ตอนที่ 3 : อัจฉริยะใต้เงามืด

890 Words
ผมจ้องมองใบหน้าสวยคมที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรด้วยสายตาที่ยังคง เย็นชาเป็นน้ำแข็ง แม้ร่างกายจะถูกพันธนาการอยู่ใต้ร่างของนางพญาผู้คลั่งรัก แต่ชีพจรของผมกลับเต้นในจังหวะที่สม่ำเสมอจนน่าประหลาด อลิซเลิกคิ้วมองผมด้วยความขัดใจ เธอคาดหวังจะเห็นความตื่นตระหนกหรือความหวาดกลัวในดวงตาคู่นี้ แต่มันกลับไม่มีเลย "ทำไมหัวใจหมอเต้นนิ่งขนาดนี้ล่ะคะ? ไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ... หรือว่าหมอมันตายด้านไปแล้ว?" เธอถามพลางบดเบียดร่างกายเข้าหาผมอย่างจงใจ มือเรียวสวยเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมออกทีละเม็ด แต่ก่อนที่เธอจะทำมากกว่านั้น เสียงวิทยุสื่อสารที่ติดอยู่บนตัวศิลาซึ่งยืนคุมอยู่หน้าห้องก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน (คุณหนูครับ! นายหญิงใหญ่ทรุดหนักครับ หมอหลวงบอกว่า... ไม่รอดคืนนี้) อลิซชะงักกะทันหัน แววตาที่เคยฉายความสนุกสนานปนวิปริตเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดในทันที เธอกระชากเสื้อคลุมขึ้นมาสวมแล้วรีบวิ่งออกไปโดยไม่หันมามองผม ผมลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สัญชาตญาณบางอย่างบอกว่านี่คือโอกาส... หรือไม่ก็จุดเปลี่ยนสำคัญ ผมเดินตามออกไปจนถึงห้องโถงใหญ่ชั้นบน ที่นั่นเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ทันสมัยล้อมรอบเตียงของหญิงชราคนหนึ่งที่ลมหายใจรวยริน "ทำไมพวกคุณไม่ทำอะไรเลยล่ะ! ยื้อชีวิตแม่ฉันไว้สิ!" อลิซแผดเสียงใส่กลุ่มหมอในชุดกาวน์ขาวสะอาดที่พากันก้มหน้าส่ายหัว "เสียใจด้วยครับคุณหนู... ลิ่มเลือดมันอุดตันในก้านสมองลึกเกินไป ผ่าตัดตอนนี้เปอร์เซ็นต์รอดคือศูนย์ครับ" หมอหัวหน้าทีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ผมเดินฝ่ากลุ่มบอดี้การ์ดเข้าไปท่ามกลางสายตางุนงง ผมมองดูจอมอนิเตอร์เพียงแวบเดียว คํานวณค่าความดัน อัตราการเต้นของหัวใจ และผลสแกนสมองที่โชว์อยู่บนจอ "ถ้าผ่าตัดแบบ Microscope-assisted endovascular ไม่ได้ ก็ใช้เทคนิค 'Double-stent retrograde' แทนสิครับ" เสียงของผมทำเอาห้องทั้งห้องเงียบกริบ หมอหลวงหันมามองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม "แกเป็นใคร? รู้ไหมว่าพูดอะไรออกมา เทคนิคนั้นมันแค่ในทฤษฎี ยังไม่มีใครในประเทศนี้ทำได้!" ผมเมินคำสบประมาทนั่น เดินไปหยุดข้างเตียงคนไข้แล้วหยิบปากกาไฟส่องตาหญิงชราเบาๆ "พวกคุณทำไม่ได้ แต่ผมทำได้" ผมหันไปสบตากับอลิซที่กำลังยืนอึ้ง "ถ้าอยากให้แม่รอด เตรียมห้องผ่าตัดให้ผมภายในห้านาที... หรือจะปล่อยให้ท่านตายไปพร้อมกับทิฐิโง่ๆ ของหมอพวกนี้" "แกมันก็แค่หมอเถื่อนสลัม! อย่ามาอวดดี!" ศิลาจะเข้ามาลากตัวผมออกไป แต่อลิซยกมือห้ามไว้ "เงียบปากให้หมด!" อลิซสั่งเสียงเฉียบขาดก่อนจะเดินมาจ้องหน้าผม "ถ้าแม่ฉันตาย หมอต้องตายตามท่านไป... ตกลงไหม?" "ผมไม่เคยแพ้ความตาย... ถ้าเครื่องมือพร้อม" ภายใต้แสงไฟนีออนในห้องผ่าตัดที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องช่วยหายใจ ผมเปลี่ยนมาสวมชุดสครับสีเขียวเข้ม แววตาหลังเลนส์แว่นเปลี่ยนไปเป็นคนละคน มันคือแววตาของ "อัจฉริยะ" ที่มองเห็นทุกอย่างเป็นกลไก พยาบาลและหมอคนอื่นๆ ยืนมองผมอย่างไม่เชื่อสายตา มือของผมเคลื่อนไหวด้วยความเร็วและแม่นยำระดับมิลลิเมตร การสอดท่อขนาดเล็กจิ๋วผ่านเส้นเลือดใหญ่ขึ้นไปถึงสมองถูกทำอย่างไหลลื่น "ขอ Micro-catheter เบอร์ 2... เร็ว!" ผมสั่งเสียงเข้ม มือข้างซ้ายขยับจอยสติ๊กควบคุมกล้องข้างในสมอง ขณะที่มือข้างขวาปั่นเส้นลวดขนาดบางกว่าเส้นผมเพื่อทะลวงลิ่มเลือดที่อุดตันอยู่ "หัวใจหยุดเต้นครับหมอ!" พยาบาลตะโกนลั่น "อย่าเพิ่งปั๊ม! ถ้าปั๊มตอนนี้ความดันจะตีกลับสมองระเบิด... เชื่อใจผม" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนน่ากลัว ปลายนิ้วสัมผัสถึงความต้านทานเพียงนิดเดียวของลิ่มเลือด ก่อนจะสะบัดข้อมือเบาๆ ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงสัญญาณหัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะอีกครั้ง ทุกคนในห้องผ่าตัดถึงกับกลั้นหายใจ ลิ่มเลือดที่เคยอุดตันถูกดึงออกมาได้สำเร็จอย่างปาฏิหาริย์ ผมถอดถุงมือทิ้งลงถังขยะ เดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยท่าทางปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อลิซที่ยืนรออยู่หน้าห้องรีบพุ่งเข้ามาหาเธอคว้าแขนผมไว้แน่น แววตาที่เคยมีแต่ความอำมหิต ตอนนี้กลับสั่นไหวด้วยความทึ่งและ... ความหลงใหลที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ "หมอ... คุณเป็นใครกันแน่?" ผมดึงแขนออกช้าๆ พลางขยับแว่นสายตา "ผมก็แค่หมอเถื่อนที่คุณเก็บมาจากสลัมไงครับ... การรักษาเสร็จสิ้นแล้ว ผมขอตัวไปนอน" ผมเดินผ่านเธอไปโดยไม่สนใจคำขอบคุณใดๆ ทิ้งให้นางพญามาเฟียยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้เพิ่งเก็บ 'สัตว์เลี้ยง' มา... แต่เธอเพิ่งเก็บ 'เทพเจ้า' ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาไว้ในเงื้อมมือต่างหาก และนั่นยิ่งทำให้เธอ ไม่มีวันปล่อยผมไป ตลอดกาล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD