๆๆ "
"..."
อ้อนรักหันมองกลับมาปริมอีกครั้งด้วยสีหน้างงๆ ก่อนจะยอมเดินออกมาจากบริเวณนั้นทั้งๆ ที่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมปริมต้องไล่เธอให้ไปทำอย่างอื่นด้วย ในขณะเดียวกันความรู้สึกเย็นวาบเสียวสันหลังที่ปริมเคยรู้สึกพลันหายไปทันทีและเมื่อเธอหันกลับไปมองตรงหน้าต่างบานเดิมที่ป้องปรัชญ์เคยยืนอยู่กลับพบว่าตอนนี้เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้วมีแต่ความว่างเปล่า
ตอนนี้ปริมค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงเอาแต่จ้องมองเธอไม่วางตาราวกับโกรธเคืองกันมาก่อนทั้งๆ ที่เธอก็มั่นใจว่าไม่ได้ไปทำอะไรให้เขา แต่ที่ไหนได้…เธอเข้าใจแล้วว่าสาเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจนั้นก็อาจจะเป็นว่าเธอดันเรียกใช้งานอ้อนรักเมื่อตอนที่เด็กน้อยใช้เวลาอยู่กับเขาน่ะสิ!!
ต้องใช่แน่ๆ! ช่วงนี้เธอรู้สึกอย่างนี้อยู่บ่อยๆ คงจะเป็นเพราะสาเหตุนี้แน่ๆ!
นับวันพฤติกรรมของเจ้านายน้อยชักจะแปลกขึ้นทุกที!!
หลังจากที่ป้องปรัชญ์เห็นว่าอ้อนรักไม่ได้ช่วยแม่บ้านช่างเรียกตากผ้าแล้วเขาก็เร่งฝีเท้าจากห้องหนังสือไปยังบ้านพักคนงานที่อ้อนรักเดินกลับไปก่อนหน้านี้แต่ทว่ายังไม่ทันจะเข้าไปหาก็ได้ยินอ้อนรักพูดคุยกับแม่บ้านอีกคนที่นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนบริเวณหน้าห้องพักพอดี
"พี่โบว์ พี่โบว์มีด้ายกับเข็มไหม? "
แวบหนึ่งป้องปรัชญ์รู้สึกหมั่นไส้อ้อนรักไม่น้อยเมื่อได้ยินเธอพูดกับคนอื่นได้อย่างเป็นธรรมชาติต่างกับที่คุยกับเขาแทบจะนับคำได้แต่จะบอกว่าหมั่นไส้ก็ไม่เชิงหรอกเรียกว่าแอบน้อยใจเงียบๆ อยู่คนเดียวจะดีกว่า
"เสื้อขาดอีกแล้วเหรอ? "
"อื้อ"
"ไปเอาเสื้อมาสิ เดี๋ยวพี่เย็บให้แต่พี่ขอไปเอาด้ายกับเข็มก่อน"
โบว์อาสาจะเย็บเสื้อให้กับอ้อนรักซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเย็บเสื้อให้กับเด็กน้อยคนนี้ที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเสื้อผ้าที่ได้รับจากพวกเธอเหล่าคนงานด้วยกันเอง ด้วยความที่อ้อนรักยังเป็นเด็กและช่วยงานบ้านได้เพียงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานง่ายๆ เบาๆ อย่างกวาดบ้าน ถูกบ้าน ตากผ้าเพราะอย่างนั้นทำให้เธอได้เงินเดือนน้อยกว่าคนอื่นที่ทำงานได้อย่างเต็มที่กว่า
อีกทั้งอ้อนรักยังต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายในอนาคตของเธอทำให้ไม่มีเงินมากพอจะใช้จ่ายได้สุรุ่ยสุร่ายเหมือนอย่างคนงานคนอื่นที่พอจะหายใจหายคอทางการเงินได้ ส่วนมากเสื้อผ้าที่อ้อนรักใส่ถ้ามันขาดเพียงนิดเดียวเธอก็อาศัยการเย็บเท่านั้นเพียงแค่นี้อ้อนรักก็สามารถใส่เสื้อตัวนั้นได้อีกนาน
โบว์ที่เข้าห้องไปหาอุปกรณ์เย็บผ้าจากในห้องนอนเดินกลับมานั่งตรงโต๊ะหินอ่อนที่เดิมที่เธอเคยนั่งแต่ทว่าผ่านไปหลายนาทีก็ไม่เห็นว่าอ้อนรักจะออกมาจากห้องพักสักทีจนโบว์ต้องเดินไปตามที่ห้องพักแต่ทว่ากลับพบเจอแค่เพื่อนร่วมห้องคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่เธอตาม
"เห็นอ้อนรักเข้าห้องมาเอาเสื้อไหม? "
"อ้อนมันเพิ่งออกไปเมื่อกี้เองนะ พี่ไม่เจอมันเหรอ? "
"ไม่นะ"
โบว์ตอบเพื่อนร่วมห้องเพียงแค่นั้นก็ปิดประตูห้องและเดินออกมาก่อนจะเกาหัวตัวเองด้วยความงงที่จู่ๆ อ้อนรักก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ในขณะที่คนหายตัวไปนั้นกลับนั่งขย้ำเสื้อยืดที่หยิบติดมือมาด้วยเอาไว้แน่นเมื่อถูกใครบางคนลากตัวให้ขึ้นมานั่งบนรถสปอร์ตคันหรูที่ตอนนี้พุ่งทะยานออกจากบ้านด้วยความเร็วทำเอาเด็กน้อยถึงกับตื่นตระหนกหวาดหวั่นทั้งความเร็วของรถทั้งถูกคนเอาแต่ใจฉุดตัวอย่างกะทันหันโดยที่เธอไม่สามารถตั้งตัวและต่อต้านเขาได้เลย
•┈┈┈┈┈┈•