•┈┈┈┈┈┈•
วินาทีนั้นร่างกายของป้องปรัชญ์ชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า สิ่งที่เขาอยากได้ยินกลับเป็นสิ่งที่ภาวนาขออย่าให้เรื่องเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นแต่ทว่ามันก็ดันมาเกิดก่อนที่เขาจะคิดแก้ไขความผิดพลาดนั้นเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น!
ถ้าหากเขาลืมตาตื่นเร็วกว่านี้สักหนึ่งวัน…เรื่องเลวร้ายที่เขาคอยภาวนาก็คงไม่เกิดขึ้น!
ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสวรรค์กำลังกลั่นแกล้งเขาหรือเปล่าเพราะถ้าอยากให้เขาแก้ไขอดีตสิ่งที่เคยทำผิดพลาดจริงๆ ทำไมสวรรค์ถึงไม่ทำให้เขาลืมตาตื่นก่อนที่จะเกิดเรื่องเลวร้ายนั้นกับอ้อนรักล่ะ? แต่นี่อะไร? สวรรค์กลับทำให้เขาลืมตาตื่นหลังจากที่เขาคนก่อนทำเรื่องร้ายแรงอย่างนั้นกับอ้อนรักลงไปแล้ว!
สวรรค์จะไม่ให้เขาเดินสะดวกเลยหรือ!! เขาอยากแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ขัดขวางแต่ทำไมถึงได้มอบความลำบากอันใหญ่หลวงให้กับเขาตั้งแต่แรกเลยล่ะ!
ไอ้สวรรค์เส็งเคร็งเอ้ยยย!!
"พาฉันไปหาอ้อนรัก"
"แต่ว่าตอนนี้อ้อนรักยังป่วยยะ..."
"อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ"
น้ำเสียงทรงอำนาจแฝงความน่าเกรงขามที่แตกต่างไปจากทุกวันทำเอาพ่อบ้านรีบหุบปากเงียบทันที สายตาเย็นเยียบของป้องปรัชญ์จ้องมองพ่อบ้านประหนึ่งกำลังใช้มีดจี้คอเพื่อบังคับให้เขาพาคนเป็นนายไปหาอ้อนรัก
"ชะ...เชิญทางนี้เลยครับ"
เมื่อไม่สามารถปฏิเสธได้พ่อบ้านจำใจเดินนำป้องปรัชญ์ไปยังบ้านพักคนงานในขณะที่เหล่าแม่บ้านทั้งหลายต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่คนเป็นเจ้านายเดินออกจากบ้านไปแล้วหลังจากที่ต้องทนอึดอัดอยู่นานหลายนาทีและทุกคนก็รับรู้ได้ว่าวันนี้เจ้านายน้อยมีความกดดันและน่าเกรงขามผิดจากทุกๆ วันที่ผ่าน
"เด็กอะไรน่ากลัวจริงๆ เลย ขนาดยังไม่ได้สบตานะยังรู้สึกเหมือนมีมีดคอยกรีดคอหอยอยู่ตลอดเวลา"
แม่บ้านวัยสาวพูดขึ้นมาอย่างไม่ทันคิดจนถูกแม่บ้านวัยกลางคนที่มาด้วยกันห้ามปรามคำพูดของเธอเอาไว้ก่อนที่จะมีคนอื่นมาได้ยินแล้วจะพากันซวย
"อย่ามาพูดซี้ซั้วตรงนี้นะ! เดี๋ยวแกจะโดนโทษมิใช่น้อย!"
‘ปริม’ แม่บ้านวัยกลางคนกัดฟันพูดเสียงกระซิบแต่ดูว่าแม่บ้านวัยสาวจะไม่ได้เกรงกลัวต่อคำเตือนนั้นเลย
"โธ่ป้าปริม...ฉันก็พูดแค่กับป้าสองคนเท่านั้นแหละ จะมีใครไปบอกนายน้อยได้ล่ะคะ? "
โบว์ยังคงลอยหน้าลอยตาเมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครได้ยินเธอพูดแน่ๆ นอกจากปริมผู้เป็นภรรยาของพ่อบ้าน ส่วนแม่บ้านคนอื่นก็แยกย้ายกันไปทำความสะอาดหน้าที่ใครหน้าที่มันต่อ
"แกไม่เคยได้ยินคำว่าหน้าต่างมีหูประตูมีช่องหรือไง? ฉันล่ะกลัวจริงๆ ว่าแกจะถูกลงโทษเพราะปากเป็นเหตุเข้าสักวัน"
"โอ๊ย! ฉันไม่คุยกับป้าแล้ว!"
โบว์พูดตัดบทเพราะขี้เกียจฟังแม่บ้านวัยสี่สิบบ่นก่อนจะเดินปัดตูดไปทำความสะอาดในจุดที่เป็นหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบแต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงของปริมตะโกนบอกไล่หลังตามมาอีกด้วย
"เออ! ไปทำงานของแกต่อซะ เสร็จแล้วจะได้รีบกลับสักที!"
ปริมเองก็ไม่ได้อยากอยู่ในบ้านนี้นานสักเท่าไหร่หรอก เธอรู้ดีว่าถ้าหากเหล่าแม่บ้านยังไม่ออกจากบ้านก่อนแปดโมงเช้าเพราะยังทำความสะอาดไม่เสร็จพวกเธอคงจะต้องถูกเจ้านายบ่นจนหูชาแน่ๆ ซึ่งเจ้านายที่พูดถึงนั้นไม่ใช่ป้องปรัชญ์แต่เป็นญาติพี่น้องคนอื่นของเขาต่างหากล่ะ
ʕᵔᴥᵔʔ
ป้องปรัชญ์เดินตามหลังของพ่อบ้านมาจนถึงที่พักของเหล่าบรรดาแม่บ้านและคนงานอื่นๆ ที่พักกันที่นี่ หลายครั้งที่ป้องปรัชญ์เคยเดินผ่านสถานที่แห่งนี้ ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณของบ้านหลังนี้และจัดเป็นโซนบ้านพักคนงานอยู่ทางด้านหลังของบ้านแต่เขาไม่เคยคิดที่จะเข้าไปดูเลยสักครั้งว่าข้างในบ้านพักคนงานมีสภาพเป็นยังไง ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เห็นความเป็นอยู่ของคนใช้ภายในบ้านรวมถึงอ้อนรักด้วย
พ่อบ้านเดินนำป้องปรัชญ์มาหยุดอยู่ที่ห้องห้องหนึ่งจากทั้งหมดที่มีอยู่สิบห้อง เขาเปิดประตูห้องเข้าไปทางด้านในได้อย่างง่ายดาย ป้องปรัชญ์รู้สึกว่าห้องพักที่นี่หละหลวมเรื่องความปลอดภัย ใครๆ ก็สามารถเข้าห้องได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องใช้กุญแจ
ภายในห้องมีเตียงนอนจำนวนสี่เตียงวางแยกตามมุมห้อง แต่ละเตียงจะมีตู้เสื้อผ้าวางอยู่ใกล้ๆ ถึงจะเป็นห้องกว้างเพียงห้องเดียวแต่ก็แบ่งสัดส่วนในพื้นที่ของแต่ละคนอย่างชัดเจนและตรงกลางห้องก็โล่งกว้างเพื่อใช้เป็นพื้นที่ร่วมกัน
ป้องปรัชญ์กวาดสายตามองรอบๆ ห้องแล้วรู้สึกไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่กับห้องพักที่ดูไม่มีความเป็นส่วนตัวเอาเสียเลยแต่ก็ทำได้เพียงแค่เก็บเอาไว้ในใจเพราะมันไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะต้องมาห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของคนอื่น
คนเป็นเจ้านายเดินตามหลังพ่อบ้านที่เดินตรงไปยังมุมห้องมุมหนึ่งซึ่งมีร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยวัยแปดขวบกำลังนอนขดตัวเป็นก้อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง เธอหลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่ากำลังมีใครบางคนมาเยือนหาเธอถึงเตียงนอนเป็นครั้งแรก
ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากแห้งผากและร่างกายบอบบางที่เรียกได้ว่าผอมแห้งของคนบนเตียงทำเอาคนมองอย่างป้องปรัชญ์รู้สึกจุกอกไม่น้อยที่ตัวเขาคนเดิมปล่อยปละละเลยอ้อนรักจนเธอมีสภาพไม่ต่างจากเด็กขาดสารอาหารเลยสักนิด
ใบหน้าตอบจนมองไม่เห็นแก้มที่เด็กวัยแปดขวบควรจะมี มือของเธอก็ดูผอมบางและเล็กจนเขากลัวว่าถ้าหากเผลอสัมผัสเธอแรงเกินไปอาจจะทำให้แขนเธอหักเอาได้ ความรู้สึกหน่วงๆ ในอกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและความรู้สึกผิดขุมใหญ่พุ่งกระแทกใส่เขาซ้ำๆ จนตอนนี้ถึงพูดอะไรไม่ออกเมื่อได้ย้อนกลับมาดูในสิ่งที่เขาเคยละเลย
ตัวเขาคนเดิมไม่คิดแม้แต่จะสนใจอ้อนรักเลยว่าการกระทำโหดร้ายของตัวเองนั้นจะทำให้คนคนหนึ่งต้องมีความเป็นอยู่อย่างไร มีชีวิตอย่างไรและต้องลำบากมากแค่ไหนทั้งๆ ที่เธอเองก็ถือว่าเป็น 'เจ้านายคนหนึ่ง' ของบ้านเช่นกัน…
•┈┈┈┈┈┈•