หญิงสาวใจโหวงวาบ หน้าร้อน เมื่อครู่เธอแค่พูดประชด แต่หมอนี่เอาจริงเหรอนี่ คิดแล้วพาลทานอะไรไม่ลง
“ผลไม้ไหม”
เบนจามินหยิบแอปเปิลให้ เห็นอยู่หรอกกับท่าทางกินไม่ลงของอีกฝ่าย
“ไม่ ฉันอิ่มแล้ว”
“กินยังกับดม ดีเหมือนกันไม่เปลืองข้าวเปลืองน้ำ อิ่มแล้วก็ถึงเวลานอนแล้วสิ”
“นอน” พราวพิลาสหูผึ่ง
ตาคมวาวระยับ ยิ้มกวนๆ ขยับเข้ามาดึงร่างเล็กทีเดียว ร่างบางระหงก็ปลิวตามแรงรั้งไปยังหลังม่านกั้น เธอทันได้ขืนตัวก็ตอนจะถูกดึงลงไปยังผ้าที่ปูรองไว้
“ทำไมล่ะมิส รีบนอนเร็วพรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันอีกนะ”
“แล้วทำไมแกต้องมานอนที่นี่ด้วย ออกไปนอนข้างนอกสิ”
“ล้อเล่นหรือเปล่า ดึกๆ ได้หนาวตายกันพอดี มานอนเถอะน่า ผมไม่ถือหรอก”
แต่ฉันถือ! พราวพิลาสอยากตะโกนใส่หน้ายิ้มๆ นั่นรึไม่ก็ตะปบหนวดยาวเฟื้อยนั้นกระตุกเสียให้หลุดทั้งคาง จะบ้าหรือเปล่า เธอเป็นผู้หญิงจะให้นอนกับใครก็ไม่รู้ได้ยังไง ที่สำคัญคนพวกนี้ก็เป็นโจรที่ลักพาตัวเธอมาด้วย
ในความเป็นจริง พราวพิลาสทำได้แค่มองตาขวาง พร้อมถดถอยออกห่าง
“งั้นฉันจะไปนอนข้างนอก”
“ตามสบายครับมิส ไอ้พวกข้างนอกคงพอใจต้อนรับมิสอยู่แล้วล่ะ กลางคืนมันหนาวจะตาย อากาศจะเย็นลงเรื่อยๆ ได้สาวๆ สวยๆ ไปฟัดคงทำให้พวกมันอบอุ่นเลือดลมสูบฉีดดีนักล่ะ”
“บ้า ไอ้บ้า หยุดพูดนะ”
“มิสนั่นแหละที่ควรหยุด แล้วมานอนได้แล้ว วันนี้ผมเหนื่อยจะแย่ไม่มีอารมณ์ทำเรื่องอะไรอย่างอื่นนอกจากการพักผ่อนนอนหลับหรอก รึหากมิสพิศวาสอยากมีเพื่อนนอนด้วยหลายๆ คนก็เอา เชิญตามสบายเลยนะ”
ชีคหนุ่มแสร้งทำเสียงไม่สนใจ ทั้งยังนอนหันหลังให้ แสดงทีท่าหมดความสนใจกับหญิงสาวสวยที่น่าฟัดน่ากอดแนบนอนมากกว่าจะนอนหันหลังให้แบบนี้
พราวพิลาสค้อนขวับๆ ตาแทบคว่ำ ไม่กล้าขยับทำอย่างปากว่า กระทั่งเวลาผ่านไปพอควร อีกฝ่ายไม่ได้สนใจตนเอง จากที่นั่งตัวลีบๆ หายใจติดๆ ขัดๆ ก็ค่อยหายใจสะดวกขึ้น
“นี่”
เธอลองเรียก ไร้เสียงขานรับจากอีกฝ่าย ใบหน้าสวยครุ่นคิด จะออกไปข้างนอกก็กลัวจะมีเรื่องอย่างที่หมอนี่พูดไว้ ขืนเป็นแบบนั้นเธอคงกลั้นใจตายแน่ๆ
“แก”
พราวพิลาสทดลองเรียกอีก และก็ไร้การตอบสนองนอกจากเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอ หมอนี่หลับง่ายแฮะ ดูกินง่ายอยู่ง่ายเสียจนน่าหมั่นไส้ น่าหาอะไรทุบหัวแบะสักที สร้างความหวาดกลัวให้คนอื่น แต่ตัวเองไม่สนใจ ทำตัวอย่างกับทองไม่รู้ร้อน
และก็แปลก เธอเองกลับรู้สึกกลัวหมอนี่น้อยกว่าพวกพ้องของเขา ร่างบางขยับเข้าไปใกล้ ชะโงกดูว่าอีกฝ่ายหลับสนิทจริงหรือเปล่า ก่อนจะผ่อนลมหายใจ
“เอาวะ ยายพราว นอนเอาแรงก่อนก็แล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”
หญิงสาวถอยห่างจากร่างหนาเคลื่อนกายเบาๆ แต่แล้วสายตาไปสะดุดเข้ากับกระเป๋ากางเกงด้านข้างของอีกฝ่าย เธอจำได้ว่าเขายัดสิ่งใดเอาไว้
ใบหน้างามหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนหลับ เอื้อมมือสั่นๆ ไปใกล้กระเป๋ากางเกง แต่เสเลยไปแตะตรงเอวสอบ เมื่อร่างนั้นนอนนิ่ง พราวพิลาสผ่อนลมหายใจ หลับลึกแบบนี้ดีแล้ว หญิงสาวรวบรวมกำลังใจ ราวกับว่ากำลังทำการใหญ่อะไรสักอย่าง สอดมือเรียวบางเข้าไปในกระเป๋ากางเกงช้าๆ ดึงโทรศัพท์ออกมา ชั่วเวลานั้นเธอเผลอกลั้นหายใจ ตาคอยมองคนหลับ และในที่สุดก็สามารถดึงออกมาได้
พราวพิลาสถอนใจเฮือก รีบหันหลังให้แล้วลงมือจัดการกับเครื่องสื่อสาร ความหวังเดียวในตอนนี้คือให้มันช่วยพาเธอหนีออกไปจากนี้
โทรศัพท์แบรนด์ดังที่ฮอตฮิตติดตลาดทั่วโลก แต่ทำไมมันถึงใช้งานยากนักบรรลัย การโทรขอความช่วยเหลือนั้นตัดไปได้เลย อยากทำใจแทบขาด แต่เธอจำเบอร์ใครต่อใครไม่ได้ ชีวิตทั้งหมดฝากไว้กับโทรศัพท์มือถือ ปกติจะใช้โทรศัพท์โรงแรม หรือโทรศัพท์ส่วนตัวซึ่งมีข้อมูลทุกอย่างเก็บไว้เสร็จสรรพ และคนที่เธอต้องการติดต่อก็อยู่เสียไกลลิบ พราวพิลาสต้องการส่งอีเมลหารติรส คนเดียวที่จะช่วยเธอได้ตอนนี้คือเดนิม สามีของญาติสาว อิทธิพลของเดนิมมากมายนักบนประเทศนี้ แม้ตัวเขาจะไม่อยู่แต่เธอเชื่อแน่ว่าแค่เขาสั่งคำเดียว คนของเขาจะควานหาตัวเธอแน่ๆ
“บ้าเอ๊ย ไหนรสบอกว่าประเทศนี้ทันสมัยนักนะ อยู่กลางทะเลทรายก็มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต นี่ไม่เห็นมีเลย”
สัญญาณคลื่นความถี่ของโทรศัพท์ที่เห็นก็เต็ม พราวพิลาสกลับไม่สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
“เพราะมันถูกล็อกระบบเอาไว้ไงครับมิส”
คำตอบนั้นมาพร้อมกับไอความร้อนที่แผ่ออกมาทางด้านหลัง ทำเอาร่างบางสะดุ้งโหยง หันขวับไปมอง ปลายจมูกเชิดงอนก็จ๊ะเอ๋เข้ากับแก้มคร้ามเต็มรัก ถูกหนวดแข็งทิ่มหน้า หญิงสาวผงะจะหนี ลำแขนแกร่งสอดเข้ารวบเอวเล็กเอาไว้ ดึงจนล้มลงไปบนผืนผ้านุ่ม
พราวพิลาสถูกพลิกลงด้านล่าง ตาคมสวยเบิกโต มองหน้าคนหลับที่บัดนี้ตาวาวระยับ ไม่มีทีท่างัวเงียเลยสักนิดเดียว
“ที่นี่ โทษของขโมยคือตัดมือนะมิส”
“แก นี่แกล้งหลับใช่มั้ย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เบนจามินยกยิ้มยียวน ตั้งใจส่งสายตายั่วเย้าใส่ตาคู่สวยอย่างเป็นต่อ
“หลับไปแล้ว แต่ผมเป็นคนตื่นง่าย”
“แก ไอ้...”