•┈┈┈┈┈┈•
ป้องปรัชญ์ที่รอเวลาจะฉุดตัวอ้อนรักอยู่นานเหลือบตามองเด็กน้อยที่ตอนนี้นั่งตัวเกร็งจนแทบจะสิงเบาะรถอีกทั้งมือข้างที่ไม่ได้ขย้ำเสื้อยังจับเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน่นคาดว่าคงจะกลัวที่เขาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะท่าทีที่ดูหวาดกลัวกับการขับรถเร็วของเขาทำให้เขายอมขับรถช้าลงเพื่อให้อ้อนรักคลายความกลัว
"ระ...เรากำลังจะไปไหน? "
อ้อนรักถามป้องปรัชญ์เสียงสั่น สายตาของเธอมองออกไปรอบตัวอย่างระแวดระวังราวกับกลัวว่าเขาจะหลอกเธอไปฆ่าทิ้งยังไงยังงั้น
"ไปซื้อของ"
ป้องปรัชญ์ตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะเปิดเพลงภายในรถคลอเบาๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างเขากับอ้อนรักตึงเครียดเกินไป จริงๆ แล้วเขากลัวว่าอ้อนรักจะตึงเครียดเพราะอยู่กับเขาตามลำพังเสียมากกว่า แม้ว่าหลายครั้งจะเคยอยู่ด้วยกันสองคนที่ห้องหนังสือก็ตาม แต่นี่คงจะไม่เหมือนกันเพราะเป็นครั้งแรกที่เขาพาอ้อนรักออกมาข้างนอกบ้าน
ปกติแล้วป้องปรัชญ์ก็ไม่ใช่คนชวนคุยเก่ง เขาเองก็มีนิสัยแทบจะไม่ต่างกับอ้อนรักเลย เป็นคนเข้าถึงยากอีกทั้งถ้าไม่ใช่คนสนิทเขาก็แทบจะไม่คุยก่อนเลย แม้ว่าเขาอยากจะสนิทกับอ้อนรักมากๆ แต่ด้วยนิสัยของเขาทำให้การเข้าหาอ้อนรักไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งอ้อนรักกลัวเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะตีสนิทและพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติกับเธอได้ในเร็ววัน
แต่วันนี้เขาอยากจะลองใช้เวลากับอ้อนรักเพียงแค่สองคนเท่านั้นโดยที่ไม่ต้องมีแม่บ้านหรือใครหน้าไหนมาขัดช่วงเวลาสานสัมพันธ์ของเขากับเด็กน้อยได้
วันนี้…เขาต้องทำคะแนนเอาใจเด็กน้อยเสียหน่อยเผื่อว่าเธอจะกล้าพูดคุยกับเขามากขึ้นกว่าการนั่งอ่านหนังสือกันอยู่เงียบๆ เท่านั้น
ทันทีที่เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งทุกสายตารอบข้างต่างพากันจับจ้องไปยังป้องปรัชญ์ที่เป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้คนได้เป็นอย่างดี ด้วยส่วนสูงรูปร่างและหน้าตาที่ดีเกินต้านของเขาทำให้เป็นที่สนใจของเหล่าประชาชีที่มองจนป้องปรัชญ์เองยังรู้สึกได้ แต่ด้วยความเคยชินที่ไม่ว่าจะไปไหนก็ตกเป็นเป้าสายตาทำให้เขาไม่คิดจะสนใจอะไรและทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติต่างกับอ้อนรักที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอีกทั้งยังเดินเว้นระยะห่างจากเขาเพียงเพราะไม่อยากให้ตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของใคร
แล้วอีกอย่างการแต่งตัวมอซอซอมซ่อของเธอน่ะ...มันไม่เหมาะกับการที่จะเดินอยู่ข้างๆ เขาที่แต่งตัวดีเลยสักนิด
ป้องปรัชญ์เองเหมือนจะรู้ว่าอ้อนรักตั้งใจทิ้งระยะห่างจากเขาทำให้เขาถือวิสาสะคว้ามือเธอมาจับเอาไว้ อ้อนรักที่จู่ๆ ก็ถูกคว้ามือไปจับก็เกิดอาการตกใจและพยายามดึงมือออกแสดงอาการต่อต้านแต่เมื่อเจอสายตาดุดันที่จ้องมองกลับราวกับบังคับกลายๆ ทำให้อ้อนรักไร้การต่อต้านยอมให้เขาจับมือแต่โดยดีทันที
เด็กน้อยเม้มริมฝีปากแน่นมองมือของตัวเองที่ถูกฝ่ามือใหญ่กอบกุมเอาไว้ ความรู้สึกบางอย่างแสนบางเบาค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาภายในใจก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะที่ใครอีกคนลอบยิ้มมุมปากเพียงนิดด้วยความพึงพอใจเมื่อได้กอบกุมมือเล็กๆ ของคนข้างตัวเอาไว้แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยพอใจที่เขาทำอย่างนั้นก็ตาม
ก็มันช่วยไม่ได้…ในเมื่อเขาอยากจะจับมือของเธอนี่นา…
เมื่อถึงร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์ดังร้านหนึ่งป้องปรัชญ์ก็ไม่รอช้าที่จะชี้นิ้วสั่งเลือกเสื้อผ้าหลายตัวกับเหล่าพนักงานสาวหลายคนที่ต่างพากันหยิบเสื้อผ้าที่ถูกเลือกจนมือระวิงก่อนจะวิ่งตามหลังของป้องปรัชญ์เมื่อเขาเดินไปเลือกเสื้อผ้าตรงโซนอื่นของร้าน
"ฉันเอาตัวนี้ ตัวนี้ ตัวนี้แล้วก็ตัวนี้ ผ้าทั้งหมดเป็นคอตตอนร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม? "
"ค่ะ ใส่แล้วสบายไม่เคืองแน่นอนค่ะ"
เมื่อได้การยืนยันจากพนักงานป้องปรัชญ์ก็ไม่ลังเลที่จะชี้นิ้วสั่งเสื้อกับทางพนักงานของร้านก่อนจะหันไปหยิบเสื้ออีกตัวหนึ่งขึ้นมาทาบกับตัวของอ้อนรัก สายตาของเขาพินิจพิจารณาเลือกเสื้อผ้าให้กับเด็กน้อยยิ่งกว่าเลือกเสื้อผ้าให้กับตัวเองเสียอีก
"ชอบตัวนี้ไหม? งั้นเอาตัวนี้"
อ้อนรักที่กำลังจะอ้าปากบอกปฏิเสธเขาไปแต่ก็ต้องหุบปากเงียบเมื่อสุดท้ายแล้วคนที่กำลังจูงมือเธออยู่นั้นตอบเองเออเองเสร็จสรรพแล้วก็หันชี้นิ้วสั่งกับพนักงานอย่างเดิมไม่ปล่อยจังหวะให้เธอได้เอ่ยปากปฏิเสธเลย
ตลอดระยะเวลานานหลายนาทีที่อ้อนรักถูกจับจูงให้เดินตามป้องปรัชญ์เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะเลือกเสื้อผ้าพวกนี้ให้กับเธอไปทำไมในเมื่อเธอไม่เคยเรียกร้องจากเขาแต่ทว่าเมื่อฉุกคิดถึงสิ่งที่เขาเคยทำเอาไว้กับเธอแล้วนั้นก็ทำให้อ้อนรักถึงกับหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที
หรือว่า…เขากำลังแกล้งเธออย่างนั้นเหรอ? เขากำลังจะให้เธอจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าพวกนี้ใช่ไหม!
ปึกๆ ...
"..."
ป้องปรัชญ์ที่กำลังเดินชี้นิ้วสั่งเลือกเสื้อผ้าให้กับอ้อนรักอยู่นั้นรับรู้ได้ถึงแรงกระตุกที่มือของตัวเองก่อนจะก้มมองมือข้างนั้นที่กอบกุมมือเล็กๆ ของอ้อนรักเอาไว้แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดของเธอก็ทำเอาใจของป้องปรัชญ์ถึงกับกระตุกอย่างแรงก่อนที่เขาจะนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นเพื่อให้ระดับสายตาของเขาเท่ากับอ้อนรัก
"เป็นอะไร? "
ป้องปรัชญ์ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำเสียงของเขาในตอนนี้มันอ่อนนุ่มมากแค่ไหน หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเห็นอ้อนรักเริ่มตาแดง ความกระวนกระวายในใจก็มากขึ้นก่อนจะกวาดตามองทั่วร่างของเด็กน้อยว่ามีเกิดสิ่งผิดปกติตรงไหนแต่ทว่าเขาก็ไม่พบเจอความปกติที่มองหา
"ไม่มีตังค์..."
"ห้ะ? "
"ไม่มีตังค์! ฮึก!"
จบประโยคนั้นอ้อนรักก็เริ่มสะอึกขึ้นมาเบาๆ ริมฝีปากของเธอเริ่มเบะออกตั้งท่าจะร้องไห้ในขณะที่ป้องปรัชญ์เพิ่งได้สติหลังจากที่นิ่งอึ้งอยู่นานหลายวินาทีกับสิ่งที่อ้อนรักพูดออกมา เขาเพิ่งเข้าใจว่าอ้อนรักหมายถึงอะไรและคาดว่าเธอน่าจะกำลังเข้าใจเขาผิด!
"เดี๋ยวก่อนๆ อย่าเพิ่งร้อง"
"ฮึก"
คนถูกสั่งที่ตอนนี้เสียน้ำตาร้องหยดแหมะไปแล้วเรียบร้อยถึงกับสะอึกขึ้นมาทันทีเมื่อถูกห้ามเอาไว้ชั่วขณะก่อนที่ดวงตาแดงก่ำคลอไปด้วยม่านน้ำตาจะมองสบตาคนตรงหน้าที่ยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้กับอ้อนรักด้วยสัมผัสแผ่วเบา
"อย่าบอกนะว่าที่กำลังจะร้องไห้เนี่ยเพราะคิดว่าฉันจะให้เธอจ่ายเงินค่าเสื้อผ้างั้นเหรอ? "
อ้อนรักพยักหน้าระรัวจนคอแทบหลุดแต่นั่นกลับทำเอาป้องปรัชญ์ถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ ไม่คาดคิดว่าเด็กน้อยจะหวาดระแวงเขามากขนาดนี้ แต่ก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเธอถึงหวาดระแวงเพราะครั้งหนึ่งป้องปรัชญ์คนก่อนนั้นเคยพาอ้อนรักไปกินข้าวแล้วสุดท้ายก็แอบชิ่งและทิ้งเธอเอาไว้ที่ร้านอาหารคนเดียวเพื่อให้เธอเป็นคนจ่ายค่าอาหารเอง
แน่นอนว่าคนอย่างอ้อนรักไม่มีเงินจ่ายมื้ออาหารหลักพันหรอกทำให้วันนั้นเธอต้องชดใช้ค่าอาหารด้วยการช่วยทางร้านล้างจานเป็นเวลากว่าสี่ชั่วโมง...ส่วนเขานั้นกลับรู้สึกสะใจที่ได้แกล้งอ้อนรัก
แต่ว่าตอนนี้...เขาไม่ได้เลวทรามแบบเมื่ออย่างอดีตครั้งนั้นอีกแล้วและดูเหมือนว่านอกจากเธอจะยังไม่ยอมเปิดใจให้เขาแล้วเธอยังไม่เชื่อใจเขาสุดๆ อีกด้วยถึงได้หวาดระแวงกันมากขนาดนี้
"ไม่ต้องร้องๆ ครั้งนี้ฉันไม่ได้จะแกล้งเธอจริงๆ เสื้อผ้าพวกนี้ฉันซื้อให้เธอแล้วก็จะจ่ายเงินให้ด้วย"
เพื่อซื้อความเชื่อใจจากอ้อนรักว่าเธอไม่ต้องจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าพวกนี้ป้องปรัชญ์จึงรีบควานหากระเป๋าเงินตัวเองและหยิบบัตรเครดิตแบล็กการ์ดที่ได้จากปัทวีให้กับพนักงานที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดทันที
อ้อนรักรู้สึกเบาใจขึ้นมาในทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ต้องจ่ายเงินค่าเสื้อผ้าไม่ต่างจากป้องปรัชญ์ที่รู้สึกโล่งใจไม่ต่างกันเพราะเขานึกว่าตัวเองจะเสียคะแนนซื้อใจอ้อนรักเข้าให้แล้ว แต่เมื่อเห็นว่าเธอหยุดร้องไห้แล้วอีกทั้งยังดูผ่อนคลายขึ้นป้องปรัชญ์ก็เริ่มชี้นิ้วเลือกเสื้อผ้าให้กับอ้อนรักอีกครั้ง
เสื้อผ้าทุกตัวที่ป้องปรัชญ์เลือกนั้นเป็นเสื้อผ้าที่เขาเห็นว่าเรียบง่ายแต่ดูดีเหมาะสำหรับใส่ในวันธรรมดาที่คนอย่างอ้อนรักสามารถใส่ได้ทุกวันและแน่นอนอีกแหละว่าเสื้อผ้าทุกตัวนั้นต้องเหมาะกับเด็กวัยแปดขวบอย่างอ้อนรักด้วย
"ซื้อให้แล้วต้องใส่นะรู้ไหม? "
ป้องปรัชญ์ที่จับมืออ้อนรักเอาไว้ไม่ยอมปล่อยก้มหน้าพูดกับเด็กน้อยที่ไม่ได้ตอบรับอะไรก่อนที่เขาจะเผลอพูดข่มขู่อ้อนรักด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
"ถ้าฉันไม่เห็นว่าเธอใส่เสื้อที่ฉันซื้อให้ฉันจะตีเธอ ฉันจะตีแรงๆ จริงๆ นะ ไม่ได้ขู่"
เพียงเท่านั้นอ้อนรักที่กลัวในคำขู่ของป้องปรัชญ์ก็รีบพยักหน้าหงึกหงักจนหัวแทบจะหลุด แม้ตอนนี้เธอจะไม่ได้กลัวเขาจนตัวสั่นเหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็ยังคงกลัวป้องปรัชญ์อยู่ดี แต่น่าแปลกที่ในความกลัวนั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกดีที่เขาเลือกซื้อเสื้อผ้าให้เธอด้วยตัวเอง…
หลังจากที่เลือกซื้อเสื้อผ้าให้อ้อนรักจนพอใจแล้วป้องปรัชญ์ก็ใช้เวลาเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายอีกไม่นาทีเท่านั้นก่อนจะบอกให้พนักงานจัดส่งเสื้อผ้าทั้งหมดที่เขาซื้อไปส่งที่บ้านตติยรักษ์ในนามของเขา
เมื่อพูดคุยกับพนักงานเสร็จเรียบร้อยแล้วป้องปรัชญ์ก็หมุนตัวกลับหวังจะคุยกับอ้อนรักแต่ทว่าในวินาทีนั้นหัวใจของเขาพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อพบเจอความว่างเปล่าไร้เงาของอ้อนรักที่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้ข้างๆ เขาแต่ตอนนี้เธอกลับหายไปแล้ว!
•┈┈┈┈┈┈•