ตอนที่ 3

1733 Words
แสงแดดอ่อน ๆ ในยามสายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ดอกอิงฮวาในสวนร่วงหล่นตามสายลมฤดูใบไม้ผลิ ทว่าบรรยากาศภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่สกุลเฉียวกลับอวลไปด้วยกลิ่นยาต้มและกลิ่นกำยานระงับประสาท บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ร่างบอบบางของเฉียวเหยียนเจียวนอนหลับตาพริ้ม ใบหน้าของนางถูกทาด้วยแป้งจนขาวซีดไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยแดงระเรื่อถูกแต้มด้วยผงชาดสีอ่อนจนดูแห้งผาก นางหายใจเข้าออกเชื่องช้า แสร้งทำเป็นสตรีที่กำลังป่วยหนักจวนเจียนจะสิ้นใจ ข้างเตียงมีชายชราหนวดขาวสวมชุดขุนนางขั้นห้ากำลังจับชีพจรของนางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาคือหมอหลวงหลี่ที่รัชทายาทจ้าวมู่ไป๋ส่งมาเพื่อตรวจดูอาการของสตรีวิปลาสโดยเฉพาะ หมอหลวงหลี่ขมวดคิ้วแน่น ชีพจรของคุณหนูใหญ่เฉียวเต้นอ่อนแรงและสับสนวุ่นวายราวกับคนเสียสติจริงๆ ทว่าเขาหารู้ไม่ว่าเฉียวเหยียนเจียวแอบนำก้อนน้ำแข็งมาประคบใต้รักแร้และข้อพับตั้งแต่ครึ่งชั่วยามก่อน ซ้ำยังกลั้นหายใจเป็นจังหวะเพื่อปั่นหัวหมอหลวงผู้เฒ่า "เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะท่านหมอ" ปั้นเซี่ยที่คุกเข่าอยู่ข้างเตียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอหน่วยอย่างน่าเวทนา ทักษะการแสดงของสาวใช้ผู้นี้ก้าวหน้าขึ้นมากนับตั้งแต่ถูกผู้เป็นนายเคี่ยวเข็ญเมื่อคืน หมอหลวงหลี่ถอนหายใจยาว ถอนมือออกจากข้อมือขาวซีด "คุณหนูใหญ่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ลมปราณตีกลับ เลือดลมติดขัด อาการเช่นนี้รักษายากนัก ข้าจะจัดเทียบยาบำรุงประสาทให้ ทว่าเรื่องงานมงคลกับองค์รัชทายาท คงต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต" เฉียวเหยียนเจียวลอบยิ้มในใจ แต่ภายนอกยังคงนอนนิ่งขยับเพียงเปลือกตาที่ปรือขึ้นอย่างอ่อนแรง นางค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นแตะแขนเสื้อของหมอหลวง "รบกวนท่านหมอแล้ว" เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยอย่างยากลำบาก "ปั้นเซี่ย ส่งท่านหมอแทนข้าที" สาวใช้คนสนิทรีบลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินนำหมอหลวงหลี่ออกไปยังโถงด้านนอก จังหวะที่ก้าวพ้นประตูห้อง ปั้นเซี่ยได้หยิบถุงผ้าแพรสีแดงที่หนักอึ้งยัดใส่มือชายชราอย่างแนบเนียน "ท่านหมอหลวงเดินทางมาเหน็ดเหนื่อย นี่เป็นเพียงน้ำใจเล็กน้อยจากสกุลเฉียว เพื่อให้ท่านนำไปซื้อชาชั้นดีบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ" หมอหลวงหลี่สัมผัสได้ถึงน้ำหนักของก้อนทองคำด้านใน แววตาของเขาทอประกายพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่น "คุณหนูใหญ่เฉียวช่างมีน้ำใจนัก ฝากบอกคุณหนูของเจ้าให้พักผ่อนให้มากๆ ข้าจะนำความไปกราบทูลองค์รัชทายาทตามความเป็นจริงทุกประการ ว่าคุณหนูใหญ่ป่วยหนักจนไม่อาจลุกจากเตียงได้" "ขอบพระคุณท่านหมอหลวงเจ้าค่ะ" เมื่อคล้อยหลังหมอหลวง บานประตูห้องนอนก็ถูกปิดลงพร้อมกับเสียงลงดาลอย่างแน่นหนา ทันใดนั้น ร่างที่เคยนอนซมอยู่บนเตียงก็สลัดผ้าห่มทิ้ง ลุกพรวดขึ้นมายืนตระหง่านกลางห้อง เฉียวเหยียนเจียวหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดแป้งหนาเตอะบนใบหน้าออก เผยให้เห็นผิวพรรณขาวอมชมพูเปล่งปลั่ง ดูกระปรี้กระเปร่าผิดกับคนป่วยเมื่อครู่อย่างลิบลับ "ปั้นเซี่ย เปลี่ยนชุด ข้าจะออกไปเดินตลาด" นางเอ่ยพลางเดินไปรื้อค้นตู้เสื้อผ้า ปั้นเซี่ยที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาถึงกับอ้าปากค้าง "คุณหนู ท่านเพิ่งจะหลอกหมอหลวงไปว่าลุกจากเตียงไม่ไหว หากมีผู้ใดพบเห็นท่านเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก หัวของพวกเราได้หลุดออกจากบ่าจริงๆ แน่เจ้าค่ะ" "ใครบอกว่าข้าจะออกไปในฐานะคุณหนูใหญ่เฉียวเล่า" เฉียวเหยียนเจียวโยนชุดบุรุษผ้าแพรสีฟ้าอ่อนมาให้สาวใช้ "เจ้าแต่งตัวเป็นผู้ติดตาม ส่วนข้าจะเป็นคุณชายจากต่างเมือง การจะเปิดเส้นทางการค้าใหม่ในเมืองหลวง ข้าต้องออกไปสำรวจตลาดด้วยตาตนเอง จะมัวแต่นอนอุดอู้อยู่ในห้องได้อย่างไร" สาวใช้ถอนหายใจยาว รู้ดีว่าไม่อาจขัดใจผู้เป็นนายได้ จึงจำต้องหยิบชุดมาเปลี่ยนแต่โดยดี ครึ่งชั่วยามต่อมา บุรุษหนุ่มรูปงามสองคนก็ลอบปีนกำแพงหลังจวนออกไปอย่างเงียบเชียบ เฉียวเหยียนเจียวในคราบคุณชายสวมกวานหยกขาว รวบผมตึง ใบหน้าหมดจดงดงามราวกับหยกสลัก แม้จะดูบอบบางไปสักนิด แต่ท่วงท่าการเดินกลับผ่าเผยและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ส่วนปั้นเซี่ยในคราบบ่าวรับใช้เดินตามหลังมาติดๆ คอยสอดส่ายสายตาระแวดระวัง ย่านการค้าเมืองหลวงหย่งติ้งยามสายคึกคักอย่างยิ่ง สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงและแผงลอย พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงร้องเรียกตะโกนขายของกันเซ็งแซ่ กลิ่นซาลาเปานึ่งร้อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นเครื่องเทศและชาชั้นดี รถม้าของเหล่าขุนนางสัญจรไปมาไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงความมั่งคั่งของแคว้นหนานฉีได้อย่างชัดเจน เฉียวเหยียนเจียวเดินกางพัดจีบ โบกไปมาด้วยท่วงท่าสง่างาม สายตาของนางกวาดมองร้านค้าต่างๆ ราวกับเหยี่ยวที่กำลังมองหาเหยื่อ นางประเมินทำเลที่ตั้ง ปริมาณลูกค้า และประเภทสินค้าในใจอย่างรวดเร็ว "คุณชาย ท่านดูร้านเครื่องประทินโฉมตรงหัวมุมถนนนั่นสิขอรับ ลูกค้าแน่นจนแทบจะเหยียบกันตาย" ปั้นเซี่ยกระซิบชี้ชวนให้ดู "ร้านหอมหมื่นลี้ของตระกูลสวี" เฉียวเหยียนเจียวหุบพัด มองด้วยสายตาเรียบนิ่ง "สินค้าดาดดื่น อาศัยเพียงชื่อเสียงเก่าแก่ รูปแบบหีบห่อก็ล้าสมัยจืดชืด หากข้าเปิดร้านฝั่งตรงข้าม ออกแบบตลับแป้งให้หรูหราดึงดูดสายตา และว่าจ้างสตรีคณิกาอันดับหนึ่งมาเป็นแม่แบบ ขอบอกเลยว่าร้านตระกูลสวีเตรียมตัวขาดทุนป่นปี้ได้เลย" แม้ปั้นเซี่ยจะไม่เข้าใจแนวคิดการค้าอันแปลกประหลาดที่ผู้เป็นนายพึมพำออกมา แต่ก็พอจะเดาความหมายได้ จึงได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก ทั้งสองเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกเล็กๆ เพื่อทะลุไปยังถนนอีกสาย ทว่าตรอกแห่งนี้กลับเงียบสงบผิดปกติ สองข้างทางเป็นกำแพงอิฐสูงทึบ ไม่มีร้านค้าหรือผู้คนพลุกพล่าน เฉียวเหยียนเจียวชะลอฝีเท้าลง สัญชาตญาณบางอย่างกำลังร้องเตือน ฉับพลันนั้น นางมองเห็นเงาร่างของคนสองคนยืนอยู่สุดปลายตรอก ท่าทางลับๆ ล่อๆ ราวกับกำลังเจรจาเรื่องสำคัญ บุรุษผู้หนึ่งสวมชุดผ้าฝ้ายสีเทาดูซอมซ่อ คล้ายพ่อค้าเร่ทั่วไป ทว่าอีกคนกลับสวมชุดผ้าไหมสีดำสนิท รูปร่างสูงใหญ่แผ่กลิ่นอายกดดันจนสัมผัสได้แม้จะยืนอยู่ห่างออกไป บุรุษชุดดำผู้นั้นยืนหันหลังให้เฉียวเหยียนเจียว กำลังรับม้วนกระดาษบางอย่างจากพ่อค้าเร่ เฉียวเหยียนเจียวรีบยกพัดขึ้นบังหน้า ดึงแขนปั้นเซี่ยให้หลบหลังกองลังไม้เก่าๆ นางไม่ได้ตั้งใจจะสอดรู้สอดเห็น แต่การหันหลังวิ่งหนีตอนนี้อาจทำให้เกิดเสียงและเป็นจุดสนใจได้ ทักษะการแสดงทำให้นางช่างสังเกต นางจ้องมองแผ่นหลังของบุรุษชุดดำ รู้สึกคุ้นตาราวกับเคยพบที่ใดมาก่อน "ของที่ท่านต้องการขอรับ" เสียงของพ่อค้าเร่ดังแว่วมาตามลม บุรุษชุดดำรับม้วนกระดาษมาเปิดดู ทว่าจังหวะนั้นเอง ลมกระโชกแรงระลอกหนึ่งพัดผ่าน ทำให้หมวกปีกกว้างที่ปิดบังใบหน้าของเขาเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นสันกรามคมเข้มและริมฝีปากหยักลึก เฉียวเหยียนเจียวเบิกตากว้าง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก นั่นมันอี้อ๋องจ้าวสือเยวียน อดีตตัวประกอบขี้โรคที่สมควรจะนอนไอค่อกๆแค่กๆอยู่ที่จวน เหตุใดจึงมายืนรับของลับๆ ล่อๆ อยู่ในตรอกเปลี่ยวเช่นนี้ ซ้ำท่วงท่ายังองอาจแข็งแรง ไม่มีเค้าโครงของคนป่วยแม้แต่น้อย สมองของนางประมวลผลอย่างรวดเร็ว ในบทละครต้นฉบับ อี้อ๋องผู้นี้แทบไม่มีบทบาท เขาเป็นเพียงฉากหลังที่คอยประดับความรุ่งโรจน์ของรัชทายาท ทว่าโลกความเป็นจริงตรงหน้ากลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้นี้ บ่งบอกว่าเขาคือตัวอันตรายที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หน้ากากคนอ่อนแอ ความตื่นเต้นระคนหวาดระแวงก่อตัวขึ้นในใจ เฉียวเหยียนเจียวกระเถิบตัวถอยหลังช้าๆ เตรียมจะหลบหนี แกรก ! โชคร้ายที่เท้าของปั้นเซี่ยดันไปเหยียบเข้ากับเศษกระเบื้องแตก เสียงนั้นดังชัดเจนในความเงียบ บุรุษชุดดำตวัดสายตากลับมามองทันที นัยน์ตาคมจับจ้องมายังจุดที่พวกนางซ่อนตัวอยู่ ชั่วพริบตาเดียว ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัวด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ มือแกร่งคว้าเข้าที่ลำคอของเฉียวเหยียนเจียวอย่างแม่นยำ "ผู้ใดส่งพวกเจ้ามา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังขึ้นพร้อมกับแรงบีบที่เพิ่มขึ้น ปั้นเซี่ยตกใจจนเข่าอ่อนทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆ สั่นกลัวจนพูดไม่ออก เฉียวเหยียนเจียวถูกบีบคอจนหน้าดำหน้าแดง ทว่านางไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียสติ นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับของจ้าวสือเยวียน สมองสั่งการให้ร่างกายตอบสนองตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด นางปล่อยพัดจีบร่วงลงพื้น สองมือบางคว้าหมับเข้าที่ข้อมือแกร่งของเขา แสร้งทำน้ำตาคลอเบ้า สวมบทบาทคุณชายผู้อ่อนแอและหวาดกลัวขั้นสุด "ท่านจอมยุทธ์ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย" นางดัดเสียงให้แหบพร่าคล้ายบุรุษหนุ่ม "ข้าน้อยกับบ่าวเพียงแต่เดินหลงทางเข้ามาหาทางออกไม่เจอ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูท่านทำธุระอันใดทั้งสิ้น หากท่านต้องการเงิน ข้าน้อยให้ท่านหมดเลย"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD