•┈┈┈┈┈┈•
ป้องปรัชญ์มองตามแผ่นหลังของสองแม่ลูกที่เดินจากไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่นักที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ในขณะนี้ แม้ว่าใจเขาอยากจะพุ่งตัวเข้าไปหาสองแม่ลูกเพื่อสั่งสอนพวกเธอที่กล้าเข้ามารังแกอ้อนรักของเขาแต่ที่ไม่ได้ทำอย่างนั้นก็เพราะท่อนแขนเล็กๆ และเนื้อตัวสั่นเทาของคนที่กำลังกอดเอวเขาอยู่นี่ต่างหากล่ะ
ป้องปรัชญ์กลับไม่คิดอย่างนั้น เสื้อขาดมันก็ซื้อใหม่ได้ แต่ไอ้เขาดันไปนึกว่าที่อ้อนรักร้องไห้นั้นเป็นเพราะเจ็บใจที่ถูกสองแม่ลูกนั่นรังแกเสียอีก
ดูจากใบหน้าตื่นตระหนกซีดเผือดก็พอจะรู้แล้วว่าเด็กน้อยของเขากำลังหวาดกลัวมากแค่ไหน แต่ไม่รู้ว่าที่กลัวนั้นเพราะคิดว่าเขาจะทำอะไรสองแม่ลูกนั่นหรือว่าที่จริงแล้วเธอกำลังกลัวเขาอยู่กันแน่
"ไม่มีงานทำกันหรือไง? "
ป้องปรัชญ์ใช้สายตาคมกริบเรียบนิ่งมองเหล่าคนใช้ทั้งหลายที่ถูกพ่อบ้านไล่ให้ไปทำงานอีกทีก่อนที่พวกเขาจะพากันสลายตัวรีบกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนเขาก็ถือวิสาสะอุ้มอ้อนรักเอาไว้บนท่อนแขนตัวเองในท่าอุ้มน้อยในขณะที่ท่อนแขนเล็กของอ้อนรักตวัดกอดรอบลำคอของเขาเอาไว้
ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังซบพวงแก้มลงกับหัวไหล่ของเขาอยู่ ในใจพลันเกิดความรู้สึกดีขุมใหญ่ที่ครั้งนี้อ้อนรักเป็นฝ่ายกอดเขา
"เดี๋ยวป้าอุ้มเองก็ได้ค่ะนายน้อย"
"ไม่ ฉันจะอุ้มเอง"
ปริมเก็บมือที่กำลังจะยื่นออกไปรับตัวอ้อนรักเมื่อป้องปรัชญ์ยืนยันว่าเขาจะอุ้มอ้อนรักเอง ทั้งยังแสดงท่าทีหวงเด็กน้อยราวกับว่าไม่ต้องการให้ใครแตะต้องเธอแม้แต่นิดเดียว
ในเมื่อไม่สามารถขัดใจคนเป็นเจ้านายได้ปริมก็ละความสนใจจากพวกเขาและหันมาเก็บเศษซากเสื้อหลายตัวที่ถูกกรีดจนเสียหายหลายตัวพร้อมทั้งถอนหายใจให้กับสิ่งที่อ้อนรักเพิ่งประสบพบเจอ แม้ว่านี่จะไม่ใช่การกลั่นแกล้งครั้งแรกก็ตามแต่ก็ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายสำหรับเด็กวัยแปดขวบพอสมควร
ปริมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์เลวร้ายที่สองแม่ลูกอย่างปรียาและนารารังแกอ้อนรักแต่เธอก็ไม่สามารถช่วยอะไรอ้อนรักได้ ขนาดสามีของเธอเข้าไปห้ามยังถูกด่ากลับมาซะหน้าหงายขนาดนั้น แต่โชคช่วยที่ตอนนั้นเธอเห็นว่าป้องปรัชญ์ขับรถกลับมาพอดีจึงรีบไปตามเขาให้มาช่วยหยุดเหตุการณ์เลวร้ายที่สองแม่ลูกกระทำกับอ้อนรัก
แล้วป้องปรัชญ์ก็หยุดสองแม่ลูกได้จริงๆ แต่ทว่าสิ่งที่พวกเธอทิ้งไว้ให้กับเด็กคนหนึ่งก็คือความเสียใจและเจ็บปวด...ปริมก็หวังเพียงแค่ว่าป้องปรัชญ์จะสามารถช่วยปลอบโยนเด็กน้อยอย่างอ้อนรักให้หายเศร้าได้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาปริมเองก็เห็นถึงการกระทำที่เปลี่ยนไปของป้องปรัชญ์ที่มีต่ออ้อนรัก เขาเข้าหาน้องสาวตัวเองและพยายามทำดีกับเธอทุกอย่างซึ่งปริมแอบหวังเอาไว้ในใจลึกๆ ว่าสิ่งที่ป้องปรัชญ์แสดงออกต่ออ้อนรักนั้นขอให้เป็นความจริงใจของเขาใช่เสแสร้งเพื่อทำลายอ้อนรักในอนาคต...
เด็กน่ะ...ความรู้สึกมันเปราะบางมากและถ้าหากถูกทำลายซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าความรู้สึกมันก็แตกสลายได้ง่ายๆ เหมือนกัน
"เฮ้อ~"
ปริมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างคนคิดไม่ตก ตราบใดที่เธอยังเป็นแม่บ้านและทำงานอยู่ที่นี่งกๆ เธอเองก็ช่วยอะไรอ้อนรักไม่ได้ นอกจากว่าช่วยเลี่ยงไม่ให้อ้อนรักต้องเจอกับคนในบ้านเท่านั้นแต่มันก็ไม่ได้แปลว่าจะช่วยได้ทุกครั้งเพราะอย่างครั้งนี้...คนในบ้านต่างหากที่เข้าหาอ้อนรักเพื่อรังแกเธอ
"หยุดร้องไห้ได้แล้ว"
ป้องปรัชญ์พูดกับอ้อนรักด้วยน้ำเสียงโอนอ่อนเมื่อเห็นว่าคนบนตักยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนี้มานานหลายนาทีแล้วนับตั้งแต่ที่เขาอุ้มเธอเดินเข้ามาในห้องหนังสือซึ่งตอนนี้กลายเป็นสถานที่ประจำและเซฟโซนของทั้งสองคนไปแล้ว
อ้อนรักยังคงฝังใบหน้าเปื้อนน้ำตากับลำคอหนาของป้องปรัชญ์ไม่ยอมผละออก อีกทั้งยังกระชับท่อนแขนที่โอบรอบลำคอเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่ายๆ จนคนที่ถูกกอดอยู่ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยและลูบแผ่นหลังของอ้อนรักอยู่อย่างนั้นเพื่อปลอบประโลมเธอ แต่ในใจลึกๆ ก็อดรู้สึกดีไม่ได้ที่อ้อนรักกอดเขาไม่ยอมปล่อยแม้ว่าเธอจะต้องการแค่ที่พักพิงเท่านั้นก็ตาม
นานเกือบๆ สิบนาทีกว่าอ้อนรักจะเลิกสะอื้นแต่ก็ยังมีอาการสะอึกในบางครั้ง คราบน้ำตาที่ยังเปื้อนใบหน้าถูกปลายนิ้วเรียวยาวของป้องปรัชญ์บรรจงเช็ดให้อย่างเบามือ อ้อนรักที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังนั่งอยู่บนตักของป้องปรัชญ์ก็พยายามจะขยับลุกขึ้นจากตักของเขาแต่กลับถูกฝ่ามือหนาจับเอวของเธอเอาไว้ราวกับว่าไม่อยากให้เธอลุกจากตักไปไหน
"นั่งนี่แหละ"
"แต่ว่า…"
"นั่ง"
เมื่อถูกน้ำเสียงเข้มๆ และสายตาดุๆ จ้องมองราวกับบังคับอ้อนรักก็ได้แต่เม้มปากแน่นและนั่งอยู่บนตักของเขาต่อไปก่อนจะมองสบตาป้องปรัชญ์ที่จดจ้องเธอไม่วางตาจนเธอเกิดประหม่าและหวาดระแวง
อ้อนรักไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องจ้องเธอเหมือนกับว่ากำลังค้นหาอะไรบางอย่างจากเธอให้ทะลุปรุโปร่งยังไงยังงั้น
"จะ...จ้องทำไม? "
คนถูกจ้องถามป้องปรัชญ์เสียงสั่นพร้อมทั้งหลบสายตาของเขาที่เพิ่งได้สติว่าเผลอมองอ้อนรักมากเกินไปจนเธออาจจะกลัวเขาได้ก่อนจะลอบถอนหายใจและปรับสายตาที่เรียกได้ว่าอ่อนโยนที่สุดแล้วตั้งแต่เกิดมาแม้ว่าอ้อนรักจะมองว่ามันคือสายตาเรียบนิ่งก็ตาม
"เรามาคุยกันหน่อยไหม? "
"คุย...เรื่องอะไร? "
อ้อนรักเงยหน้าขึ้นมองสบตากับป้องปรัชญ์อีกครั้งด้วยความสงสัยก่อนจะเจอกับสายตาจริงจังแต่ทว่าครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความโอนอ่อนจนอ้อนรักยังสัมผัสได้ ความประหม่าที่เคยเกิดขึ้นค่อยๆ จางหายโดยที่เธอเองก็ยังไม่รู้ตัว
ป้องปรัชญ์ถือวิสาสะกอบกุมมือเล็กๆ ของอ้อนรักเอาไว้ใต้ฝ่ามือใหญ่ของตัวเอง แขนข้างหนึ่งประคองเอวบางของเธอเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอหงายท้องหงายไส้กับพื้น
"เรื่องที่เธอร้องไห้..."
"..."
มือที่ถูกกอบกุมเอาไว้ใต้ฝ่ามือใหญ่เผลอบีบเข้าหากันแน่น ความรู้สึกปวดหน่วงหัวใจกลับมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
"เธอร้องไห้เพราะพวกเขารังแกแล้วเธอไม่มีทางสู้หรือเธอร้องไห้เพราะว่ากลัวพวกเขา? "
"ไม่ได้กลัวพวกเขาสักหน่อย!!"
•┈┈┈┈┈┈•