เสียงสัญญาณเตือนภัยภายในคฤหาสน์ดังระงมขึ้นในช่วงเช้ามืดที่หมอกยังไม่จางหาย
ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในสภาพที่สัญชาตญาณระวังภัยพุ่งทะลุขีดจำกัด
อลิซที่นอนอยู่ข้างกายคว้าปืนพกใต้หมอนขึ้นมาโดยอัตโนมัติ แววตาของเธอดุดันขึ้นในชั่วพริบตา
"ศิลา! รายงานสถานการณ์!"
เธอกดอินเตอร์คอมข้างเตียงเสียงเฉียบขาด
(คุณหนูครับ! มีผู้บุกรุก... ไม่ใช่คนของแก๊งมังกรดำ แต่พวกมันเคลื่อนไหวแปลกมาก!)
ผมรีบสวมเสื้อผ้าและหยิบกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ที่บรรจุมีดสังหารขึ้นมาทันที
เราสองคนวิ่งลงมาที่โถงทางเดินชั้นล่าง ภาพที่เห็นทำให้แม้แต่คนอย่างผมยังต้องชะงัก
บอดี้การ์ดร่างยักษ์ของตระกูลสามคนนอนตายเกลื่อนพื้น... สภาพศพไม่ได้ถูกยิง
แต่ถูก "ตัดขั้วหัวใจ" อย่างแม่นยำด้วยรอยแผลขนาดเล็กเพียงมิลลิเมตรเดียว
รอยแผลที่ประณีตจนดูเหมือนงานศิลปะ... รอยแผลที่มีเพียง ศัลยแพทย์ระดับอัจฉริยะ เท่านั้นที่ทำได้
"ระวัง!"
ผมกระชากตัวอลิซหลบเข้าหลังเสาหินอ่อน
ทันทีที่ผมเคลื่อนไหว มีดสั้นขนาดจิ๋วสามเล่มก็พุ่งเข้าปักที่ผนังตรงจุดที่หัวของอลิซเคยอยู่
ในเงามืดปลายทางเดิน ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาช้าๆ เขาใส่ชุดสครับสีขาวสะอาดตา
ใบหน้าของเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากอนามัย แต่ดวงตาคู่นั้น... มันคือกระจกเงาของผมเอง
"สวัสดียามเช้าครับ... ท่านรุ่นพี่โครนอส"
น้ำเสียงของเขาดูถูกเหยียดหยามและเย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลัง
"นั่นใคร!" อลิซคำรามพลางเล็งปืนใส่ชายแปลกหน้า
"อย่าอลิซ! ปืนทำอะไรเขาไม่ได้หรอก..." ผมห้ามเธอไว้พลางจ้องหน้าไอ้คนตรงหน้า
"แกคือ 'โปรเจกต์ X' ที่อาเธอร์พูดถึงใช่ไหม?"
ชายชุดขาวหัวเราะร่วนพลางถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นผ่าครึ่งซีกอย่างน่าสยดสยอง
"ผมชื่อ 'เซน'... ผลงานที่สมบูรณ์แบบกว่ารุ่นเก่าอย่างรุ่นพี่หลายเท่าครับ"
"อาเธอร์มอบความจำ อัจฉริยะ และทักษะทั้งหมดของรุ่นพี่ให้ผม... ผ่านชิปประสาทสั่งการ"
เซนควงมีดผ่าตัดในมือด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน
"วันนี้ผมมาเพื่อ 'กำจัด' รุ่นต้นแบบที่ล้มเหลว... และเอาหัวของพี่ไปส่งเป็นงานเปิดตัวครับ"
พูดจบเซนก็พุ่งตัวเข้าหาผมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์
ผมเหวี่ยงกระเป๋าเครื่องมือออกไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะชักมีดสั้นออกมาปะทะ
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนิทและถี่ยิบจนฟังไม่เป็นจังหวะ
เป็นการต่อสู้ที่ดูเหมือนการร่ายรำที่งดงามแต่เดิมพันด้วยความตายทุกวินาที
เซนเคลื่อนไหวตามตำราของผมทุกอย่าง... เขารู้ว่าผมจะแทงจุดไหน เขาเลือกที่จะหลบก่อนผมจะขยับ
"นี่มันบ้าอะไรกัน! ทำไมมันรู้ทันหมอหมดเลย!"
อลิซพยายามหาจังหวะยิงแต่ทำไม่ได้
เพราะเราสองคนนัวเนียกันจนปืนไม่มีความหมาย
ผมถูกมีดของเซนกรีดเข้าที่หน้าอกจนเลือดไหลซึม
"ความเร็วปฏิกิริยาของรุ่นพี่เริ่มตกแล้วนะ... สงสัยจะมัวแต่ 'คลุกคลี' กับผู้หญิงจนฝีมือทู่"
เซนเยาะเย้ยพลางเตะเข้าที่ชายโครงของผมจนกระเด็นไปกระแทกตู้โชว์กระจกแตกกระจาย
ผมสำลักเลือดออกมาคำโต ความอัจฉริยะในหัวของผมเริ่มประมวลผลอย่างหนัก
ถ้าเขามีความทรงจำของผม... เขาก็ต้องรู้แผนของผมทุกล่วงหน้า
ดังนั้น... ผมต้องสู้ด้วยสิ่งที่ผม 'ไม่มี' ในความทรงจำ
ผมทิ้งมีดผ่าตัดในมือ แล้วคว้าเศษกระจกที่แตกอยู่บนพื้นขึ้นมาแทน
"จะใช้กระจกหรอ? ในฐานข้อมูลผมไม่มีท่าต่อสู้ด้วยกระจกของพี่นะ... แต่มันก็สิ้นคิดเกินไป!"
เซนพุ่งเข้ามาหวังจะแทงเข้าที่ลำคอของผมเพื่อปิดบัญชี
ผมไม่ได้หลบ... แต่กลับยื่นไหล่ข้างซ้ายเข้าไปรับคมมีดของเขาจนมันปักมิดด้าม
"อึ๊ก!" ผมกัดฟันข่มความเจ็บปวดพลางใช้มือขวาที่ถือกระจกแทงสวนเข้าไปที่ จุดบอดบนกระโหลก
จุดที่ผมเคยผ่าตัดตัวเองเมื่อห้าปีก่อน... จุดที่ไม่มีในตำราแพทย์เล่มไหนในโลก!
"อ๊ากกกกกกกกกกกก!"
เซนกรีดร้องลั่นเมื่อเศษกระจกปักเข้าที่จุดรวมประสาทสำคัญ ร่างกายของเขากระตุกเกร็งกะทันหัน
ชิปที่อาเธอร์ฝังไว้เกิดการลัดวงจรเพราะรับข้อมูลความเจ็บปวดที่คาดไม่ถึง
ผมไม่ได้หยุดแค่นั้น... ผมกระชากมีดออกจากไหล่ตัวเองแล้วปักซ้ำไปที่ข้อมือของเซนจนมันหลุดจากมือ
"อัจฉริยะที่เกิดจากชิป... ไม่มีวันสู้สัญชาตญาณของคนที่ผ่านนรกมาจริงๆ หรอก"
ผมกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงมัจจุราช ก่อนจะถีบเขาจนกระเด็นไปแทบเท้าอลิซ
อลิซไม่รอช้า เธอเล็งปืนไปที่หัวของเซนที่กำลังชักดิ้นชักงออย่างน่าเวทนา
"ไอ้ขยะที่บังอาจทำหมอเลือดออก... ไปคุยกับรากมะม่วงซะ!"
ปัง!
กระสุนเจาะเข้ากลางแสกหน้าของเซนจนมันนิ่งสนิทไปในทันที
ผมพยุงร่างกายที่สะบักสะบอมลุกขึ้น มองดูซากศพของ "เงา" ตัวเองด้วยความว่างเปล่า
"อาเธอร์... พี่ชายคุณเริ่มล้ำเส้นเกินไปแล้วนะอลิซ"
"เขาไม่ได้แค่ต้องการฆ่าผม... แต่เขาต้องการทำลายศักดิ์ศรีของความเป็นหมอของผมด้วย"
ผมมองรอยแผลที่ไหล่พลางเดินไปหยิบแฟ้มงานวิจัยของเซนที่ตกอยู่
ในนั้นมีแผนที่และพิกัดของ "แล็บลับห้องใต้ดินของอาเธอร์"
สถานที่ที่อาเธอร์ใช้มนุษย์มาทดลองสร้างหมอปีศาจเหล่านี้ขึ้นมา
"เราต้องไปทำลายที่นั่น... ก่อนที่มันจะสร้างกองทัพแบบนี้ขึ้นมาอีก"
อลิซเดินเข้ามาโอบกอดผมจากด้านหลังท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง
เธอกดริมฝีปากลงบนแผลที่ไหล่ของผมอย่างแผ่วเบาเหมือนจะช่วยซับความเจ็บปวด
"ไม่ว่าหมอจะไปไหน... ฉันจะไปกับคุณ จะถล่มพี่ชายตัวเอง หรือจะล้างโลกนี้..."
"ฉันก็จะยืนอยู่เคียงข้างคุณเสมอ... ยอดรักของฉัน"
ขบวนรถมาเฟียถูกจัดเตรียมขึ้นอีกครั้งในเช้าวันนั้น
เป้าหมายไม่ใช่การเจรจา หรือการหาผลประโยชน์ทางการค้า
แต่มันคือการ "ถอนรากถอนโคน" ตระกูลมาเฟียที่สร้างสัตว์ร้ายขึ้นมา
ศึกสายเลือดและการปะทะของศัลยแพทย์อัจฉริยะกำลังจะมาถึงจุดเดือด
ผมขยับแว่นสายตาที่ร้าวเล็กน้อยพลางจ้องมองพิกัดในมือ
"อาเธอร์... วันนี้ผมจะสอนให้พี่รู้เอง ว่าการผ่าตัด 'ขั้วหัวใจ' ของจริงน่ะ เขาลบประวัติศาสตร์กันยังไง"
สัญชาตญาณโครนอสลุกโชนขึ้นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ