"อ่อ...อีกเรื่องผมให้คนจัดการลาออกจากร้านเหล้านั่นให้แล้ว ตอนนี้เรากลับบ้านกันได้หรือยัง" เขาเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ ออกไปทางเย็นชาเสียมากกว่า แล้วมองหน้าเธอยักคิ้วให้เป็นการบอกว่า ให้เธอไปเก็บของใช้ที่จำเป็น
"สรุปว่า...ฉันต้องทำตามคุณทั้งสามข้ออย่างงั้นหรือ คุณเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว ฉันไม่มีวันยอม" ภิรยาเอ่ยเสียงแข็ง เขาหาข้ออ้างต่างๆนาๆมาเพื่อตัวเองทั้งนั้น แล้วเธอหล่ะได้อะไรบ้าง เสียทั้งงานเสียทั้งตัวแถมยังเสียอิสรภาพ ในการใช้ชีวิตไปอีกยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมเขาง่ายๆแน่
"ฉันไม่เห็นด้วย...กับข้อตกลงของคุณ ออกจากห้องฉันไปได้แล้ว" เธอพยายามดันเขาออกจากห้อง ผลักร่างสูงไปที่ประตูอย่างยากลำบาก แต่เขายังดึงดันที่จะอยู่ต่อ
"หยุดทำเรื่องไร้สาระได้แล้วภิรยา...คุณมีแรงแค่นี้เองเหรอ"เขาเอ่ยพร้อมยิ้มเยาะเธอ
"ตัวเท่าลูกหมา...ยังคิดจะไล่ผมอีก คุณยังจำเรื่องเมื่อคืนนี้ได้อยู่ไหม" เขาเอ่ยแล้วยิ้มมองหน้าเธอ ที่ได้ยินคำพูดของเขาแล้ว ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย เมื่อพูดถึงเรื่องเมื่อคืน
สรุปว่าเธอต้องกลับบ้านกับเขา อย่างเชื่อฟังอย่างนั้นหรือ ผู้ชายเห็นแก่ตัวบ้าอำนาจ "คุณมันปีศาจชัดๆ" ภิรยาบ่นงึมงำกับตัวเองเธอกำหมัดแน่น จะยอมเขาไปก่อนก็ได้
หลังจากนั้นค่อยโทรคุยกับพ่อของเธอ เรื่องหย่ากับเขาพ่อของเธอคงเข้าใจ ในเมื่องานแต่งในครั้งนี้ก็จบลงด้วยดีแล้ว เธอแค่ต้องการเป็นอิสระจากเขาเท่านั้นเอง
"ตัวเท่าลูกหมา...อย่างงั้นเหรอ" ภิรยากระทืบส้นลงที่เท้าของเขาอย่างแรง เธอรีบผลักเขาออกจากประตู แล้วล็อกข้างในอย่างแน่นหนา วิ่งเข้าไปในห้องนอนล็อกประตูอีกชั้น อย่างแน่นหนาอีกที
ภิรยานั่งไม่ติดลุกเดินไปมารอบๆเตียงนอน เธอกำลังหาทางออกให้ตัวเอง "เจ๊่ลี่...เจ๊ลี่ไง" ทันทีที่ภาพของเจ๊ลี่ผุดขึ้นมาในหัว นั่นคือทางออกที่ดีที่สุดของเธอ แต่เธอต้องเล่าเรื่องราวต่างๆที่เป็นปัญหาในตอนนี้ ให้เจ๊ลี่ฟังทั้งหมด
เธอตัดสินใจโทรหาเจ๊ลี่ทันที อย่างน้อยเจ๊ลี่คงจะมีวิธีชี้ทางสว่างให้เธอ ที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้นมาตลอด ร่างบางได้รูปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาโทรออกทันที
"ฮาโหลค่า...ภิเองค่ะเจ๊ มีเรื่องรบกวนใจหน่อยค่ะเจ๊ " ภิรยาเอ่ยเสียงอ่อยเมื่อเจ๊ลี่รับสาย เธอเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ให้เจ๊ลี่ฟังอย่างละเอียด ยกเว้นเรื่องเมื่อคืนที่วธันธรข่มเหงเธอ
"เรื่องก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะเจ๊ ภิเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี" ภิรายาเอ่ยพร้อมถอนหายใจแรงๆ ปัญหาโลกแตกที่ไม่รู้จะแก้ไขยังไงดี
"ยอมไม่ได้นะภิ...จะให้เขามาตั้งกฏบ้าบอแบบนั้น กับเราได้ไงเป็นเจ๊ก็ไม่ยอม" เจ๊ลี่เชิดหน้าเอ่ยเสียงแข็ง เหมือนเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นกับตัวเอง
"ใจเย็นก่อนนะภิ...เจ๊ว่าย้ายบ้านก่อนดีไม๊ หลังจากนั้นก็ย้ายที่ทำงานตามด้วย" เธอพูดขึ้นแบบติดตลก แต่นั่นคือความคิดของเจ๊ลี่จริงๆ ไม่ได้เห็นเป็นเรื่องตลก
"ภิว่าไง...โลกคงไม่แคบขนาดนั้นหรอกมั้ง ถ้าคิดว่าจะโคจรมาเจอกันอีก ย้ายไปอยู่พัทยาเลยดีไหม ร้านเจ๊ที่นั่นก็มี" สิ่งที่เจ๊ลี่ให้คำแนะนำมา มันน่าตกใจไม่น้อย เธอต้องออกจากงานออฟฟิตเลยนะ แต่ส่วนที่ดีก็มีเพราะใกล้บ้านแม่เธอ มากกว่าทำงานร้านเดิมที่กรุงเทพ
เธอทำตัวหายสาบสูญไปเลย ไม่ต้องบอกใครอยู่เงียบๆ เลิกติดต่อคนที่รู้จักทำแต่งานอย่างเดียว ไม่ต้องเก็บอะไรมาใส่ใจ
"เจ๊...ถ้าภิทำแบบนั้น แล้วเรื่องพ่อล่ะภิจะทำยังไง จะตอบคำถามท่านยังไงดีล่ะ" ภิรยาเอ่ยอย่างลังเล เธอไม่อยากโกหกพ่อของเธอ
"โอ๊ยย...หล่อน หล่อนนี่เรื่องเยอะจัง ก็โทรบอกท่านไปว่าย้ายที่ทำงานไปต่างจังหวัดสิ" เจ๊ลี่เอ่ยอย่างหมั่นไส้ เมื่อเห็นภิรยาอึกอักลังเลที่จะพูด
ภิรยากำลังปรึกษากับเจ๊ที่อยู่ เสียงประตูหน้าห้องเธอก็ดัังขึ้น มีเสียงเคาะประตูสามครั้ง เธอเดินออกมาดูลังเลที่จะเปิดมัน เธอหาเหตุผลวางสายจากเจ๊ลี่ทันที
"หนูภิ...ป้าเองนะ" เมื่อได้ยินเสียงผู้ที่มาเยือน ก็ทำให้ภิรยาใจชื่นขึ้น นั่นคือเสียงป้ายุพินเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ ที่เธอเช่าอยู่นั่นเอง
เธอรีบเปิดประตูออกมาทันที ป้ายุพินคงจะมีธุระกับเธอ ถึงได้มาหาเธอถึงที่ห้อง
"มีอะไรกับภิหรือเปล่าคะป้า"ภิรยาถามขึ้นก่อน เมื่อเห็นป้ายุพินทำหน้าเหมือนลำบากใจที่จะพูด
"ทำไมคะป้า...มีอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะค่ะ"
"เอ่อ...คือ คือว่าสัญญาเช่าของปีนี้สิ้นสุดลงแล้วนะหนูภิ ป้าต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ต่อสัญญาห้องเช่าให้ไม่ได้ คือว่าหลานของป้าจะย้ายเข้ามาสิ้นเดือนนี้ ป้าจึงต้องให้หนูภิย้ายออกก่อนสิ้นเดือนได้หรือเปล่าจ๊ะ"
ป้ายุพินเอ่ยอย่างลำบากใจ ปกติถ้าถึงวันสิ้นสุดสัญญา ป้ายุพินจะไม่ถามเธอด้วยซ้ำแต่จะต่อสัญญาให้เลย เพราะเธอเช่าห้องนี้มาหลายปี ตั้งแต่สมัยเรียน จนคิดว่าที่นี่คือบ้านเธอไปแล้ว
เมื่อป้ายุพินบอกเหตุผลกับเธอ เธอก็ยินยอมที่จะย้ายออกอย่างเต็มใจ แต่มันกะทันหันจนเธอไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย เหลือแค่สามวันจะสิ้นเดือนแล้ว แล้วเธอจะหาห้องใหม่ได้ยังไงทัน
"ได้ค่ะป้า...หนูจะรีบหาห้องใหม่ให้ได้ก่อนสิ้นเดือนนี้" ภิรยารีบรับปากป้ายุพิน ให้เธอสบายใจเธอยังพอมีเพื่อนที่ออฟฟิต ทุกคนต่างก็อยู่ห้องเช่ากันทั้งนั้น เธอคงหาได้ไม่ยากหรอกเธอคิดแบบนั้น
"ขอบใจหนูมากนะที่เข้าใจป้า...ป้าจำเป็นจริงๆต้องขอโทษหนูด้วย ป้าไปก่อนนะค่อยๆเก็บของไม่ต้องรีบ" ป้ายุพินพููดจาแปลกๆก่อนจะจากไป แต่ภิรยาไม่ได้ใส่ใจเธอคิดแค่ว่า เธอจะหาห้องเช่าใหม่ยังไงทันเหลืออีกแค่สามวัน
@เช้าวันต่อมา
ภิรยามาทำงานตามปกติ เธอเล่าเรื่องห้องเช่าให้มินตราฟัง และขอให้เธอช่วยหาห้องเช่าใหม่ให้ ภิรยากลัวว่าจะหาบ้านไม่ทัน เธอคงแย่แน่เพราะของในห้องเธอไม่ใช่น้อย เธอทิ้งของพวกนั้นไม่ได้จริงๆ