แสงจันทร์นวลตาในคืนก่อนวันเจรจาไม่ได้ทำให้บรรยากาศในคฤหาสน์ผ่อนคลายลงเลยสักนิด
ผมยืนอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวที่ถูกดัดแปลงเป็นคลังแสงขนาดย่อม
ตรงหน้าผมคือกระเป๋าอลูมิเนียมสีเงินวาววับที่บรรจุเครื่องมือชุดพิเศษ
มันไม่ใช่แค่มีดผ่าตัดทั่วไป แต่มันคือ "อุปกรณ์กู้ชีพและปลิดชีพ" ที่ถูกสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ
ผมตรวจเช็กความคมของใบมีดแต่ละเล่มอย่างประณีต สายตาเย็นชาจับจ้องที่เงาสะท้อนของตัวเอง
แกร๊ก...
เสียงเปิดประตูแผ่วเบาเรียกสติของผมให้กลับมาที่ปัจจุบัน
อลิซ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดคลุมผ้าไหมสีแดงเพลิงที่ตัดกับผิวขาวจัดของเธอ
เธอไม่ได้เดินเข้ามาหาด้วยความเร่าร้อนเหมือนทุกครั้ง แต่แววตาของเธอกลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด
"หมอ... ฉันนอนไม่หลับ"
เธอกระซิบพลางเดินมาหยุดข้างหลังผม ก่อนจะสวมกอดเอวผมไว้แน่น ซบหน้าลงที่แผ่นหลัง
"คุณควรจะพักผ่อนครับอลิซ พรุ่งนี้เป็นงานใหญ่"
ผมตอบเสียงนิ่งพลางเก็บมีดเล่มสุดท้ายลงกล่อง แต่เธอกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก
"พี่อาเธอร์ไม่เคยไว้ใจใคร... แม้แต่ฉัน เขากำลังส่งคุณไปที่ตาย หมอไม่รู้หรอ?"
เธอกระชากตัวผมให้หันไปหา แววตาที่เคยอำมหิตบัดนี้คลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ
"แก๊งมังกรดำมันไม่ใช่มาเฟียกระจอก... พวกมันคือกลุ่มทหารรับจ้างเก่าที่มีวิทยาการทางชีวภาพขั้นสูง"
"ที่พวกมันยอมเจรจา เพราะพวกมันต้องการ 'สมอง' ของคุณไปวิจัยไวรัส ไม่ใช่แค่มาขายสินค้า!"
ผมใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาที่แก้มของเธอออกเบาๆ
ความอัจฉริยะของผมบอกอยู่แล้วว่าอาเธอร์มีแผนซ้อนแผน แต่ผมก็ถอยไม่ได้
"ผมรู้ครับ... แต่ถ้าผมไม่จบเรื่องนี้ที่นี่ อดีตของผมก็จะลากคุณลงนรกไปด้วย"
"ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพราก 'ของขวัญ' ชิ้นเดียวที่ผมมีในชีวิตไปเด็ดขาด"
คำพูดของผมทำให้อลิซนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยความแน่วแน่
"งั้นฉันจะไปกับคุณ... ใครขวางฉันจะยิงมันให้พรุนเอง!"
เช้าวันต่อมา... ท่าเรือขนส่งสินค้าเก่าทางตอนใต้ของเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ
ขบวนรถของตระกูลอลิซจอดเรียงรายอยู่ฟากหนึ่ง ขณะที่อีกฟากคือรถหุ้มเกราะสีดำสนิทของ แก๊งมังกรดำ
อาเธอร์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างามเช่นเคย เขามองมาที่ผมและอลิซด้วยรอยยิ้มที่เดาอารมณ์ไม่ได้
"เตรียมตัวให้ดีนะโครนอส... วันนี้ชีวิตคนนับล้านขึ้นอยู่กับปลายนิ้วของคุณ"
ผมไม่ได้ตอบคำถามอาเธอร์ แต่กระชับกระเป๋าในมือแน่น เดินตามเขาเข้าไปในโกดังร้างขนาดใหญ่
ภายในโกดังมีโต๊ะไม้ตัวยาวตั้งอยู่ตรงกลาง มีชายในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มนับสิบยืนคุมเชิงอยู่
ชายแก่ผมสีดอกเลาที่ดูเหมือนผู้นำนั่งอยู่หัวโต๊ะ เขาคือ 'หงเจิน' หัวหน้าแก๊งมังกรดำที่ลือกันว่าเหี้ยมโหดที่สุด
"ยินดีที่ได้พบ... คุณอาเธอร์ และคุณหมอโครนอสผู้โด่งดัง"
หงเจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางส่งสัญญาณให้ลูกน้องวางถังโลหะขนาดเล็กบนโต๊ะ
"นี่คือ 'โปรเจกต์มังกรพิโรธ' ไวรัสที่สามารถทำลายระบบประสาทส่วนกลางในสิบนาที... เชิญหมอตรวจสอบได้"
ผมเดินเข้าไปหาถังโลหะนั้นช้าๆ ท่ามกลางกระบอกปืนนับสิบที่เล็งมาที่แสกหน้า
ผมสวมถุงมือยางและหยิบหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวเข้มขึ้นมาส่องดู
ความอัจฉริยะทางการแพทย์ของผมทำงานทันที... กลิ่นอาย อุณหภูมิ และการตกตะกอน
"นี่ไม่ใช่ไวรัส..." ผมเอ่ยเสียงเรียบจนทุกคนในห้องชะงัก
"แต่มันคือ 'เชื้อเร่งการสลายตัวของเซลล์' ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรม... และที่สำคัญ..."
ผมหันไปจ้องหน้าหงเจินด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนถึงขีดสุด
"มันกำลังจะระเบิดในอีก 120 วินาที... คุณไม่ได้มาเจรจา แต่คุณมาเพื่อ 'พลีชีพ' สังหารพวกเราทุกคน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่หงเจินจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"สมกับเป็นโครนอส! ฉลาดจนน่ากลัว! แต่มันสายไปแล้ว... ทุกคนต้องตายเพื่อมังกรดำ!"
ปัง!
ปัง!
ปัง!
เสียงปืนดังสนิทขึ้นทันทีที่หงเจินพูดยังไม่จบ อลิซชักปืนคู่กายออกมาสอยลูกน้องมังกรดำร่วงไปสามคนในพริบตา
"ศิลา! คุ้มกันหมอ! พาเขาออกไปเดี๋ยวนี้!" อลิซตะโกนลั่นท่ามกลางห่ากระสุน
ผมไม่ได้วิ่งหนี... แต่กลับพุ่งเข้าไปหาถังโลหะนั้นท่ามกลางวงล้อมของศัตรู
สัญชาตญาณฆาตกรและหมอหลอมรวมกัน ผมใช้มีดผ่าตัดสะบัดเข้าที่ข้อมือของมือปืนที่ขวางทาง
อั่ก!
ปืนร่วงลงพื้นพร้อมกับนิ้วที่ขาดกระเด็น ผมไม่ได้หยุดดูผลงาน
ผมเปิดฝาถังออกอย่างรวดเร็ว นิ้วมือเคลื่อนไหวเหมือนนักเล่นเปียโนระดับโลก
"เหลือเวลา 60 วินาที..."
ผมพึมพำพลางตัดสายไฟที่สลับซับซ้อนภายในถังอย่างแม่นยำ
อาเธอร์และอลิซกำลังยิงปะทะกับพวกมังกรดำอย่างดุเดือด
ศิลาพุ่งเข้ามาใช้ร่างกายเป็นเกราะกำบังให้ผมขณะที่ผมกำลัง "ผ่าตัดระเบิดชีวภาพ"
"หมอ! เร็วเข้า! พวกมันมาเพิ่มอีกเพียบ!" ศิลาตะโกนพลางยิงสวนกลับไป
"เงียบ! ผมต้องใช้สมาธิ!"
ผมคำรามกลับไป นิ่งสนิทแม้กระสุนจะเฉียดใบหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
นิ้วของผมคีบเอาตัวจุดชนวนออกมาได้สำเร็จ แต่มันยังไม่จบ... เชื้อข้างในกำลังทำปฏิกิริยากับอากาศ
ผมหยิบสารเคมีสีฟ้าที่เตรียมมาในกระเป๋า ฉีดเข้าไปในถังเพื่อทำลายโครงสร้างระดับโมเลกุล
10...
9...
8...
ความกดดันพุ่งทะลุขีดจำกัด อลิซถูกยิงที่ไหล่จนล้มลง ผมเห็นภาพนั้นผ่านหางตา
หัวใจของผมกระตุกวูบ... ความโกรธแค้นปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง
ผมจัดการปิดระบบถังได้ในวินาทีที่ 3 ก่อนจะคว้าปืนจากพื้นพุ่งเข้าหาคนที่ยิงอลิซ
"แก... บังอาจมากที่ทำเธอเลือดออก"
เสียงของผมเปลี่ยนเป็นเสียงของปีศาจโดยสมบูรณ์ ผมไม่ได้ยิงแค่ที่หัว
แต่ผมยิงเข้าที่ข้อต่อแขนและขาของมันทีละนัดอย่างแม่นยำจนมันล้มลงดิ้นพล่าน
ผมเดินเข้าไปหาหงเจินที่กำลังจะหนี คว้าคอเสื้อของมันขึ้นมาแล้วกระแทกหน้ามันกับโต๊ะจนฟันหลุดหมดปาก
"แกอยากเห็นไวรัสทำงานใช่ไหม? งั้นลองรับมันไปสักหน่อยเป็นไง"
ผมปักเข็มที่บรรจุเชื้อเร่งการสลายตัวที่เพิ่งกู้มาได้เข้าที่ลำคอของหงเจิน
"อ๊ากกกกกกกกกกกก!"
เสียงกรีดร้องของหงเจินดังโหยหวน ร่างกายของมันเริ่มเน่าเปื่อยทีละนิดต่อหน้าต่อตา
ทุกคนในโกดังถึงกับหยุดชะงัก มองดูภาพความอำมหิตของ "หมออัจฉริยะ" ด้วยความหวาดกลัว
อลิซพยายามลุกขึ้นมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและคลั่งรัก
"หมอ... คุณเป็นปีศาจที่สวยงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลย"
เมื่อทุกอย่างสงบลง อาเธอร์เดินเข้ามาหาผมท่ามกลางกองซากศพ
เขามองดูถังเชื้อที่ถูกทำลายและร่างของหงเจินที่สลายกลายเป็นเมือกสีดำ
"เก่งมากโครนอส... คุณทำได้เกินกว่าที่ผมคาดไว้จริงๆ"
อาเธอร์ส่งแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลให้ผมตามสัญญา แววตาของเขาซ่อนความลับบางอย่างไว้อยู่
"นี่คือประวัติของคนที่สั่งสังหารทีมแพทย์ของคุณเมื่อห้าปีก่อน... แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะ"
"เพราะความจริงข้างในนั้น... มันอาจจะทำให้คุณอยากกลับไปอยู่ในสลัมเหมือนเดิมก็ได้"
ผมรับแฟ้มมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปพยุงอลิซที่บาดเจ็บ
ผมอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิงพลางจูบที่หน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา
"เรากลับบ้านกันนะอลิซ... ผมจะรักษาคุณเอง"
อลิซซบหน้าลงที่อกผมพลางกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยแต่มีความสุขที่สุด
"รักนะคะ... ปีศาจของฉัน"
ขบวนรถขับเคลื่อนออกจากท่าเรือ ทิ้งความพินาศไว้เบื้องหลัง
แต่ในมือของผม... แฟ้มเอกสารนั้นกลับรู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้
ความจริงที่รออยู่... อาจจะเป็นสงครามที่ใหญ่ยิ่งกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า