บทที่ 6/5

1688 Words
•┈┈┈┈┈┈• ในขณะที่ป้องปรัชญ์กำลังยืนคุยปั้นหน้ายิ้มกับเหล่าบรรดาแขกภายในงานอยู่นั้นสายตาของเขาก็สอดส่ายหาใครบางคนที่ไม่ได้เห็นหน้าตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันแล้วจนตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าก็ยังไม่เจอแม้แต่เงาของเธอเลย "อ้อนรักอยู่ไหน? " ป้องปรัชญ์ถามพ่อบ้านเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินผ่านไปพอดี คนถูกถามระบายยิ้มบางๆ ให้กับคนเป็นนายและรับรู้ได้ว่าช่วงนี้เจ้านายของเขาติดเด็กน้อยคนนี้มากแค่ไหนและมักจะคอยถามหาอยู่บ่อยครั้ง...ครั้งนี้ก็เช่นกัน "อ้อนรักช่วยปริมอยู่ที่โรงครัวครับนายน้อย" วูบหนึ่งแววตาของป้องปรัชญ์แสดงออกถึงความหงุดหงิดและไม่พอใจแต่มันก็เพียงแค่ไม่กี่วินาทีเท่าก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้ว่าในใจจะอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกพวกนั้นอยู่ก็ตาม หลายครั้งแล้วที่เขาคอยบอกอ้อนรักว่าไม่อยากให้เธอทำงานบ้านอีกต่อไปเพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำแต่ดูเหมือนว่าเด็กน้อยของเขาจะไม่ยินยอม ทั้งที่เขาพยายามจะดึงอ้อนรักให้หลุดจากคำว่าคนใช้หรือขี้ข้าและกาฝากที่คนในบ้านมักจะพูดกรอกหูเธออยู่เสมอมานานหลายปีแต่คนที่เจียมตัวอย่างอ้อนรักก็ไม่กล้าที่จะปีนขึ้นมายืนอยู่ในระดับเดียวกับเขาหรือคนในบ้านตติยรักษ์และนั่นจึงทำให้ป้องปรัชญ์พยายามดึงอ้อนรักให้ขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับเขาอย่างช้าๆ และใจเย็น ป้องปรัชญ์เก็บความหงุดหงิดในใจเอาไว้อย่างแนบเนียนและทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ตลอดการสนทนากับเหล่าบรรดานักธุรกิจทั้งหลายป้องปรัชญ์เพียงแค่รับฟังผ่านๆ เท่านั้นมีบางครั้งที่ออกความเห็นในบางเรื่องเท่านั้นเพราะตอนนี้ใจเขามันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าไหร่ จนกระทั่งเวลาสองทุ่มก็ได้เวลาที่ป้องปรัชญ์ต้องพูดกล่าวขอบคุณบรรดาแขกในงานที่มาร่วมงานวันเกิดของเขาจากนั้นก็ตัดเค้กก้อนโตแสนหรูหราพอเป็นพิธีเพื่อให้รู้ว่างานที่ทุกคนมารวมตัวพบปะกันในวันนี้คืองานวันเกิดของเขาแม้ว่าแต่ละคนที่มาร่วมงานมักจะมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่ก็ตาม ทางด้านปรียากับธนันสองสามีภรรยาก็ควงแขนกันออกงานและถือวิสาสะประกาศตัวว่าเธอคือน้องสาวของปัทวีให้เป็นที่รู้จักกับแขกทั้งหลายและไม่ลืมที่จะแนะนำลูกชายลูกสาวทั้งสองคนให้เป็นที่รู้จักด้วย อย่างน้อย…เผื่อในอนาคตลูกๆ ของพวกเธออาจจะเข้าตาเศรษฐีบ้านไหนสักหลังหนึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ นานกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าป้องปรัชญ์จะสามารถปลีกตัวออกจากงานหลังจากกล่าวคำขอบบรรดาแขกทั้งหลาย กิจกรรมที่เขาควรทำก็ทำหมดแล้วก่อนจะปล่อยให้เหล่านักธุรกิจและคนใหญ่คนโตพบปะพูดคุยกันต่อไปโดยมีปัทวีและวรัลยาเป็นคนรับแขกแทนส่วนเขาก็ปลีกตัวออกจากงานเพื่อไปหาอ้อนรักที่ไม่แม้แต่จะโผล่หน้าออกไปให้เขาเห็นเลยสักครั้งและไม่ลืมที่จะหยิบเค้กที่เขาเพิ่งตัดติดมือไปด้วยเพราะเขารู้ว่าเด็กน้อยชอบของหวานมากเพียงใด ระหว่างทางเดินไปยังโรงครัวป้องปรัชญ์ที่กำลังก้าวขายาวๆ อยู่นั้นถึงกับหยุดเดินทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักแสนคุ้นหูของคณินและนาราที่อยู่แถวๆ บริเวณนั้น ตอนแรกป้องปรัชญ์ก็ไม่คิดจะสนใจแต่ทว่าคำพูดของนารากลับทำให้เขารู้สึกตงิดใจยังไงชอบกลจนต้องเดินเข้าไปดูแต่ทว่าภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็นนั้นกลับทำเอาใจของเขากระตุกอย่างรุนแรง เด็กน้อยที่เขากำลังฟูมฟักชนิดที่มดไม่ให้กัดไรไม่ให้ตอมกำลังถูกสองพี่น้องอย่างคณินและนาราบังคับกรอกไวน์เข้าปากจนอ้อนรักสำลักหน้าดำหน้าแดงและร้องไห้น้ำตาอาบแก้มอย่างน่าสงสารแต่พวกเขากลับหัวเราะชอบอกชอบใจกับการกระทำเลวระยำของตัวเอง!! "แค่กๆ!!" "มันก็ดันโง่เชื่อเนอะว่าเป็นน้ำหวาน คิก" "นั่นน่ะสิ ไม่คิดว่าจะโง่ถึงขั้นแยกไม่ออกขนาดนี้ ดื่มเข้าไปอีกสิ ดื่มเข้าไปเยอะๆ เลยนังงะ...!!!" คำว่า 'โง่' ยังไม่ทันจะหลุดออกจากปากของคณินแต่ในวินาทีนั้นร่างของเขาก็ถูกกระแทกจากบางสิ่งบางอย่างอย่างรุนแรงจนลอยละลิ่วกลางอากาศพร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของนารา "กรี๊ดดดด!!" ปึ่ก! "อั่ก!" ร่างของคณินปลิวติดกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะทรุดตัวนั่งพิงกำแพงด้วยอาการบาดเจ็บตรงบริเวณแผ่นหลังและหน้าท้องที่ถูกป้องปรัชญ์กระโดดถีบเข้าอย่างจังโดยที่คณินไม่ทันตั้งตัวใดๆ "พะ...พี่ป้อง!" น้ำเสียงสั่นเครือตื่นตระหนกของนาราบ่งบอกถึงความหวาดกลัวที่มีต่อป้องปรัชญ์ มือที่ยังถือหลักฐานอยู่รีบโยนทิ้งลงพื้นทันทีราวกับกลัวความผิดที่กำลังกระทำ ใบหน้าของเธอซีดเผือดไม่ต่างจากคณินที่ยังนั่งเจ็บและจุกจนพูดอะไรไม่ออกอีกทั้งยังตัวสั่นระริกเมื่อสบสายตาดำมืดที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดของป้องปรัชญ์ที่มองพวกเขาทั้งสองคนราวกับจะฆ่ากันตายให้ได้ "กูบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามทำอะไรอ้อนรัก! แล้วพวกมึงทำเหี้ยอะไรกัน!!!" สรรพนามที่เปลี่ยนไปและน้ำเสียงที่ตะคอกอย่างคนเดือดดาลจากป้องปรัชญ์ทำเอาสองพี่น้องถึงกับสะดุ้งจนตัวโยน พวกเขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากำลังหวาดกลัวกับท่าทีคุกคามและสายตาเย็นเยียบคมกริบของป้องปรัชญ์ที่ไม่เคยเห็นเขาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน ปกติแล้วป้องปรัชญ์จะเป็นคนนิ่งๆ และควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีในระดับหนึ่งแต่เมื่อไหร่ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอ้อนรักดูเหมือนว่าป้องปรัชญ์แทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลยจนเผลอระเบิดอารมณ์ใส่สองพี่น้องอย่างคณินและนาราที่กลัวเขาจนตัวสั่น รังสีอำมหิตในตัวป้องปรัชญ์ดูเหมือนจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้นาราที่กำลังหวาดวิตกจนหัวใจเต้นแรงแทบทะลุออกจากอก "ระ...เราไม่ได้ทำอะไร อ้อนรักก็แค่อยากลองดื่มไวน์ ระ...เราก็แค่ให้เธอลองดื่มเท่านั้น" "เหอะ มึงคิดว่ากูไม่เห็นหรือไงว่ามึงเอาไวน์กรอกปากอ้อนรัก! คิดว่ากูไม่เห็นเหรอ!!" ป้องปรัชญ์แค่นหัวเราะในลำคอให้กับคำโกหกของนาราที่ตอนนี้หน้าซีดปากสั่นยิ่งกว่าเดิม คำพูดโกหกของเธอไม่ต่างจากการเร่งเวลาฆ่าตัวตายเลยสักนิด สายตาคู่คมของป้องปรัชญ์เหลือบมองอ้อนรักอีกครั้ง สภาพของเด็กน้อยดูไม่จืดเลยเรียกได้ว่าตอนนี้คงเมาไม่ได้สติถึงได้นั่งคอพับคออ่อนอย่างนั้นหลังจากที่ถูกจับกรอกไวน์เข้าปาก นาราที่กำลังหวาดกลัวป้องปรัชญ์ตั้งใจจะอาศัยทีเผลอหนีจากเขาแต่ป้องปรัชญ์ที่รู้ทันอยู่แล้วจึงรีบคว้าแขนของเธอเอาไว้ได้ก่อนจะออกแรงฉุดกระชากลากถูนาราให้กลับมาและผลักเธออย่างแรงจนล้มลงนั่งข้างกับคณินที่กลัวป้องปรัชญ์จนพูดอะไรไม่ออก "กูเคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าห้ามรังแกอ้อนรัก? " ป้องปรัชญ์ถามสองพี่น้องเสียงเย็นก่อนจะคว้าขวดไวน์ที่ยังเหลืออยู่สองขวดมาถือไว้ในมือ แรงบีบตรงปลายคางของคณินไม่ต่างจากคีมเหล็กเลยสักนิดมันเจ็บจนเขาไม่สามารถสะบัดใบหน้าออกจากการเกาะกุมของป้องปรัชญ์ได้เลย อีกทั้งยังไม่สามารถสู้แรงของป้องปรัชญ์ได้และในตอนนั้นที่ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อปากขวดไวน์ในมือของป้องปรัชญ์กำลังแทรกเข้ามาในโพรงปากของเขาและกดมันไว้จนลึกแทบจะถึงคอหอยพร้อมๆ กับปริมาณไวน์ในขวดที่รินไหลลงคอเขาอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่สามารถต่อต้านได้เลย "แดกเข้าไป! แดกเข้าไปเยอะๆ!! มึงให้อ้อนรักแดกยังไงมึงก็ต้องแดกอย่างนั้น!!" "แค่กๆๆ!!!" คณินถึงกับสำลักไวน์หน้าดำหน้าแดงจนน้ำหูน้ำตาไหลเมื่อเขาไม่สามารถดื่มไวน์ทั้งขวดได้ทันจนมันรินไหลทะลักออกจากปาก การกระทำที่เขาทำกับอ้อนรักถูกเอาคืนในวิธีเดียวกันแต่ป้องปรัชญ์โหดร้ายกว่าเขาเยอะ นาราที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว เธอกำลังจะหนีอีกครั้งแต่ก็ยังคงหนีไม่พ้นเหมือนเดิมเมื่อป้องปรัชญ์ที่ไวกว่าจับข้อเท้าของนาราเอาไว้ก่อนจะกระชากอย่างแรงจนเธอล้มหน้าคะมำกับพื้นและในตอนนั้นเองป้องปรัชญ์ก็หันมาใช้วิธีเดียวกับคณินเพื่อลงมือกับนาราที่ยังไม่ทันได้กรีดร้องก็ถูกขวดไวน์กรอกปากเสียแล้ว "แค่กๆๆ!!!" สองพี่น้องที่ถูกบังคับดื่มไวน์พากันสำลักไม่หยุดไม่หย่อนทั้งน้ำตานองหน้าจนดูสารรูปไม่ได้ ในขณะที่ป้องปรัชญ์กำลังเอาความโกรธเกรี้ยวของเขาลงกับสองพี่น้องอย่างสาแก่ใจอยู่นั้นแต่ในตอนนั้นเองเขาต้องหยุดชะงักการกระทำทุกอย่างทันทีเมื่อได้ยินเสียงบางเบาที่ร้องเรียกชื่อของเขาเป็นครั้งแรกจากคนเมาที่ยังไม่ได้สติ "ป้อง…" "...!!!" •┈┈┈┈┈┈•
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD