•┈┈┈┈┈┈•
"ป้อง!!!"
ปรียาถึงกับเรียกชื่อคนเป็นหลานด้วยน้ำเสียงเดือดดาล เธอไม่คาดคิดเลยว่าป้องปรัชญ์จะเป็นคนเอาคืนเธอแทนอ้อนรักที่ไม่เคยคิดสู้พวกเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ปรียามองหลานชายอย่างไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ไม่สิ! จะบอกว่าเปลี่ยนก็พูดได้ไม่เต็มปากสักเท่าไหร่ นิสัยถือดีและความเย่อหยิ่งที่ไม่เคยเห็นหัวใครของป้องปรัชญ์นั้นยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
แต่ที่เปลี่ยนไปนั้นคือการปฏิบัติตัวของเขาที่มีต่ออ้อนรักต่างหาก! ยิ่งเห็นว่าเขาออกหน้าแทนอ้อนรักอย่างนี้ถึงสองครั้งแล้วปรียาก็ยิ่งมั่นใจว่าตอนนี้หลานชายของเธอนั้นย้ายฝั่งไปอยู่กับอ้อนรักแล้วแน่นอนและเธอก็ไม่อาจรู้ว่าป้องปรัชญ์กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงได้เอาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับลูกเมียน้อยพ่อเดียวกันอย่างนั้น
"เพราะมันใช่ไหมป้องถึงกับต้องทำกับอาอย่างนี้? "
"ถ้าใช่แล้วจะทำไม? "
ป้องปรัชญ์ตอบกลับเสียงนิ่ง แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยแต่แววตาของเขาก็ทำให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อยแต่ด้วยความโมโหที่ยังคุกรุ่นอยู่ทำให้ปรียาเผลอพูดจิกกัดป้องปรัชญ์อย่างลืมตัวทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาเป็นคนที่เธอไม่สามารถแตะต้องได้เลย
"มันไปฉอเลาะป้องด้วยวิธีไหน ป้องถึงได้โดนมันปั่นหัวขนาดนี้ ไม่รู้เหรอว่ามันอยากทำให้เราทะเลาะกันเองน่ะ"
"ฉอเลาะด้วยวิธีไหนไม่ต้องอยากรู้หรอก แต่ที่ทุกคนควรรู้เอาไว้ก็คือ...นับตั้งแต่วันนี้ไปถ้าหากมีใครหน้าไหนในบ้านตติรักษ์กลั่นแกล้งอ้อนรักอีก ฉันจะเป็นคนเอาคืนแทนอ้อนรักสิบเท่าร้อยเท่า! และฉันไม่สนใจด้วยว่าคนคนนั้นจะหัวหงอกหัวขาวหรือแม้แต่ผู้หญิงฉันก็ไม่เว้น!!"
ถ้อยคำประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงดุดันของป้องปรัชญ์ทำเอาเหล่าคนงานนับสิบชีวิตที่ยืนมองดูเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ถึงกับฮือฮากันยกใหญ่จะต่างก็ตรงที่ครอบครัวของปรียาทั้งสี่คนนั้นถึงกับนิ่งอึ้งไปและไม่มีใครคาดคิดว่าป้องปรัชญ์จะแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าเขานั้นเลือกที่จะปกป้องลูกเมียน้อยอย่างอ้อนรักมากกว่าพวกเธอที่เป็นถึงคนในครอบครัวของเขา
ทุกการกระทำและทุกคำพูดของป้องปรัชญ์อยู่ในสายตาของอ้อนรักที่แอบยืนดูเขาตั้งแต่ตอนเอาเสื้อผ้าและกระเป๋าไปเผาแล้วและตอนนี้เธอก็เห็นแล้วว่าป้องปรัชญ์คือคนเดียวในบ้านหลังนี้ที่สามารถปกป้องเธอจากคนอื่นได้
ดูอย่างปรียากับนาราในตอนนี้สิ...ถูกเผาของรักของหวงไปตั้งหลายชิ้นเพียงเพราะพวกเธอกรีดเสื้อของอ้อนรักก่อนและคาดว่าพวกเธอคงจะเข็ดหลาบกับการแกล้งอ้อนรักไปอีกนานเพราะผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย
ʕᵔᴥᵔʔ
ชีวิตของอ้อนรักตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเรียกได้ว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก สีหน้าจากเมื่อก่อนเหมือนคนอมทุกข์เอาไว้ตลอดเวลาแต่มาตอนนี้เริ่มมีรอยยิ้มผุดพลายขึ้นมาบ้างในบางครั้ง ร่างกายที่เคยผอมกะหร่องเพราะกินอะไรไม่ค่อยได้ในตอนนั้นช่างแตกต่างจากตอนนี้ที่กลายเป็นคนกินเก่งไปเสียแล้วและนั่นก็ทำให้ร่างกายของเธอมีน้ำมีนวลมากกว่าเดิมแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ผอมอยู่ดี
ในขณะที่สภาพจิตใจของอ้อนรักที่ไม่มีใครกล้าเข้ามารังแกเพราะคำขู่ของป้องปรัชญ์ที่ประกาศกร้าวในวันนั้นทำให้ตอนนี้เธอมีความสดใสและร่าเริงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในบางครั้งเธอก็หัวเราะได้ง่ายๆ ให้กับบางเรื่องซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่เป็นคนเงียบๆ และยิ้มยาก
ส่วนในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างป้องปรัชญ์กับอ้อนรักนั้นเรียกได้ว่าพัฒนาขึ้นในอีกระดับหนึ่งเมื่อเขาได้รับโอกาสแก้ตัวที่เคยขอเอาไว้เมื่อเดือนก่อนและอ้อนรักก็ยอมให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่เชื่อใจเขาอยู่ดี
ถึงเธอจะเป็นแค่เด็กแปดขวบแต่เธอก็จำทุกสิ่งอย่างที่ตัวเองเคยถูกรังแกได้ไม่มีวันลืม ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทุกคนในบ้านตติยรักษ์ทำกับเธอไว้เยอะมากและมันกลายเป็นเรื่องฝังใจไปแล้วทำให้เธอไม่สามารถเชื่อใจป้องปรัชญ์ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น
เรื่องอย่างนี้...ให้เวลามันเป็นตัวพิสูจน์แล้วกันว่าแท้จริงแล้วเขาจริงใจกับเธอมากแค่ไหน
"ตั้งใจเรียนล่ะเด็กๆ "
เสียงของปรียาที่เอ่ยปากพูดกับลูกๆ ของเธอในตอนที่พวกเขากำลังเดินขึ้นรถคันหรูเพื่อไปโรงเรียนทำให้ป้องปรัชญ์ที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียงชั้นสองของบ้านเห็นเข้าพอดีก่อนที่เขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เมื่อเห็นยูนิฟอร์มชุดนักเรียนของนารา...
ป้องปรัชญ์จำได้ว่าลูกพี่ลูกน้องของเขาอย่างคณินและนารานั้นเรียนที่โรงเรียนอินเตอร์แห่งหนึ่งซึ่งจัดว่าเป็นโรงเรียนหรูแต่อ้อนรักนั้นกลับได้เรียนแค่โรงเรียนธรรมดาเท่านั้น…ความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่ายอมไม่ได้ทำให้ป้องปรัชญ์รีบขยี้ก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยก่อนจะหุนหันเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเพื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร่งรีบ
วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของเด็กหญิงอ้อนรักเช่นกัน ปีนี้เธอเลื่อนชั้นขึ้นประถมสามแล้ว รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นตรงมุมปากอย่างคนอารมณ์ดีเมื่อคิดว่าอีกไม่ชั่วโมงข้างหน้าเธอจะได้เรียนหนังสือแล้วหลังจากที่ปิดเทอมใหญ่มานานหลายเดือน
อ้อนรักเป็นเด็กที่ชอบเรียนหนังสือมากแม้ว่าโรงเรียนที่เธอกำลังเรียนอยู่ในตอนนี้จะเป็นเพียงโรงเรียนรัฐเล็กๆ ในละแวกบ้านก็ตามซึ่งต่างจากคณินและนาราที่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์ค่าเทอมเป็นแสนๆ แต่ถึงอย่างนั้นอ้อนรักก็ไม่เคยน้อยใจตัดพ้อแต่อย่างใด อย่างน้อยเธอได้เรียนหนังสือก็ยังดีกว่าไม่ได้เรียนเลย
ในขณะที่เด็กน้อยเดินทอดน่องตามฟุตพาทอย่างไม่ร้อนอะไรกับการไปโรงเรียนวันแรกเพราะเธอมีเวลาเหลือมากพอก่อนจะถึงเวลาเข้าแถวแต่จู่ๆ ก็มีรถสปอร์ตคันหรูคุ้นตาบีบแตรเบาๆ และขับเทียบฟุตพาทตามจังหวะการเดินของเธอที่หันไปมองก็เห็นว่าป้องปรัชญ์กำลังลดกระจกรถลงก่อนจะชะโงกหน้าเพื่อคุยกับเธอ
"ขึ้นรถสิ"
"จะถึงแล้ว"
อ้อนรักพยักพเยิดหน้าบอกป้องปรัชญ์ซึ่งระยะทางไม่ถึงห้าสิบเมตรก็จะถึงหน้าโรงเรียนแล้วทว่าคนที่อยู่ในรถกับพูดเสียงเข้มบังคับอ้อนรักอีกครั้ง
"ฉันบอกให้ขึ้นรถ ถ้าไม่ขึ้นจะบีบแตรดังๆ เลยนะ"
เมื่อถูกขู่อย่างนั้นอ้อนรักก็ได้แต่หายใจฟึดฟัดก่อนจะยอมขึ้นรถตามคำขู่ของป้องปรัชญ์เพราะเธอเชื่อว่าเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ถ้าเธอไม่ยอมขึ้นรถไปกับเขาแต่โดยดี
ก็จริงอยู่ที่เธอให้โอกาสป้องปรัชญ์เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ได้คิดร้ายกับเธอแล้วแต่นิสัยที่ชอบทำตัวน่ากลัวและชอบบังคับข่มขู่เธอนั้นก็ยังคงมีเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนและคาดว่าเขาคงจะเปลี่ยนไม่ได้เพราะมันคือนิสัยของเขาไปแล้ว
"จะไปไหน? "
อ้อนรักเปิดปากถามป้องปรัชญ์ด้วยความสงสัยเมื่อเขาขับรถผ่านพ้นโรงเรียนเธอไปแล้วแต่ไม่ว่าจะถามอีกสักกี่ครั้งป้องปรัชญ์ก็ไม่ได้ตอบคำถามของเธอ จนกระทั่งรถคันหรูเลี้ยวเข้าไปในโรงเรียนหรูแห่งหนึ่งที่อ้อนรักไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ก็จำตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนแห่งนี้ได้จากชุดยูนิฟอร์มที่คณินและนาราสวมใส่ไปโรงเรียน ซึ่งเมื่อก่อนป้องปรัชญ์เองก็เคยสวมใส่ชุดของโรงเรียนนี้เช่นกัน
ทันทีที่เหล่าบรรดาอาจารย์เห็นว่าใครมาเยือนที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาหาป้องปรัชญ์อย่างออกหน้าออกตา
เหล่าคณาจารย์ไม่มีใครไม่รู้จักทายาทตติยรักษ์คนนี้นอกจากจะเคยเป็นศิษย์เก่าของที่นี่แล้วพ่อของเขาก็ถือว่าเป็นผู้สนับสนุนและให้เงินช่วยเหลือกับทางโรงเรียนมานักต่อนักแล้ว ฉะนั้นแล้วเหล่าบรรดาอาจารย์ต่างก็พากันเกรงอกเกรงใจป้องปรัชญ์ไม่น้อยแม้ว่าเขาจะอายุเพียงแค่สิบแปดปีก็ตาม
"วันนี้คุณป้องมาทำอะไรที่โรงเรียนของเราเหรอครับ? "
อาจารย์วัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยปากถามป้องปรัชญ์อย่างนอบน้อมระหว่างทางเดินไปยังห้องรับรองแขกซึ่งทางโรงเรียนเตรียมต้อนรับเขาอย่างดี
ตั้งแต่ป้องปรัชญ์จบการศึกษาเมื่อปีก่อนเขาก็ไม่เคยเข้ามาที่โรงเรียนอีกเลย แต่วันนี้เขากลับมาเยือนโรงเรียนอีกครั้งพร้อมกับเด็กหญิงคนหนึ่งที่มองจากชุดนักเรียนของเธอก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากโรงเรียนธรรมดาทั่วไป แต่ทว่าฝ่ามือหนาของป้องปรัชญ์ที่จับจูงมือเล็กๆ ของเด็กหญิงไม่ปล่อยให้ห่างตัวก็ทำให้อาจารย์คนนี้รับรู้ได้ทันทีว่าเด็กสาวคนนี้คงจะเป็นคนสำคัญของป้องปรัชญ์ไม่น้อย
"ฉันต้องการเจอผู้อำนวยการเดี๋ยวนี้"
"จะให้ผมเรียนผู้อำนวยการว่าคุณป้องต้องการพบด้วยเรื่องอะไรครับ? "
"น้องสาวฉันจะเรียนที่นี่"
•┈┈┈┈┈┈•