ตอนที่ 7 : กรงเล็บนางพญา และ สัญชาตญาณมัจจุราช

1562 Words
แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงในห้องนอนของอลิซยังคงส่องสว่างท่ามกลางความเงียบหลังพายุอารมณ์สงบลง ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง ขยับหยิบเชิ้ตขาวที่ยับยู่ยี่มาสวมอย่างลวกๆ กลิ่นน้ำหอมของอลิซยังติดอยู่ตามผิวหนัง แต่มันกลับไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ราคาแพงเรียกความสนใจของผม สายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ผมคุ้นเคยที่สุด... เจ๊จู ผมกดรับสายทันที แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงเจื้อยแจ้วอย่างเคย "ไง... ไอ้หมออัจฉริยะ ลืมไปหรือเปล่าว่าทิ้งของสำคัญไว้ที่สลัม" เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ยนั่นคือ เตชินท์ หัวใจของผมกระตุกวูบ ความเย็นชาที่เคยพยายามรักษาไว้พังทลายลงในพริบตา "เตชินท์... ถ้าแกแตะต้องคนของฉันแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะฆ่าแก" ผมกรอกเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงนิ่งลึกแต่แฝงไปด้วย กลิ่นอายความตาย ที่รุนแรงจนคนปลายสายชะงักไปครู่หนึ่ง "ห่วงตัวเองก่อนเถอะไอ้หมอ! อีกหนึ่งชั่วโมง... มาที่โกดังร้างริมน้ำ ถ้าแกมาช้าแม้แต่นาทีเดียว ฉันจะส่งนิ้วของอีแก่พยาบาลนี่ไปให้แกที่คฤหาสน์ทีละนิ้ว!" สายถูกตัดไป ผมกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ความลับที่ถูกเปิดเผย อดีตที่พยายามหนี และตอนนี้... คนที่เปรียบเสมือนครอบครัวคนเดียวของผมกำลังตกอยู่ในอันตราย "จะไปไหนคะหมอ?" เสียงของ อลิซ ดังขึ้นจากเบื้องหลัง เธอลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงโดยมีผ้าไหมคลุมกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ แววตาของเธอจ้องมองแผ่นหลังของผมที่เต็มไปด้วยรอยข่วนจากฝีมือเธอเมื่อครู่ "เตชินท์จับตัวเจ๊จูไป... ผมต้องไปช่วยเธอ" ผมตอบพลางหยิบแว่นสายตามาสวม นัยน์ตาหลังเลนส์เปลี่ยนเป็นดุดันราวกับมัจจุราช อลิซแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เธอเดินลงจากเตียงด้วยท่าทางสง่างามเหมือนนางพญา เธอก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าผม มือเรียวสวยเชยคางผมขึ้นมาสบตา "คิดจะออกไปคนเดียวหรอคะ? หมอฉลาดนะ... แต่เรื่องฆ่าคนน่ะ หมอคนเดียวสู้หมาหมู่ของเตชินท์ไม่ได้หรอก" เธอกระตุกยิ้มอำมหิต ก่อนจะหันไปกดปุ่มเรียกอินเตอร์คอมที่ผนังห้อง "ศิลา! เรียกรวมพลหน่วยล่าสังหารทั้งหมด... เตรียมรถ ฉันจะออกไป 'เก็บกวาด' ขยะสักหน่อย" "อลิซ... นี่เป็นเรื่องของผม คุณไม่ต้องเข้ามายุ่ง" ผมพยายามห้าม "เรื่องของคุณก็คือเรื่องของฉัน! หมอจำไม่ได้หรอ... ว่าตอนนี้หมอเป็น 'คนของฉัน' แล้ว" อลิซหยิบปืนพกสีเงินวาววับขึ้นมาขยับเช็กกระสุนด้วยความชำนาญ "ใครที่กล้าแตะต้องของเล่นของฉัน... มันต้องตายด้วยวิธีที่ทรมานที่สุดเท่านั้น!" หนึ่งชั่วโมงต่อมา ขบวนรถเอสยูวีสีดำกว่าสิบคันพุ่งทะยานฝ่าความมืดไปยังโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศภายในรถคันที่ผมนั่งคู่กับอลิซตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก ศิลาที่นั่งเบาะหน้าเหลือบมองผมผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ "ถ้าเข้าไปแล้วคุณหนูเป็นอะไรไป... ผมจะเป่าหัวแกคนแรกไอ้หมอ" ผมไม่ได้ตอบโต้ศิลา สายตาของผมจ้องมองไปยังโกดังที่อยู่เบื้องหน้า ในหัวของผมตอนนี้ไม่ได้คิดเรื่องการรักษา... แต่มันคือการ คำนวณทิศทางกระสุนและจุดตาย เมื่อรถจอดสนิท ผมไม่ได้รอกองกำลังของอลิซ แต่กลับเปิดประตูและพุ่งตัวหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว "หมอ! กลับมา!" อลิซตะโกนสั่ง แต่ผมไม่สน ผมใช้ทักษะจากสนามรบในอดีตลอบเร้นเข้าไปในโกดังทางช่องลมด้านบน ภาพที่เห็นเบื้องล่างทำให้เลือดในกายของผมเดือดพล่าน เจ๊จู ถูกมัดติดกับเก้าอี้ ใบหน้าบวมช้ำจากการถูกทำร้าย โดยมีเตชินท์ยืนถือมีดพกแกว่งไปมาอยู่ตรงหน้าเธอ "มันยังไม่มาอีกหรอวะ? สงสัยมันคงกลัวจนมุดหัวอยู่ใต้กระโปรงอลิซแล้วมั้ง" เตชินท์หัวเราะร่วนกับลูกน้องนับยี่สิบคนที่ติดอาวุธครบมือ "ผมมาแล้ว... เตชินท์" เสียงของผมดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังท่อนเหล็กขนาดใหญ่ ลูกน้องของเตชินท์รีบหันขวับและเล็งปืนมาที่ต้นเสียงทันที ผมก้าวออกมาจากมุมมืดช้าๆ มือทั้งสองข้างว่างเปล่า ท่าทางนิ่งสงบจนน่ากลัว "ปล่อยเธอซะ... แล้วฉันจะให้แกตายแบบไม่ทรมาน" เตชินท์ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "แกมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองไอ้หมอเถื่อน! ดูรอบตัวแกสิ... แกคนเดียวจะทำอะไรได้!" หนึ่ง... สอง... สาม... ผมไม่ได้ฟังคำขู่ แต่กลับนับถอยหลังเสียงเรียบ สิ้นเสียงนับของผม เสียงกระจกหน้าต่างด้านบนก็แตกกระจายพร้อมกับร่างของหน่วยล่าสังหารของอลิซที่โรยตัวลงมา ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังสนิทไปทั่วโกดัง การปะทะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่ท่ามกลางห่ากระสุน ผมไม่ได้หลบอยู่หลังที่กำบังเหมือนคนทั่วไป ผมพุ่งเข้าหาลูกน้องของเตชินท์ที่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบมองไม่ทัน ผมคว้าข้อมือที่ถือปืนของมัน บิดจนกระดูกแตกละเอียด ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ขมับจนมันทรุดลงตายคาที่ สัญชาตญาณ 'โครนอส' อดีตหมอสนามรบระดับพระกาฬถูกปลุกขึ้นมาอย่างเต็มตัว ผมเคลื่อนที่เหมือนวิญญาณ ทุกย่างก้าวคือการพรากชีวิต ผมไม่ได้ใช้ปืน แต่ใช้เพียง 'มือเปล่า' และ 'เครื่องมือแพทย์' ที่พกติดตัวมา มีดผ่าตัดเล่มเล็กถูกสะบัดออกไปปักเข้าที่คอหอยของมือปืนอีกคนอย่างแม่นยำ "หยุด! ไม่งั้นอีแก่นี่ตาย!" เตชินท์ตะโกนลั่นพลางใช้มีดจ่อที่คอของเจ๊จูที่กำลังร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว การต่อสู้ทุกอย่างหยุดชะงักลง อลิซเดินก้าวเข้ามาในโกดังพร้อมกับปืนในมือ เธอจ้องมองเตชินท์ด้วยสายตาที่เหมือนมองเศษขยะ "วางมีดลงซะเตชินท์... ก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องถลกหนังคุณทั้งเป็น" "เข้ามาดิ! เข้ามาเลยอลิซ! ถ้าผมตาย อีนี่ก็ต้องตาย!" เตชินท์หน้ามืดตามัวจนคุมสติไม่อยู่ ผมยืนอยู่ห่างจากเตชินท์ประมาณสิบเมตร สายตาของผมประสานกับเจ๊จูเพียงครู่เดียว ผมเห็นความเชื่อใจในดวงตาของเธอ... และนั่นคือทั้งหมดที่ผมต้องการ "เตชินท์... แกพลาดแล้วที่เอาความรู้ทางการแพทย์มาล้อเล่นกับฉัน" ผมพูดเสียงเย็นชาพลางขยับนิ้วมือเบาๆ "แกหมายความว่า..." ยังไม่ทันที่เตชินท์จะพูดจบ ผมก็พุ่งตัวออกไปพร้อมกับเข็มฉีดยาขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ เข็มถูกซัดออกไปเหมือนลูกดอก ปักเข้าที่เส้นประสาทข้อมือของเตชินท์อย่างแม่นยำ "อ๊ากกก!" มือของเตชินท์อ่อนแรงลงกะทันหัน มีดหลุดร่วงสู่พื้น ผมพุ่งเข้าไปคว้าตัวเจ๊จูออกมา ก่อนจะหันกลับมาประเคนหมัดเข้าที่หน้าของเตชินท์จนมันกระเด็นไปกองกับพื้น ผมตามเข้าไปเหยียบหน้าอกของมันไว้แน่น แรงกดมหาศาลทำให้กระดูกซี่โครงของมันเริ่มปริแตก "ฉันบอกแกแล้ว... อย่า-แตะ-ต้อง-คน-ของ-ฉัน" ผมง้างหมัดเตรียมจะปิดบัญชี แต่แขนของผมกลับถูกคว้าไว้โดยมือที่นุ่มนวลแต่หนักแน่น อลิซ เดินเข้ามาหาผม เธอจ้องมองเตชินท์ที่นอนจมกองเลือดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว "หมอ... อย่าให้มือสะอาดๆ ของคุณต้องเปื้อนเลือดขยะนี่เลย" เธอกระซิบชิดหูผม พลางใช้ปืนตบหน้าเตชินท์เบาๆ "ส่งตัวมันไปที่ห้องใต้ดินของฉัน... ฉันมี 'วิธีการรักษา' แบบใหม่ที่อยากลองกับคู่หมั้นคนนี้มานานแล้ว" ศิลาและลูกน้องลากตัวเตชินท์ที่กรีดร้องขอชีวิตออกไป ผมรีบเข้าไปแก้มัดให้เจ๊จูและตรวจดูอาการของเธอด้วยความห่วงใย "หมอคราม... เจ๊ขอโทษที่ทำให้ลำบาก" เจ๊จูร้องไห้โฮกอดผมไว้แน่น "ไม่เป็นไรครับเจ๊... ทุกอย่างจบแล้ว" ผมปลอบเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด ซึ่งเป็นเสียงที่อลิซไม่เคยได้ยินมาก่อน อลิซยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ความหึงหวง ความหลงใหล และความต้องการที่จะครอบครองผู้ชายคนนี้ให้เบ็ดเสร็จยิ่งกว่าเดิม เธอก้าวเดินเข้ามาใกล้ผม พลางปาดคราบเลือดที่กระเด็นมาติดที่แก้มของผมออกช้าๆ "เห็นไหมหมอ... สุดท้ายคุณก็หนีความอำมหิตของฉันไม่พ้น" "เพราะโลกใบนี้... มีแค่ปีศาจด้วยกันเท่านั้น ที่จะปกป้องสิ่งที่รักไว้ได้" ผมมองหน้านางพญามาเฟียที่อยู่ตรงหน้า... ความอบอุ่นที่ผมมอบให้เจ๊จูหายไป แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง "ถ้าการเป็นปีศาจจะทำให้ไม่มีใครเจ็บตัวอีก... ผมก็จะเป็น" อลิซฉีกยิ้มกว้างอย่างสะใจ เธอกดจูบลงบนหน้าผากของผมอย่างเป็นเจ้าของ "ยินดีต้อนรับสู่ 'นรก' ของเรานะคะคุณหมอ... คืนนี้ เรายังมีเรื่องต้อง 'เคลียร์' กันอีกยาว"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD