•┈┈┈┈┈┈•
ป้องปรัชญ์รีบขึ้นนั่งตรงบริเวณเบาะหลังของรถด้วยความรวดเร็วแต่ก็ระมัดระวังไม่ให้คนในอ้อมแขนได้รับกระทบกระเทือนแต่อย่างใด ทันทีที่พ่อบ้านปิดประตูรถให้เขาก็รีบขึ้นมานั่งข้างประจำคนขับรถที่รีบทะยานรถออกจากตัวบ้านหลังใหญ่ทันที
ตลอดระยะทางป้องปรัชญ์ก้มมองคนในอ้อมแขนแทบจะทุกนาที ริมฝีปากแห้งผากของอ้อนรักขมุบขมิบคล้ายกับจะพูดอะไรบางอย่างทั้งๆ ที่เธอยังหลับตาอยู่แต่ก็ขดตัวเข้าหาแผงอกของเขาไม่ต่างจากลูกแมวที่ต้องการไออุ่นจากแม่ของมัน
"หนาว..."
ป้องปรัชญ์ไม่แน่ใจว่าอ้อนรักพูดอะไรเพราะน้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นมันเบาเสียจนต้องก้มหน้าเงี่ยหูฟังอีกครั้ง
"แม่…อ้อนหนาว..."
เมื่อได้ยินอย่างชัดเจนเพียงเท่านั้นป้องปรัชญ์ไม่รอช้าที่จะออกคำสั่งให้พ่อบ้านเบาแอร์ก่อนจะมองทั่วรถเพื่อหาอะไรบางอย่างที่จะห่อหุ้มร่างสั่นระริกของอ้อนรักเอาไว้แต่เมื่อมันไม่มีป้องปรัชญ์จำเป็นที่จะต้องอุ้มอ้อนรักให้นอนตรงพื้นที่ว่างบนเบาะก่อนที่เขาจะถอดเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่กำลังสวมใส่อยู่ จากนั้นก็ใช้เสื้อในมือห่อหุ้มร่างของอ้อนรักเสียมิด อย่างน้อยเสื้อของเขาก็สามารถให้ความอบอุ่นแก่อ้อนรักได้แม้ว่าเขาจะต้องเปลือยกายท่อนบนก็ตาม
อ้อนรักที่ยังหลับไม่ได้สติถูกอุ้มให้กลับมาอยู่ในอ้อมอกของป้องปรัชญ์อีกครั้ง การกระทำที่น่าเหลือเชื่อของป้องปรัชญ์และดูเป็นไปไม่ได้ว่าเขาจะทำเพื่ออ้อนรักทำเอาพ่อบ้านที่มองกระจกหลังอยู่ทุกๆ นาทีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจซึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันเขาก็ไม่อาจจำได้เพราะวันนี้มีเรื่องให้ตกใจหลายครั้งเสียเหลือเกินกับพฤติกรรมแปลกๆ ของป้องปรัชญ์ที่มีต่ออ้อนรัก
พ่อบ้านพลันเกิดความสงสัยว่าอะไรทำให้ป้องปรัชญ์มีพฤติกรรมที่แปลกไปต่ออ้อนรักเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นทั้งๆ ที่เมื่อวานเขาเกือบจะฆ่าอ้อนรักตายอยู่แล้ว
ถ้าหากตอนนั้นไม่มีคนไปเห็นแล้วช่วยได้ทันอ้อนรักคงจะจมน้ำตายจริงๆ จากน้ำมือของป้องปรัชญ์แน่ๆ แต่ถึงพ่อบ้านจะคลางแคลงใจสักแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าถามอะไรคนเป็นเจ้านายที่แสนน่ากลัวคนนี้
ทันทีที่ถึงโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งใกล้บ้านป้องปรัชญ์ก็ไม่รอช้าที่จะอุ้มอ้อนรักส่งให้ถึงมือหมอด้วยตัวเองและใช้อภิสิทธิ์ของการเป็นลูกคนใหญ่คนโตคับประเทศใช้สิทธิ์การรักษาที่ดีที่สุดของทางโรงพยาบาล
หมอที่ได้รับมอบหมายให้รักษาอ้อนรักต่างพากันดูแลประคบประหงมคนป่วยอย่างดี ทั้งทำเอาหน้าทั้งทำเพื่อหาโอกาสที่จะได้เข้าใกล้ทายาทตระกูลดังอย่างป้องปรัชญ์แม้ว่าตอนนี้เขาจะอายุสิบแปดปีก็ตามแต่นั่นมันก็แค่ร่างกายเท่านั้นเพราะถ้าหากคิดตามจริงแล้วตอนนี้สมองเขาคือวัยยี่สิบแปดปีต่างหาก...
แหงล่ะ พูดเรื่องนี้กับใครไปใครเขาจะเชื่อ สู้เงียบๆ รู้อยู่คนเดียวยังดีเสียกว่าถูกคนอื่นหาว่าบ้าที่เขาย้อนเวลากลับมาเกิดอีกครั้งในร่างเดิมได้
"ตอนนี้หมอให้สารอาหารเพิ่มไปแล้วนะครับ ส่วนอาการป่วยมีไข้ก็จะดีตามลำดับนะครับ"
"ครับ"
ป้องปรัชญ์ตอบรับหมอโดยที่เขาไม่ละสายตาจากดวงหน้าซีดเซียวของคนที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียงเลยแม้แต่นิดเดียว
หลังมือผอมบางของอ้อนรักมีเข็มเติมน้ำเกลือฝากฝังอยู่และด้วยความที่เธอยังเด็กหมอจึงกลัวว่าเธออาจจะเผลอไปถูกเข็มเจาะน้ำเกลือเข้าและทำให้เจ็บตัวได้หมอจึงต้องป้องกันด้วยการดามข้อมือข้างนั้นของเธอเอาไว้ ป้องปรัชญ์เองก็เข้าใจได้จึงไม่ได้ต่อว่าอะไรหมอ
"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"
คล้อยหลังคุณหมอออกจากห้องพักพิเศษได้ไม่นานป้องปรัชญ์ก็เอ่ยปากสั่งพ่อบ้านทันที
"คืนนี้ฉันจะเฝ้านอนรักที่นี่ พ่อบ้านกลับไปเตรียมเสื้อผ้าให้ด้วย"
"จะ...จะดีเหรอครับนายน้อย? ผมว่าให้ปริมมาเฝ้าดีกว่าไหมครับ? "
พ่อบ้านเสนอให้ภรรยาของเขามาเฝ้าอ้อนรักแทนคนเป็นเจ้านายคล้ายกับว่าเขาเกรงใจไม่อยากรบกวนป้องปรัชญ์แต่แท้จริงแล้วพ่อบ้านมีจุดประสงค์แอบแฝงอยู่ต่างหากล่ะ
บอกตรงๆ ว่าพ่อบ้านไม่ไว้ใจให้ป้องปรัชญ์เฝ้าอ้อนรักเพราะกลัวว่าเจ้านายน้อยจะอาศัยช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่กับอ้อนรักเพื่อรังแกกลั่นแกล้งเธอได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้วันนี้ป้องปรัชญ์จะไม่ได้แกล้งอ้อนรักก็ตาม แต่ใช่ว่าวันอื่นเขาจะไม่แกล้งอ้อนรัก ตอนนี้คนอย่างป้องปรัชญ์ในสายตาของพ่อบ้านนั้นก็ยังคงมองว่าเจ้านายน้อยของเขายังไว้ใจไม่ได้อยู่ดี
ตลอดระยะเวลาสี่ปีนับตั้งแต่อ้อนรักเข้ามาอยู่ในบ้านตติยรักษ์ พ่อบ้านก็เห็นมาโดยตลอดว่าเด็กน้อยถูกป้องปรัชญ์เกลียดชังและกลั่นแกล้งหลายอย่างมากแค่ไหนร่วมกับลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆ ของเขาก็กลั่นแกล้งอ้อนรักเช่นกัน
หลายครั้งที่ปริมผู้เป็นภรรยาเล่าให้เขาฟังว่าตามเนื้อของตัวอ้อนรักนั้นเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำที่ถูกคนเป็นเจ้านายทั้งหลายรังแกจนปริมและพ่อบ้านอดสงสารอ้อนรักไม่ได้อีกทั้งยังเอ็นดูเธออยู่ไม่น้อยเพราะอ้อนรักเป็นเด็กขยันไม่ว่าสั่งให้ทำอะไรอ้อนรักไม่เคยปริปากบ่นสักคำ
แม้หลายครั้งจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากการถูกรังแกได้แต่ก็มีหลายครั้งที่ไม่สามารถช่วยได้ทันเพราะแต่ละคนก็มีหน้าที่การงานต้องทำจึงไม่มีเวลามาคอยดูแลอ้อนรักอยู่ตลอดเวลา เด็กน้อยวัยแปดขวบอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากยอมให้พวกคุณๆ ทั้งหลายกลั่นแกล้งอยู่อย่างนั้น ใครเห็นก็ต่างพากันสงสารเวทนาอ้อนรัก ไม่รู้ว่าอินทุพรที่ตายจากไปแล้วคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่เอาลูกสาวมาฝากไว้ที่บ้านตติยรักษ์แห่งนี้
"ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำไม่ใช่เหรอ? ฉันสั่งให้เอาเสื้อผ้ามาให้ก็แค่เอามาให้มันก็แค่นี้หรือพ่อบ้านกล้าขัดคำสั่งฉัน? "
"..."
เมื่อถูกถามกลับอย่างประชดประชันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเสียขนาดนั้นพ่อบ้านก็ได้แต่เงียบไปไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดเถียงสักคำเพราะกลัวว่าถ้าหากพูดอะไรไปแล้วจะทำให้ป้องปรัชญ์ยิ่งไม่พอใจมากกว่าเดิม
ในเมื่อคนเป็นเจ้านายสั่งซะขนาดนี้แล้วเขาที่เป็นแค่คนรับใช้จะมีหน้าไปอ้าปากเถียงได้อย่างไร เขามีแค่หน้าที่รับคำสั่งและทำตามเท่านั้น พ่อบ้านอย่างเขาก็ยังอยากมีหน้าที่การงานทำต่อไปจึงไม่สามารถขัดใจคนเป็นนายอย่างป้องปรัชญ์ได้เพราะแค่นี้เขาก็รู้สึกอึดอัดจนหายใจแทบไม่ออกแล้วเมื่อถูกสายตาเย็นเยียบของป้องปรัชญ์จ้องมองราวกับว่ากำลังกดดันเขาให้รับคำสั่งสักที
"ผมจะกลับไปเตรียมชุดให้เดี๋ยวนี้ครับ"
"ก็แค่นั้น"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายของป้องปรัชญ์ที่พ่อบ้านได้ยินก่อนที่ตัวเขาจะเดินออกจากห้องพักพิเศษที่อ้อนรักนอนรักษาตัวอยู่ามเป็นอยู่อย่างไร มีชีวิตอย่างไรและต้องลำบากมากแค่ไหนทั้งๆ ที่เธอเองก็ถือว่าเป็น 'เจ้านายคนหนึ่ง' ของบ้านเช่นกัน…
•┈┈┈┈┈┈•
ว้ายยยยยยย ทำมาเป็นจะน้องเฝ้าน้องน้อย!
พี่ๆ อย่าลืมคอมเม้นเและปาหัวใจนิยายรัวๆ ให้น้องจี๊ดด้วยนะคะ
จะเป็นพระคุณมากเลยค่าาา <3
•┈┈┈┈┈┈•
S P O I L
"นายน้อยกำลังจะทำอะไรครับ? ทำไมอ้อนรักถึงร้องไห้อย่างนี้"
•┈┈┈┈┈┈•