บรรยากาศภายในห้องนอนส่วนตัวของอลิซเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา
ผมวางร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของนางพญามาเฟียลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม
เลือดสีแดงฉดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอที่ไหล่ขวา จนดูเหมือนดอกกุหลาบที่กำลังเบ่งบานบนกองหิมะ
ผมไม่ได้เรียกพยาบาลคนไหนเข้ามา เพราะในโลกนี้ไม่มีใครที่ผมจะไว้ใจให้สัมผัสร่างกายเธอได้เท่ากับมือของผมเอง
ผมเตรียมอุปกรณ์ทำแผลอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
นิ้วมือที่เพิ่งจะปลิดชีวิตศัตรูมานับสิบ บัดนี้กลับนิ่งและมั่นคงที่สุดเพื่อรักษาผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า
"อาจจะเจ็บหน่อยนะอลิซ... ผมต้องคีบหัวกระสุนออก"
ผมบอกเสียงเรียบพลางสบตาเธอที่จ้องมองผมอยู่ก่อนแล้ว
อลิซไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือข้างที่ยังขยับได้มาลูบแก้มผมเบาๆ
"ถ้าเป็นมือของหมอ... จะเจ็บแค่ไหนฉันก็ทนได้ค่ะ"
ผมเริ่มลงมือกรีดเปิดแผลเบาๆ เพื่อคีบเอากระสุนตะกั่วออกมา
อลิซกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด แต่ไม่มีเสียงร้องเล็ดลอดออกมาแม้แต่นิดเดียว
สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
แฟ้มที่อาเธอร์เพิ่งจะมอบให้ผม... แฟ้มที่บรรจุความลับที่อาจทำลายทุกอย่าง
เมื่อกระสุนถูกคีบออกมาหล่นลงในถาดสแตนเลสเสียงดัง เคร้ง! ผมก็เริ่มเย็บแผลให้เธออย่างประณีต
"หมอไม่อยากรู้หรอคะ... ว่าในนั้นเขียนว่าอะไร?"
อลิซถามขึ้นหลังจากที่ผมพันแผลให้เธอเสร็จสิ้น
เธอมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด ท่าทางของเธอดูโดดเดี่ยวอย่างประหลาด
ผมเดินไปหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมา เปิดอ่านดูทีละหน้าด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นระรัว
ภาพถ่ายเก่าๆ เอกสารการสั่งซื้อเคมีภัณฑ์ และรายชื่อผู้สนับสนุนโครงการวิจัยเถื่อนเมื่อห้าปีก่อน
และชื่อที่อยู่บนสุดของรายชื่อผู้ออกทุน... คือชื่อของแม่ของอลิซ
โลกทั้งใบของผมเหมือนถล่มลงมาตรงหน้า
ความอัจฉริยะที่ผมภูมิใจกลับกลายเป็นตลกร้าย...
ผมหนีมาตลอดห้าปี เพื่อมาพบว่าคนที่ผมเพิ่งช่วยชีวิตไว้จากอาการลิ่มเลือดอุดตัน
คือคนเดียวกับที่สั่งทำลายทีมแพทย์ของผมเพื่อปกปิดความล้มเหลวของไวรัสทดลอง
"หมอ... ฉันขอโทษ..."
อลิซลุกขึ้นมาสวมกอดผมจากด้านหลัง น้ำตาของเธอเปียกชุ่มเสื้อสูทของผม
"ฉันเพิ่งรู้เรื่องนี้จากพี่อาเธอร์เมื่อคืน... ฉันพยายามจะบอกคุณ แต่ฉันกลัว... กลัวว่าคุณจะทิ้งฉันไป"
ผมยืนนิ่งเหมือนหินผา ความแค้นในอดีตปะทะกับความรู้สึกที่มีให้ผู้หญิงตรงหน้าอย่างรุนแรง
มือของผมสั่นเล็กน้อย... ผมควรจะทำอย่างไร?
เดินไปฆ่าหญิงชราที่นอนพักฟื้นอยู่ในห้องถัดไปเพื่อให้จบความแค้น?
หรือจะทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปให้ไกลจากตระกูลที่โชกเลือดนี้?
แต่พอผมหันกลับไปมองหน้าอลิซที่กำลังร้องไห้ปานจะขาดใจ... ผมก็รู้คำตอบทันที
ผมทิ้งแฟ้มเอกสารลงในถังขยะ พลางจุดไฟแช็กแล้วโยนลงไป
เปลวไฟสีส้มเริ่มกัดกินความลับอันโสมมนั้นจนกลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าเราทั้งคู่
"อดีตคือสิ่งที่ผมแก้ไขไม่ได้... แต่อนาคตคือสิ่งที่ผมเลือกได้"
ผมเชยคางเธอขึ้นมา สบตาคู่นั้นด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว
"แม่คุณทำลายชีวิตผม... แต่คุณเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับผม"
"ดังนั้น... ผมจะถือว่าหนี้เลือดครั้งนี้ถูกชำระด้วย 'ร่างกายและหัวใจ' ของคุณไปแล้ว"
อลิซโผเข้าจูบผมอย่างหนักหน่วงและโหยหา
มันไม่ใช่แค่รสชาติของราคะ แต่มันคือการประกาศพันธสัญญาเลือดต่อกัน
"จากนี้ไป... ใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้ และคิดจะใช้มันมาทำร้ายเรา..."
"ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด... ไม่เว้นแม้แต่คนในตระกูลของฉันเอง!"
อลิซประกาศเสียงกร้าว แววตาของนางพญามาเฟียกลับมาดุดันยิ่งกว่าเดิม
เธอกระชากเนกไทของผมลงมา บังคับให้ผมก้มลงไปรับสัมผัสที่ร้อนแรงของเธออีกครั้ง
ในความมืดมิดของห้องนอน... เราสองคนกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
ไม่ใช่ในฐานะหมอและคนไข้ หรือมาเฟียและเบี้ยล่าง
แต่เป็น "ปีศาจสองตน" ที่พร้อมจะเผาไหม้โลกใบนี้เพื่อปกป้องกันและกัน
สัมผัสของเธอที่ไหล่ที่บาดเจ็บทำให้ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แสนหวาน
"หมอคะ... สัญญาได้ไหม ว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไหน"
"ต่อให้มือของผมต้องเปื้อนเลือดมากกว่านี้... ผมก็จะอยู่ข้างคุณครับ อลิซ"
แต่ในขณะที่ความรักที่บิดเบี้ยวกำลังเบ่งบาน... ภัยมืดครั้งใหม่ก็กำลังคืบคลานเข้ามา
อาเธอร์ ยืนมองกองเถ้าถ่านผ่านกล้องวงจรปิดในห้องทำงานของเขา พลางแสยะยิ้ม
"ยอมเผาหลักฐานเพื่อผู้หญิงงั้นหรอ... ช่างเป็นฮีโร่ที่น่าสมเพชจริงๆ โครนอส"
เขายกหูโทรศัพท์ขึ้นมา พลางกรอกเสียงลงไปหาสายลึกลับ
"เตรียมตัว 'โปรเจกต์ X' ได้เลย... ในเมื่อหมอไม่ยอมร่วมมือดีๆ"
"เราก็คงต้องสร้าง 'หมออัจฉริยะ' คนใหม่ขึ้นมาแทนที่เขา... จากศพของเขานั่นแหละ"