กลิ่นอายของความชื้นและสนิมเหล็กคละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดินลึกที่สุดของคฤหาสน์
มันไม่ใช่ห้องพยาบาลหรูหราที่ผมเคยประจำการ แต่มันคือ
"ห้องมืด"
สำหรับจัดการกับขยะที่อลิซไม่ต้องการให้ใครเห็น
ผมเดินก้าวเข้าไปในห้องที่ส่องสว่างด้วยไฟนีออนสีขาวซีดจางๆ
ภาพตรงหน้าคือ เตชินท์ ที่ถูกล่ามโซ่ไว้กับเก้าอี้เหล็ก สภาพของเขาดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้บวมช้ำและอาบไปด้วยเลือดที่เริ่มแห้งกรัง
"หมอ... มาช้าจังนะคะ ฉันเตรียม 'คนไข้' ไว้ให้คุณรอตั้งนานแล้ว"
อลิซ เอ่ยขึ้นพลางจิบไวน์แดงในแก้วทรงสูงอย่างสบายอารมณ์
เธอนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง มองดูเตชินท์เหมือนมองดูสัตว์ที่รอการเชือด
เธอกวักมือเรียกผมให้เข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะส่งมีดผ่าตัดเล่มใหม่เอี่ยมมาให้
"ฉันอยากรู้ค่ะหมอ... ว่าถ้า 'หมออัจฉริยะ' อย่างคุณ เป็นคนลงมือเอง..."
"คุณจะทำให้เขารู้สึก 'เจ็บ' ได้นานแค่ไหน ก่อนที่เขาจะขาดใจตาย?"
ผมรับมีดผ่าตัดมาถือไว้ นิ่งสนิทจนน่ากลัว
ผมเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเตชินท์ที่พยายามจะลืมตาขึ้นมองผมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"แก... ไอ้หมอ... ปล่อยฉันไป... ฉันให้เงินแกเท่าไหร่ก็ได้..."
เสียงของเขาสั่นเครือและแหบพร่าจนฟังแทบไม่เป็นภาษา
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับใช้ปลายนิ้วกดลงบนเส้นประสาทที่ลำคอของเขาสั่งๆ
"คนเรามักจะคิดว่าความตายคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด..."
ผมเริ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่ปลายมีดผ่าตัดไล้ไปตามหน้าอกของเขา
"แต่ในฐานะหมอ... ผมจะบอกคุณว่า 'ความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด' ต่างหากที่น่ากลัวกว่าความตายหลายเท่า"
ผมลงมือกรีดปลายมีดลงบนผิวหนังของเตชินท์อย่างเบามือและแม่นยำ
มันไม่ใช่การกรีดเพื่อฆ่า... แต่มันคือการ "เปิดเส้นประสาท" เพื่อให้เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดได้ชัดเจนขึ้น
"อ๊ากกกกกกกกกกก!"
เตชินท์กรีดร้องลั่นจนเส้นเลือดที่ลำคอปูดโปน แต่เสียงของเขาก็ถูกกักขังไว้ในห้องใต้ดินที่มิดชิดนี้
อลิซมองภาพนั้นด้วยสายตาที่ลุกวาวด้วยความสะใจ เธอเดินเข้ามายืนซ้อนข้างหลังผม
เธอกอดเอวผมไว้แน่นพลางซบหน้าลงที่ไหล่ จ้องมองผลงานของผมอย่างไม่วางตา
"เห็นไหมหมอ... เวลาที่คุณลงมือน่ะ คุณดู 'เซ็กซี่' กว่าตอนรักษาคนไข้ตั้งเยอะ"
"อลิซ... พอเถอะ... ผมยอมแล้ว..." เตชินท์อ้อนวอนทั้งน้ำตา
"ยอมหรอคะ? เมื่อกี้คุณยังจะฆ่าเจ๊จูอยู่เลยนะ" อลิซเค้นเสียงถามพลางจิกหัวเตชินท์ให้เงยขึ้น
"หมอคะ... ฉันอยากเห็น 'อวัยวะ' ข้างในของเขาจังเลยค่ะ ช่วยเปิดให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?"
คำขอที่วิปริตของเธอไม่ได้ทำให้ผมขยับเขยื้อน ผมหันไปสบตากับเธอผ่านเลนส์แว่น
"ถ้าผมเปิดตอนนี้ เขาจะช็อกตายทันที... และนั่นจะทำให้ความสนุกของคุณจบลงเร็วเกินไป"
ผมหันกลับไปหาเตชินท์ พลางหยิบเข็มฉีดยาขนาดเล็กขึ้นมา
"นี่คืออะดรีนาลีนชนิดพิเศษ... มันจะทำให้ประสาทสัมผัสของคุณตื่นตัวมากกว่าปกติถึงห้าเท่า"
"คุณจะได้ยินเสียงมีดที่บาดผิวหนัง... ได้ยินเสียงเลือดที่หยดลงพื้น... และรู้สึกถึงมันทุกลมหายใจ"
ผมปักเข็มลงที่เส้นเลือดใหญ่ของเตชินท์อย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเขามันเบิกโพลง ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยฤทธิ์ยาที่เริ่มทำงาน
ผมเริ่มใช้ความรู้ทางการแพทย์ทั้งหมดที่มีในการ "ทรมานอย่างอัจฉริยะ"
ผมไม่ได้ตัดอวัยวะสำคัญ แต่ผมเลือกที่จะ 'สะกิด' เส้นประสาททีละเส้น
ทุกครั้งที่มีดเคลื่อนไหว เตชินท์จะดิ้นพล่านเหมือนปลาที่ถูกขูดเกล็ดทั้งที่ยังไม่ตาย
"พระเจ้า! ได้โปรดฆ่าฉันที! ฆ่าฉันเถอะ!"
เขาครางอ้อนวอนครั้งแล้วครั้งเล่า
อลิซหัวเราะร่วนด้วยความชอบใจ เธอเดินไปหยิบแก้วไวน์มาจ่อที่ปากของผม
"จิบหน่อยไหมคะหมอ... รางวัลสำหรับ 'ศิลปะ' ที่งดงามขนาดนี้"
ผมจิบไวน์รสเลิศเพียงนิดเดียว ก่อนจะวางแก้วลงแล้วหันไปหาศิลาที่ยืนคุมอยู่หน้าประตู
"ศิลา... ไปเตรียมถังน้ำแข็งกับเกลือมาให้ผมหน่อย"
ศิลามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... จากความเหยียดหยาม กลายเป็นความ "ยำเกรง"
"ครับ... คุณหมอ" เขาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ภายในห้องใต้ดินกลับกลายเป็นโรงชำแหละมนุษย์ที่สะอาดสะอ้านที่สุด
เตชินท์สลบไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมก็ใช้ยาปลุกให้เขาฟื้นขึ้นมารับความเจ็บปวดต่อทุกครั้ง
จนกระทั่งอลิซเริ่มรู้สึกพอใจ เธอบอกให้ศิลานำตัวเตชินท์ที่ปางตายไปขังไว้ในกรงหมา
"พอแค่นี้ก่อนเถอะค่ะหมอ... เก็บไว้เล่นวันหลังบ้าง เดี๋ยวเขาจะตายซะก่อน"
เธอเดินมาคว้ามือผมที่เปื้อนเลือดจางๆ ขึ้นมาจูบทีละนิ้ว
"หมอรู้ไหม... ยิ่งหมอเลือดเย็นเท่าไหร่ ฉันยิ่งรู้สึกว่าฉันเลือกคนไม่ผิดจริงๆ"
ผมดึงมือออกช้าๆ พลางถอดถุงมือยางทิ้งลงถังขยะ "ผมทำตามที่คุณต้องการแล้ว... ตอนนี้คนของผมล่ะ?"
"เจ๊จูปลอดภัยดีค่ะ ฉันให้คนพาไปส่งที่บ้านพักลับของฉันแล้ว รับรองว่าเตชินท์หรือใครหน้าไหนก็หาไม่เจอ"
เธอก้าวเข้ามาโอบกอดคอผมไว้ แววตาที่เคยอำมหิตตอนนี้กลับดูหิวกระหายในตัวผมยิ่งกว่าเดิม
"คืนนี้... หมอพิสูจน์แล้วว่าหมอเป็น 'ปีศาจ' เหมือนกับฉัน"
"ดังนั้น... ปีศาจอย่างหมอ ก็สมควรได้รับรางวัลที่คู่ควรที่สุดสิคะ"
เธอผลักผมให้ถอยหลังไปพิงกับโต๊ะเครื่องมือแพทย์ที่ยังคงเย็นเฉียบ
ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเสื้อคลุมของเธอออกช้าๆ ท่ามกลางกลิ่นเลือดและควันบุหรี่ในห้องใต้ดิน
"หมอคะ... รักษา 'ความเหงา' ของฉันหน่อยสิ... ด้วยวิธีที่เจ็บปวดที่สุดแบบที่หมอถนัดน่ะ"
เสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่บิดเบี้ยว
ผมจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าที่ทั้งสวยและอันตรายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมา
ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมไม่ได้เป็นแค่หมอ... แต่ผมได้กลายเป็น "ส่วนหนึ่งของนรก" แห่งนี้ไปแล้ว
และดูเหมือนว่า... ผมเองก็เริ่มที่จะ "เสพติด" ความรุนแรงที่เธอยัดเยียดให้เสียแล้วด้วย
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ที่วิปริตในห้องใต้ดิน
เหนือพื้นดินขึ้นไป... รถสีดำลึกลับคันหนึ่งจอดอยู่หน้าคฤหาสน์
ชายในชุดสูทสีขาวก้าวลงจากรถพร้อมกับจ้องมองขึ้นไปยังยอดตึก
"ดูเหมือนน้องสาวของฉันจะเก็บ 'ของเล่น' ที่อันตรายเกินไปมาไว้ในบ้านซะแล้วสินะ"
พี่ชายของอลิซ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ซ่อนความลับบางอย่างไว้
"คงต้องไปทักทาย 'คุณหมออัจฉริยะ' คนนี้ซะหน่อยแล้ว"