หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในงานเลี้ยงจบลง
อลิซลากผมกลับมาที่คฤหาสน์ทันทีโดยไม่สนคำครหาของใครหน้าไหนทั้งนั้น
บรรยากาศในรถขากลับเงียบงัน แต่ทว่าเป็นความเงียบที่ร้อนระอุจนแทบจะระเบิด
เธอนั่งจ้องหน้าผมไม่วางตา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความ กระหาย ในตัวตนที่แท้จริงของผม
เมื่อถึงคฤหาสน์ เธอไม่ได้ปล่อยให้ผมกลับไปพักที่ห้องพยาบาลเหมือนทุกครั้ง
แต่เธอกลับกระชากเนคไทของผมแล้วลากขึ้นไปยัง ห้องนอนส่วนตัว ของเธอทันที
"ศิลา... ใครหน้าไหนก็ห้ามเข้ามารบกวนฉันเด็ดขาด"
เธอสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะปิดประตูห้องเสียงดัง ปัง! ล็อกกลอนแน่นหนา
ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่
อลิซผลักผมลงบนเตียงกว้างขวางท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงลมหายใจ
เธอก้าวขึ้นมาคร่อมทับบนตัวผมไว้ มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามแผงอกที่กระเพื่อมเบาๆ
"หมอเป็นใครกันแน่... ท่าทางตอนที่คุณล้มไอ้พวกนั้น มันไม่ใช่แค่คนป้องกันตัวเป็น"
เธอกระซิบชิดใบหูผม พลางขบเม้มเบาๆ จนผมรู้สึกถึงแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"องศาการบิดกระดูก... จุดตายที่หมอกระแทกใส่... มันคือท่าสังหารของพวกทหารรับจ้างระดับพระกาฬ"
ผมจ้องลึกเข้าไปในตาของเธอ นิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำที่ซ่อนพายุไว้ข้างใต้
"ผมบอกแล้วไงครับ... ผมแค่เป็นหมอที่รู้จักสรีระของมนุษย์ดีกว่าคนอื่น"
"โกหก!"
อลิซตวาดเสียงแผ่ว พลางกระชากเสื้อเชิ้ตของผมจนกระดุมหลุดกระเด็น
"หมอคิดว่าฉันโง่หรอ? รอยแผลเป็นที่หลังหู... กับแผลถากของกระสุนที่สีข้างขวาของคุณ"
เธอไล้ปลายนิ้วไปตามรอยแผลเป็นบนร่างกายของผมอย่างหลงใหล
"คุณคือ 'โครนอส' อดีตหมอสนามรบที่หายสาบสูญไปพร้อมกับคดีสังหารหมู่หน่วยรบพิเศษเมื่อห้าปีก่อนใช่ไหม?"
คำถามของเธอทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ความลับที่ผมพยายามฝังมันไว้ในหลุมที่ลึกที่สุด... บัดนี้ถูกนางมารร้ายตรงหน้าขุดมันขึ้นมา
"คุณไปรู้อะไรมา..." ผมถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิมหลายเท่า
"ฉันรู้ทุกอย่างที่ฉันอยากรู้ค่ะหมอ... และนั่นยิ่งทำให้ฉันอยาก 'ครอบครอง' คุณมากขึ้นไปอีก"
อลิซโน้มตัวลงมาบดจูบผมอย่างรุนแรง มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชัยชนะ
เธอไม่ได้ต้องการแค่หมอ... แต่เธอต้องการ อาวุธสังหารที่มีชีวิต มาไว้ข้างกาย
มือของเธอเริ่มซุกซนต่ำลงไปเรื่อยๆ จนสัมผัสถึงความร้อนแรงใต้เนื้อผ้า
"เตชินท์มันส่งคนไปที่สลัมแล้วนะหมอ... มันกำลังจะไปลากอดีตของคุณออกมาประจาน"
เธอถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดเดียวเพื่อกระซิบประโยคที่ทำให้ผมใจกระตุก
"ถ้าหมออยากให้คนพวกนั้นรอด... หมอก็ต้องทำให้ฉัน 'พอใจ' ในคืนนี้"
ผมหลับตาลง... ความกดดันและความต้องการขัดแย้งกันอยู่ในหัวอย่างรุนแรง
แต่ในที่สุด สัญชาตญาณดิบที่ถูกเก็บกดมานานก็ระเบิดออกมา
ผมพลิกตัวกลับขึ้นมาเป็นฝ่ายคุมเกมแทน พลิกร่างเย้ายวนของอลิซลงใต้ร่าง
มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัว ส่วนอีกข้างบีบคางสวยให้สบตา
"อยากรู้จักปีศาจนักใช่ไหมครับคุณหนู... งั้นก็เตรียมรับผิดชอบผลที่ตามมาด้วยแล้วกัน"
บทรักในคืนนั้นไม่ใช่ความอ่อนหวาน แต่มันคือการ ช่วงชิงและเผาไหม้
อลิซไม่ได้ขัดขืน กลับกัน... เธอระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจท่ามกลางเสียงหอบพร่า
เธอยอมรับความป่าเถื่อนของผมด้วยความเต็มใจ เพราะนี่คือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอด
"ใช่ค่ะหมอ... แรงกว่านี้... ทำลายฉันให้ย่อยยับไปเลย!"
ในขณะที่คฤหาสน์หลังนี้กำลังลุกเป็นไฟด้วยแรงปรารถนา
ในเงามืดอีกมุมหนึ่งของเมือง...
เตชินท์ กำลังจ้องมองรูปถ่ายใบเก่าในมือ
รูปของนายแพทย์ทหารระดับหัวกะทิที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพนับร้อย
"ในที่สุดฉันก็เจอจุดตายของแกแล้ว... ไอ้หมอเถื่อน"
เขายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม พลางสั่งลูกน้องให้เตรียมเคลื่อนกำลังพล
"ไปลากอีพยาบาลแก่ที่คลินิกมันมา... ฉันอยากรู้ว่าถ้ามันเห็นคนที่มันรักตายทีละคน มันยังจะนิ่งได้อยู่อีกไหม!"