บทที่ 3/5

1676 Words
•┈┈┈┈┈┈• "เห็นเด็กที่มากับผมไหม? " ป้องปรัชญ์หันไปถามพนักงานสาวอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้กับเขาด้วยความร้อนรนแต่เธอคนนั้นกลับส่ายหน้าปฏิเสธเพราะมัวแต่ยุ่งกับการต้อนรับลูกค้าคนอื่นอยู่เช่นกัน ความกระวนกระวายใจระลอกใหญ่ถาโถมใส่ป้องปรัชญ์ไม่ยั้ง เขากวาดสายตามองรอบๆ ร้านและเดินหาอ้อนรักเผื่อว่าเธออาจจะเดินเล่นภายในร้านแต่ทว่าก็ไม่เจอแม้แต่เงาทำให้ป้องปรัชญ์รีบวิ่งออกจากร้านและสอดส่ายสายตามองดูรอบๆ ตัวเพื่อว่าจะเจออ้อนรักแต่เดินตามหาได้เพียงไม่เท่าก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและไทยมุงที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่ "อย่ามาโดนตัวลูกสาวฉันนะ! เอามือสกปรกๆ ของแกออกไป!" "ขะ...ขอโทษค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษค่ะ" เด็กน้อยวัยแปดขวบเอ่ยปากขอโทษซ้ำๆ อยู่หลายครั้งด้วยความรู้สึกผิดและร้อนรนก่อนจะใช้มือสั่นเทาตัวเองปัดคราบไอศกรีมช็อกโกแลตที่เลอะชุดสวยของเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันแต่ว่ายิ่งปัดมันก็ยิ่งเลอะ อ้อนรักที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ่งลนลานมากกว่าเดิมจนแทบจะร้องไห้อย่างคนทำอะไรไม่ถูก เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เด็กๆ ทั้งสองคนเดินชนกันตรงบริเวณหัวมุมร้านร้านหนึ่งซึ่งเป็นจุดอับสายตาทำให้อ้อนรักไม่เห็นว่าอีกมุมของร้านนั้นมีใครกำลังเดินอยู่ก่อนจะปะทะกับร่างของเด็กสาวคนหนึ่งรุ่นราวคราวเดียวกันที่มากับแม่ของเธอเข้าอย่างจังส่งผลทำให้ไอศกรีมในมือของเด็กสาวคนนั้นเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของพวกเธอทั้งสองคน ในวินาทีนั้นอ้อนรักไม่ได้สนใจเสื้อผ้าตัวเองอยู่แล้วว่าจะเลอะเทอะมากแค่ไหนเพราะรู้ว่าชุดที่ตัวเองใส่มานั้นเทียบไม่ได้กับชุดสวยของเด็กสาวอีกคนหนึ่งที่ดูมีราคามากกว่าชุดที่เธอสวมใส่ ความหวาดหวั่นเกิดขึ้นในใจของอ้อนรักที่กำลังกลัว…แต่เธอไม่ได้กลัวที่กำลังถูกแม่ของเด็กสาวคนนั้นต่อว่าแต่ที่เธอกลัวนั้นคือคนที่มากับเธอต่างหากล่ะ อ้อนรักกลัวว่าป้องปรัชญ์จะต่อว่าเธอและทำโทษเธอที่หาเรื่องหาราวให้กับเขาและก่อนที่เขาจะมาเห็นเธอในตอนนั้นอ้อนรักอยากจะหายตัวออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้แต่รู้ว่าทำไมได้ "ออกไปไกลๆ! บอกว่าอย่ามาโดนตัวลูกสาวฉันไง!" ปั่ก! "อ้อนรัก!!" ในวินาทีนั้นป้องปรัชญ์ตะโกนร้องเรียกเจ้าของชื่อด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยของเขาถูกผู้หญิงคนหนึ่งผลักอกจนหงายท้องล้มกับพื้นอีกทั้งยังเห็นตำตาว่าหัวของอ้อนรักฟาดเข้ากับเก้าอี้ตัวยาวที่อยู่ตรงนั้นอย่างจัง ใจของเขากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความกรุ่นโกรธ ความร้อนรนและกระวนกระวายถาโถมเข้าใส่จนไม่รู้ว่าตอนนี้จะควบคุมตัวเองยังไง แต่สิ่งแรกที่เขาทำคือพุ่งตัวเข้าไปหาอ้อนรักก่อนจะประคองเด็กน้อยให้ลุกขึ้นนั่ง อ้อนรักที่เห็นว่าป้องปรัชญ์เป็นคนช่วยประคองก็ถึงกับลืมเจ็บไปชั่วขณะแต่ความมึนงงที่เกิดจากหัวกระแทกยังไม่บรรเทาจางหาย "เป็นอะไรไหม? เจ็บไหม? " แม้ในใจจะแอบโกรธเคืองอ้อนรักที่เดินออกจากร้านโดยไม่บอกเขาสักคำแต่เพราะความเป็นห่วงที่มากกว่าทำให้เขามองข้ามความโกรธเคืองตรงนั้นไปจนสิ้นก่อนจะถือวิสาสะคลำหลังหัวของอ้อนรักเบาๆ ตรงบริเวณที่ถูกกระแทกกับเก้าอี้และสัมผัสได้ว่ามันเริ่มปูดบวมขึ้นมาแล้ว "จะ..เจ็บ" ความเจ็บที่ถูกลืมไปชั่วขณะกลับมาเล่นงานเธออีกครั้งเมื่ออ้อนรักตั้งสติได้ เด็กน้อยเบ้หน้าน้ำตาคลอเบ้าจนแทบจะไหล ป้องปรัชญ์ที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกใจเสียไม่น้อยเช่นกันก่อนจะรั้งตัวของอ้อนรักเข้ามากอดพร้อมทั้งลูบแผ่นหลังเล็กที่สั่นระริกเบาๆ อย่างปลอบประโลมแต่สายตาคู่คมของเขากลับตวัดมองหญิงสาววัยกลางคนที่ผลักอ้อนรักจนล้มด้วยแววตาวาวโรจน์อย่างไม่คิดปิดบัง "คุณผลักเธอทำไม!" หญิงสายวัยกลางคนสะดุ้งสุดตัวเมื่อป้องปรัชญ์ตะคอกถามเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดต่อหน้าประชาชีเหล่าไทยมุง หญิงสาวสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตน่ากลัวจากตัวป้องปรัชญ์ที่ส่งมายังเธอแต่ด้วยความที่เป็นคนถือตัวอีกทั้งยังไม่อยากเสียหน้าให้กับเด็กเมื่อวานซืนและเด็กสาวน่ารังเกียจอย่างอ้อนรักเธอจึงยืดคอแอ่นอกเชิดหน้าอย่างถือดี "แล้วคุณเป็นใครมายุ่งอะไรด้วย! หรือว่า...รู้จักกับเด็กน่ารังเกียจคนนี้งั้นเหรอ? " ป้องปรัชญ์ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งอุ้มตัวอ้อนรักให้ลุกขึ้นยืนเช่นกันก่อนจะให้เธอนั่งตรงเก้าอี้ตัวยาวที่อยู่ตรงบริเวณนั้น ฝ่ามือหนาของเขาวางลงกลางหัวทุยของอ้อนรักเบาๆ แววตาที่ทอดมองเธอนั้นอ่อนแสงเสียจนคนที่เพิ่งเคยได้รับสายตาแบบนั้นของป้องปรัชญ์เป็นครั้งแรกกลับรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจอย่างบอกไม่ถูก "นั่งรอฉันแป๊บหนึ่งนะ" ป้องปรัชญ์พูดเพียงแค่นั้นก็ตวัดสายตากลับมามองสองแม่ลูกอีกครั้งอย่างเอาเรื่อง "คุณมีปัญหาอะไรกับน้องสาวของผมงั้นเหรอ? ทำไมต้องผลักเธอด้วย? " คำว่าน้องสาวที่หลุดออกจากปากของป้องปรัชญ์ทำเอาอ้อนรักที่กำลังจะลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปหาเขาชะงักนิ่งอึ้งไปหลายวินาที ตั้งแต่ที่เธอจำความได้และย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้อ้อนรักไม่เคยได้ยินคำว่าน้องสาวจากปากของป้องปรัชญ์เลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกเธอว่าน้องสาวอย่างเต็มปากเต็มคำ แม้จะรู้สึกเหลือเชื่อที่ได้ยินถ้อยคำที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินมาก่อนในชีวิตนี้แต่ในใจนั้นกลับรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก… "ก็มันเดินไม่ดูตาม้าตาเรือชนกับลูกสาวฉัน เห็นไหมว่าไอศกรีมมันหกเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าลูกฉันหมดแล้ว! รู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้ที่ลูกฉันใส่มันกี่บาท!" หญิงวัยกลางคนดึงเสื้อที่มีคราบเลอะไอศกรีมของลูกสาวตัวเองให้กับป้องปรัชญ์ดูแต่สิ่งที่ได้กลับมาก็ยังเป็นท่าทีคุกคามของเขาเช่นเดิมอีกทั้งยังดูเอาเรื่องยิ่งกว่าเดิมก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าหาสองแม่ลูกจนพวกเธอก้าวถอยหลังอย่างเผลอตัว "จะกี่บาทผมไม่สน แต่คุณต้องขอโทษน้องสาวผมเดี๋ยวนี้" "ทำไมฉันต้องขอโทษในเมื่อฉันไม่ได้ทำอะไรผิด! มันสิต้องขอโทษฉันกับลูกสาวเพราะเดินมันชนลูกฉันก่อน!" สายตาของหญิงวัยกลางคนเหลือบมองการแต่งตัวของอ้อนรักสลับกับมองการแต่งตัวของป้องปรัชญ์อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าทั้งสองคนจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ เพราะทุกอย่างบนตัวของพวกเขาทั้งสองคนดูต่างระดับกันอย่างสิ้นเชิง อ้อนรักเมื่อถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยันก็ได้แต่ยืนกำชายเสื้อตัวมอมแมมเอาไว้แน่นก่อนจะก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองไม่กล้าสบสายตาใครแต่ทว่าฝ่ามือใหญ่ของป้องปรัชญ์กับคว้ามือของเธอไปกอบกุมเอาไว้แน่นบ่งบอกว่าเขาไม่อายที่มีเธอเป็นน้องสาว "น้องสาวผมขอโทษคุณไปแล้วก่อนหน้านี้และผมได้ยินชัดเจนเต็มสองหู ในเมื่อน้องผมขอโทษไปแล้วคุณเองก็ควรขอโทษน้องสาวผมเช่นกันเพราะคุณผลักเธอจนล้มหัวฟาดพื้น! ทุกคนที่นี่เป็นพยานได้!" เหล่าบรรดาไทยมุงต่างพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของป้องปรัชญ์ บางคนเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกที่ทั้งคู่เดินชนกันซะด้วยซ้ำ แต่ดูท่าทีของสองแม่ลูกแล้วกลับไม่มีความสำนึกใดๆ เลย "จะให้ฉันขอโทษเด็กสกปรกซอมซ่ออย่างมันเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ!" ไม่มีทางเสียหรอก อย่างเธอทำไมต้องลดตัวไปขอตัวเด็กมอมแมมที่ชนลูกสาวเธอด้วย แม้ว่าจะขอโทษเธอก่อนแต่แล้วยังไงล่ะ? ในเมื่อเธอไม่อยากขอโทษแล้วทำไมจะต้องทำ! "ได้ จะไม่ขอโทษใช่ไหม? " ป้องปรัชญ์เห็นท่าทีถือดีของสองแม่ลูกแล้วก็อดที่จะเดือดดาลไม่ได้ กล้าดียังไงถึงมารังแกคนของเขาแล้วไม่ขอโทษทั้งๆ ที่เด็กน้อยของเขานั้นขอโทษพวกเธอไปตั้งหลายครั้งแล้วก็ยังถูกผลักจนล้มหัวฟาดเก้าอี้อีก เรื่องนี้เขาไม่ปล่อยเอาไว้แน่ๆ! อ้อนรักมองมือของเธอที่ถูกป้องปรัชญ์จับเอาไว้แน่นก็รับรู้ได้ถึงแรงบีบที่มากกว่าปกติจนเธอรู้สึกเจ็บมือไปหมดแต่ก็รับรู้ด้วยว่าที่ป้องปรัชญ์เป็นแบบนี้เพราะเขากำลังโกรธสองแม่ลูกมากๆ ดูท่าแล้วเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยสองแม่ลูกไปเช่นกัน แต่อ้อนรักนั้นไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลายมากไปกว่านี้เพราะมีเธอเป็นต้นเหตุ ถ้าคนที่บ้านตติยรักษ์รู้ว่าทายาทคนโตของบ้านมีเรื่องกับผู้หญิงและเด็กเพราะมีเธอเป็นต้นเหตุ…เธอเกรงว่าจะถูกคนในบ้านตติยรักษ์เกลียดขี้หน้ายิ่งกว่าเดิมเสียอีก ฉะนั้น…เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพราะเธอเป็นต้นเหตุมันต้องจบลงที่นี่เท่านั้น "อยากกลับบ้านแล้ว…กลับบ้านกันนะ" •┈┈┈┈┈┈•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD