•┈┈┈┈┈┈•
หลังจากที่ป้องปรัชญ์ตั้งสติกับเรื่องเหลือเชื่อที่เกิดขึ้นเขาก็รีบจัดการอาบน้ำแต่ระหว่างที่อาบน้ำอยู่นั้นก็พยายามนึกย้อนกลับไปว่าไทม์ไลน์ช่วงอายุสิบแปดปีของเขามีเหตุการณ์สำคัญๆ อะไรบ้างที่เขาจะต้องเลี่ยงหรือต้องเปลี่ยนแปลงมันในอนาคตเพื่อไม่ให้ประวัติซ้ำรอยเดิมที่เขาและ 'อ้อนรัก' ต้องตายอย่างเจ็บปวดและภาพนั้นมันได้กลายเป็นความกลัวของเขาไปเสียแล้ว
เขากลัวว่าจะเสียอ้อนรักเหมือนอย่างครั้งก่อนที่เขาเคยทำเรื่องผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตและครั้งนี้เขาจะไม่พลาดเด็ดขาด...เขาจะต้องไม่รักคนผิดเพื่อเอาตัวเองและอ้อนรักไปตายอีกแล้ว
ป้องปรัชญ์นึกขึ้นได้ว่าช่วงอายุสิบแปดปีของเขาก่อนจะย้อนเวลานั้น ครั้งหนึ่งเขาเคยกลั่นแกล้งอ้อนรักโดยการผลักเธอตกสระน้ำจนเธอเกือบตายและเขาก็ไม่ได้หันหลังกลับไปมองเลยว่า…เด็กวัยแปดขวบอย่างเธอนั้นจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่อ้อนรักหวาดกลัวเขาจับจิตจับใจ เธอหวาดกลัวเขาจนตัวสั่นและอาจจะเรียกได้ว่าเขาสลักลึกความกลัวให้กับเธอจนถึงหัวใจเลยก็ว่าได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ป้องปรัชญ์กลับรู้สึกว่าการกระทำของตัวเองคนเดิมนั้นเลวระยำสิ้นดี อ้อนรักในตอนนั้นอายุเพียงแค่แปดขวบเท่านั้นแต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นกลับถูกเขารังแกสารพัดหลายอย่างโดยที่เธอไม่เคยปริปากต่อว่าหรือพูดอะไรสักคำ เพราะเธอรู้ว่าต่อให้สู้ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้ที่อายุมากกว่าเธอเป็นสิบปีบวกกับร่างกายที่ต่างกัน ฉะนั้นเธอจึงกลายเป็นเบี้ยล่างที่ถูกเขาและลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนรังแกซ้ำๆ เพราะความเกลียดชังที่มีต่อเธอในตอนนั้น
เมื่อรังแกแล้วเธอไม่โวยวายหรือเอาคืนเขาแต่อย่างใดมันก็ทำให้เขายิ่งรู้สึกได้ใจและเริ่มกลั่นแกล้งอ้อนรักหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเหตุการณ์ที่เขาผลักอ้อนรักตกสระน้ำจนเธอเกือบจมน้ำตาย...
จุดนั้นคือจุดที่เขาคิดว่ามันกลายเป็นความผิดพลาดที่ควรแก้ไขและเขาก็ได้แต่ภาวนาขอให้เหตุการณ์เลวร้ายที่อ้อนรักตกสระยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพราะถ้าหากมันเกิดขึ้นไปแล้วจริงๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะเขาเข้าหาอ้อนรักยังไงหลังจากที่เขาทำเลวระยำกับเธอไปเสียขนาดนั้น…
"เฮ้อ..."
เสียงปิดน้ำจากฝักบัวหยุดลงพร้อมๆ กับเสียงถอนหายใจหนักๆ อย่างคนคิดไม่ตกอีกทั้งยังมีแต่ความกังวลเมื่อคิดว่าอีกไม่นานเขากับอ้อนรักจะได้เจอกันแล้ว
ป้องปรัชญ์จำได้ว่าอ้อนรักนั้นจะเข้ามาช่วยแม่บ้านทำความสะอาดบ้านในทุกๆ เช้าก่อนที่เธอจะไปโรงเรียนถึงแม้ว่าช่วงนี้โรงเรียนของเธอจะยังปิดเทอมอยู่ก็ตามแต่เพราะหน้าที่อ้อนรักจะต้องมาทำความสะอาดอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้ว่าจะเจออ้อนรักแล้วป้องปรัชญ์ถึงกับรีบแต่งตัวทันทีและออกจากห้องนอนในเวลาเจ็ดโมงกว่าๆ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วถ้าไม่มีเรียนช่วงเช้าก็อย่าหวังว่าจะเห็นหัวเขาก่อนเที่ยงเลย
"ถูให้สะอาดหน่อย ออกแรงกันหน่อย"
เสียงของพ่อบ้านวัยสี่สิบกว่าปีอย่าง ‘ชัย’ เอ่ยปากสั่งกับแม่บ้านจำนวนห้าหกคนที่กำลังทำหน้าที่ของแต่ละคนอยู่อย่างขะมักเขม้นเพราะทุกคนเองก็ไม่ได้อยากอยู่ที่ตรงนี้นานสักเท่าไหร่
แม่บ้านมากหน้าหลายตาที่บางคนป้องปรัชญ์จำได้บ้างจำไม่ได้บ้างกำลังเดินไปเดินมาภายในบ้านที่เรียกว่าคฤหาสน์ก็คงจะไม่เกินจริงสักนิดและเพราะบ้านหลังใหญ่มากอย่างนี้ถึงต้องจ้างแม่บ้านหลายคนเพื่อดูแลเรื่องความสะอาดบ้านให้ทั่วถึงรวมถึงพ่อครัวแม่ครัวด้วยที่ต้องจ้างหลายคนเพราะครอบครัวเขาเป็นครอบครัวใหญ่ที่อยู่กันหลายชีวิต
"นายน้อย"
พ่อบ้านผู้เคร่งครัดกับกฎของบ้านรีบก้มหน้าลงเพียงนิดเพื่อทักทายคนเป็นเจ้านายเมื่อเห็นว่าเขากำลังเดินลงมาจากบันไดบ้านพอดี
แม่บ้านหลายคนที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ต่างพากันหยุดมือทุกอย่างและก้มหน้าหลบสายตาป้องปรัชญ์ทันทีเพราะนี่ก็คือกฎข้อที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของบ้านที่ป้องปรัชญ์เองก็จำไม่ได้แต่ที่รู้ๆ ก็คือแม่บ้านทุกคนที่นี่ห้ามมองหน้าคนเป็นเจ้านาย ยกเว้นแค่หัวหน้าพ่อบ้านเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้มองหน้าคนเป็นเจ้านายได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะพ่อบ้านเองก็กลัวเด็กหนุ่มคนนี้มากอยู่ดี ทุกครั้งที่ได้สบสายตาคู่คมไร้แววความรู้สึกใดๆ คู่นั้นแล้วก็ทำเอาเขาหายใจแทบไม่ออกจนไม่กล้ามองหน้าเขานานๆ
ครั้งนี้ก็เช่นกัน...ถึงเขาจะก้มหน้าลงเพียงนิดเพื่อเลี่ยงการสบตากับป้องปรัชญ์แต่ก็อดรู้สึกอึดอัดไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาเองก็รับใช้เจ้านายน้อยคนนี้มาตั้งหลายปีแต่ก็ยังไม่ชินเสียที นับวันเจ้านายน้อยมีแต่จะน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่คิดว่าวันนี้แรงกดดันมหาศาลจะมากกว่าทุกวันที่ผ่านมาไม่สมกับอายุสิบแปดปีของเขาเลย
"ผมจะรีบทำและรีบออกไปทันทีเมื่อทำความสะอาดเสร็จครับ"
แม้จะพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติแต่น้ำเสียงที่ออกมานั้นก็ยังคงสั่นเทาอยู่ดี พ่อบ้านไม่คิดว่าวันนี้ป้องปรัชญ์จะลงมาบ้านเร็วกว่าปกติ ทั้งๆ ที่ถ้าไม่เที่ยงวันก็จะไม่มีใครได้เห็นหน้าเขา
ในสายตาของพ่อบ้านที่เห็นป้องปรัชญ์มาตั้งแต่เขายังเด็กมองว่าเจ้านายน้อยคนนี้เป็นเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาครอบครัวอย่างแท้จริง เรียกได้ว่าเป็นคนไม่เอาอ่าวและเห็นแก่ตัวจนเกินจะอธิบายเป็นคำพูด ป้องปรัชญ์ไม่เคยเห็นหัวใครและไม่สนว่าใครจะหัวแก่หัวหงอกหรือถ้าหากว่าใครทำให้เขาไม่พอใจขึ้นมาแนะนำว่าให้ชิงฆ่าตัวตายหนีไปยังดีเสียกว่าที่จะต้องมีชีวิตเหมือนตกนรกทั้งเป็น
ป้องปรัชญ์ถูกเลี้ยงดูแบบตามใจแต่ไม่เคยได้รับความใส่ใจจากคนเป็นพ่อเป็นแม่เลยแม้แต่นิดเดียว เรียกได้ว่าเป็นผลผลิตที่มีร่างกายแต่ไม่มีหัวใจ…
อีกทั้งยังถูกคนเป็นแม่ปลูกฝังเป่าหูตั้งแต่เด็กว่าเขาคือลูกชายคนโตของบ้านที่พ่อต้องฝากฝังทุกอย่างไว้ที่เขาคนเดียว ฉะนั้นป้องปรัชญ์จึงรู้สึกว่าเขาคือคนที่มีอำนาจในบ้านหลังนี้รองจากคนเป็นพ่อเท่านั้น คนอื่นหรือใครหน้าไหนก็ห้ามขัดใจเขาเด็ดขาด ฉะนั้นทุกคนในบ้านหลังนี้จึงเกรงกลัวเขามากเพราะกลัวว่าถ้าหากทำอะไรไม่ถูกใจเขานั่นก็เท่ากับว่าตัดอนาคตและทิ้งชีวิตตัวเองทันที
"อ้อนรักไปไหน? ทำไมไม่มาทำงาน? "
พ่อบ้านสะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงเย็นเยียบของป้องปรัชญ์ที่เอ่ยถามถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ สายตาเย็นเยือกกวาดตามองเหล่าบรรดาแม่บ้านทั้งหลายที่เอาแต่ก้มหน้ามองเท้าตัวเองเพราะไม่มีใครกล้าสบตากับเขาสักคนซึ่งมันกลายเป็นเรื่องปกติที่เขาชินชาไปแล้วเพราะไม่ว่าแม่บ้านจะกี่ชุดๆ ที่เข้ามาทำงานในบ้านหลังนี้จะต้องถูกอบรมและปฏิบัติตามกฎของบ้านอย่างเคร่งครัดและถ้าหากฝ่าฝืนกฎก็ต้องได้รับบทลงโทษตามกฎของบ้านที่ระบุไว้ตั้งแต่ตอนที่อบรมแล้ว
"ไม่มีใครตอบ? "
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกดดันขุมหนึ่งของป้องปรัชญ์ทำเอาพ่อบ้านถึงกับหน้าซีดขึ้นมาทันทีไม่ต่างจากแม่บ้านคนอื่นๆ ที่ต่างยืนอกสั่นขวัญแขวนกันไปหมดอีกทั้งรู้ด้วยว่าอ้อนรักคือเด็กสาวที่มักจะถูกป้องปรัชญ์กลั่นแกล้งอยู่เสมอ
"คือว่า..."
พ่อบ้านได้แต่อึกๆ อักๆ พลันนึกถึงใบหน้าซีดเซียวของใครบางคนที่กำลังป่วยและนอนซมอยู่กับเตียงในห้องพักของเธอ เขาไม่คิดเลยว่าป้องปรัชญ์จะตาดีขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เขาก็หาจำนวนคนทำความสะอาดบ้านแทนคนที่ป้องปรัชญ์ถามถึงจนครบแล้วแท้ๆ แต่ป้องปรัชญ์กลับรู้ว่าอ้อนรักไม่มาทำงาน
พ่อบ้านหวั่นใจเหลือเกินกลัวว่าผู้ชายใจไม้ไส้ระกำที่คอยเอาแต่รังแกเด็กน้อยคนนั้นมาตลอดหลายปีจะใช้เขาให้ไปตามเธอกลับมาทำงานในหน้าที่ของเธอทั้งๆ ที่ตอนนี้อ้อนรักยังนอนป่วยอยู่แต่พ่อบ้านก็ไม่สามารถเลี่ยงตอบคำถามได้ อีกใจก็คิดว่าถ้าบอกไปตรงๆ เขาอาจจะเห็นใจเด็กน้อยคนนั้นบ้างก็ได้
"วันนี้อ้อนรักป่วยครับนายน้อย ผมให้เธอลาหยุดหนึ่งวัน"
พ่อบ้านพูดเสียงสั่นและนับหนึ่งถึงสิบในใจเตรียมรับถ้อยคำต่อว่าจากคนเป็นนายแต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคือแววตาสงสัยเสียมากกว่า
"อ้อนรักป่วยเป็นอะไร? "
พ่อบ้านขมวดคิ้วมองเจ้านายน้อยตัวเองด้วยสายตาไม่เข้าใจว่าเขาจะถามทำไมทั้งๆ ที่สาเหตุการป่วยของอ้อนรักนั้นเกิดจากฝีมือของเขานั่นแหละ แต่เมื่อเห็นคนเป็นเจ้านายมองมายังตนด้วยสายตากดดันคาดคั้นเอาคำตอบพ่อบ้านจึงตอบคนเป็นเจ้านายน้อยเสียงแผ่วพร้อมทั้งก้มหน้าหลบสายตาเย็นเยียบไร้อารมณ์คู่นั้นด้วยความกลัวถ้าหากเขาตอบช้ามากไปกว่านี้
"อ้อนรักป่วยเพราะเมื่อวานนายน้อยผลักเธอตกสระจนเกือบจมน้ำตายไงครับ? นายน้อยจำไม่ได้เหรอ? "
"...!!!"
•┈┈┈┈┈┈•