อาการสงบอย่างยอมจำนนสร้างความพอใจให้ชีคหนุ่ม เขาเลื่อนใบหน้าเคลียคลอมาตามนวลแก้มใส ก่อนจะแนบประกบบดจูบปากอิ่มหวานอีกครั้ง จุมพิตครานี้ล่อหลอกหยอกเย้าให้สาวเจ้าหลงวนไปกับความหวิวหวามซาบซ่านที่บรรจงปรุงแต่ง ก่อนจะเพิ่มความหนักหน่วงและดูดดื่มพันพัวนัวเนีย กระทั่งลมหายใจอ่อนแผ่วสะดุดเมื่อถูกจูบจนแทบขาดใจ จึงได้ยอมถอนปากออก หากอ้อมแขนแกร่งยังรั้งร่างนุ่มขึ้นบนกาย กอดกระชับแน่น
“นอนเสียเถอะมิส คืนนี้ไม่มีอันตรายอะไรที่คุณต้องกลัว”
ถ้ามันทำได้ง่ายๆ ก็ดีสิ พราวพิลาสคิดอย่างสุดเซ็ง ขณะที่หัวใจเต้นโครมครามลั่นอก นอนเกร็งไปทั้งร่าง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจออกมาแรงๆ ด้วยกลัวว่าการขยับตัวจะปลุกให้โจรร้ายลุกมาอาละวาดและทำสิ่งที่เธอกลัวจนจบกระบวนความ
เบนจามินไล้ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ใช่ว่าไม่ได้ยินไม่รับรู้เสียงหัวใจเต้นระทึกกับร่างกายที่แข็งเกร็ง และเขาก็รู้ดีว่าภายใต้เสื้อผ้าของตนเอง ร่างบางหอมกรุ่นนี้หาได้มีอาภรณ์ใดขวางกั้น สัมผัสแนบชิดกระตุ้นความรุ่มร้อนในกายแกร่งให้ลุกโพลงเผาผลาญตัวเอง ทว่า... เพราะความเป็นสุภาพบุรุษผู้ไม่เคยบังคับขืนใจใครแท้เชียว เขาจึงต้องอดทนกับความต้องการเป็นครั้งแรก หากที่แปลกคือ การอดทนนั้นกลับไม่ได้สร้างความทรมานสักเท่าไหร่
เรียวปากเข้มจรดลงตรงหน้าผากมนสวย ร่างบางรีบย่นคอหนี เรียกรอยยิ้มแต้มปากได้รูป
“นอน ถ้านอนไม่หลับจะมีกิจกรรมให้ทำ เกมง่ายๆ เข้าใจไม่ยาก และมิสจะเหนื่อยมากจนหลับเป็นตายเลยล่ะนะ”
น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยยั่วเย้านั้นนุ่มทุ้มเกินจะเดาได้ว่าคิดจะทำจริงๆ หรือแค่ขู่เข็ญข่มขวัญ หากฝ่ามือที่ลูบหลัง ลูบไหล่ กับเรียวแขนสลักเสลา สร้างความผ่อนคลาย ไม่นานพราวพิลาสก็พลั้งเผลอโอนอ่อน ในความหวาดหวั่น สัญชาตญาณในตัวสัมผัสได้ว่า อยู่กับชายผู้นี้เธอจะปลอดภัย อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง ดูจากปฏิกิริยาของเขา การคุกคามรุกเร้าแม้เกิดขึ้นรวดเร็ว แต่ถึงจุดที่เธอวอนขอ เขาก็หยุด พราวพิลาสคิดว่าถ้าอีกฝ่ายต้องการย่ำยีทำร้ายเธอนั้นจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะเธอไม่มีแรงสู้ตอบโต้อยู่แล้ว หากเป็นพวกที่อยู่ข้างนอกนั้นซึ่งดูแล้วว่าพวกนั้นน่าจะเป็นลูกน้องของเขา พวกมันอาจไม่ปล่อยเธอจนถึงนาทีนี้ก็เป็นได้
“ราตรีสวัสดิ์พราวพิลาส”
ชีคเบนจามินก้มลงกระซิบก่อนจูบแก้มใสอีกครั้ง หลังปล่อยให้หญิงสาวนอนอยู่บนกายหนานิ่งๆ กระทั่งหลับไปในที่สุด ตาคมเพ่งพิศแก้มใส ทั้งไล้มือกับแก้มผ่องเบาๆ หยอกเย้าเล่น ก่อนจะเข้าสู่นิทราราตรีนั้น ชีคหนุ่มเกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมา ถ้าได้อยู่แบบนี้อีกมันคงดีไม่น้อย
การเดินทางเริ่มขึ้นในตอนสายของวันต่อมา หลังอาหารมื้อง่ายๆ ผ่านพ้นไป พราวพิลาสนั่งอยู่บนหลังม้าตัวใหญ่ วันนี้เธอมีเสื้อคลุมสีดำตัวหนาสวมใส่ทับเสื้อผ้าของนายโจรตัวร้าย
“กลางวันแดดร้อนมาก สวมไว้ไม่งั้นผิวสวยๆ ของคุณไหม้หมดแน่”
นายโจรร้ายบอกยามที่นำเสื้อตัวนี้มาสวมให้เธอ ชายเสื้อนั้นยาวลงไปคลุมเท้าเลยทีเดียว
ชีคเบนจามินยืนมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจแกมขบขัน สายตาคมพราวระยับ จึงจัดการตัดชายเสื้อออกไปบางส่วนเพื่อให้หญิงสาวเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น ก่อนจะนำผ้าสีดำผืนใหญ่มาคลุมศีรษะเล็ก ม้วนพันตามวิธีการด้วยความชำนาญ ไม่นานใบหน้าสวยก็ถูกหุ้มห่อเหลือเพียงดวงตาคมสวย และเขาปิดมันเสียด้วยแว่นกันแดด
“ฝุ่นทรายเยอะ มิสคงไม่ชิน เดินทางสักพักจะเริ่มแสบตา ใส่เอาไว้ป้องกันก่อน”
“แกจะพาฉันไปไหน”
ในหัวของพราวพิลาสมีแต่ความหวั่นหวาด คนพวกนี้จะพาเธอไปที่ไหนก็ไม่รู้ จะทำอะไรกับเธอบ้าง ใจเต้นโครมคราม กระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก
“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง”
หญิงสาวมองประกายตาระรื่นของคนหน้าดุอย่างเจ็บแค้นใจ ไอ้โจรบ้านี่ชอบพูดชอบทำให้ใจเธอกระตุกอยู่เรื่อย บังเอิญเธอหันไปทางคนของเขา พวกนั้นมองมาที่เธอด้วยสายตาดุดันแปลกๆ พราวพิลาสไม่มีทางปล่อยให้พวกโจรบ้านี่ได้สมหวังแน่ๆ
ในวินาทีนั้น หญิงสาวกระตุกบังเ**ยนม้า กระแทกเท้าให้มันวิ่งออกจากลุ่มทันที
“บ้าเอ๊ย ชอบหาเรื่องจริง ฟาดิลพาคนของเราล่วงหน้าไปหาที่พักก่อน”
เบนจามินรีบตะโกนสั่งคนสนิทก่อนจะควบม้าตามแม่สาวจอมแสบไป
“ไปโว้ยพวกเรา”
ฟาดิลไม่คิดจะตามชีคหนุ่มเมื่อได้รับคำสั่งแบบนั้น บรรดานายทหารหาญต่างพากันหัวเราะเบาๆ
“ฝ่าบาทชอบบ่นว่าเบื่อ ครั้งนี้คงมีเรื่องให้สนุกพิลึกล่ะ”
“มิสก็ชอบหาเรื่องจริง ไม่รู้หรือไงว่าทางนั้นน่ะไม่ควรไป”
ม้าย่างเหยาะไปบนพื้นทรายช้าๆ พวกเขาไม่ได้รีบร้อนเดินทาง เนื่องว่าพื้นที่แถบนี้ไม่มีอันตราย พักอีกหนึ่งคืนก็ถึงเมืองทาลัดแล้ว และโอเอซิสข้างหน้าคือที่หมายของค่ำคืนที่จะมาเยือน
“ฝ่าบาทไม่ใช่เพื่อนเล่นให้พวกนายเอามาพูดสนุกปากนะ” ฟาดิลปราม
“อย่าซีเรียสเครียดเกินเหตุไปเลยน่าคุณฟาดิล ไม่แปลกใจรึไงครับ ดูท่าฝ่าบาทจะห่วงใยมิสเป็นพิเศษ ไม่แน่ว่ากลับถึงบันดัรคราวนี้อาจมีการรับสนมคนใหม่ก็ได้นะ”
นายทหารคนหนึ่งพูดขึ้น ขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาเช็กข่าวสารในมือถืออันทันสมัยของเขา