ตอนที่ 2 : ภารกิจซ่อมรองเท้า และสมุดบันทึกที่เริ่มขยับ

1890 Words
แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันที่ 2 ธันวาคม พยายามส่องลอดผ่านม่านหมอกจางๆ เข้ามาในห้องนอนขนาดเล็กของ ธัน เธอตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากทุกปี ปกติแล้วเช้าวันที่สองของเดือนธันวาคมมักจะเป็นวันที่เธอตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัวหรือความรู้สึกหดหู่ที่ต้องเผชิญกับโลกความจริงที่แสนโหดร้ายต่อ แต่เช้านี้ สิ่งแรกที่เธอเห็นคือรองเท้าแตะผ้าสีขาวสะอาดที่วางอยู่ข้างเตียง มันไม่ใช่รองเท้าแบรนด์เนมราคาแพง แต่มันคือหลักฐานว่า ‘เรื่องเมื่อคืน’ ไม่ใช่ความฝัน “ธันย์...” เธอพึมพำชื่อนั้นเบาๆ ขณะแปรงฟัน ใบหน้าของบาริสต้าหนุ่มที่ชื่อพ้องกับเธอผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับกลิ่นซินนามอนที่ยังดูเหมือนจะอบอวลอยู่ในความทรงจำ วันทำงานของธันยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม หัวหน้ายังคงจุกจิก และกองงานยังคงสูงเป็นภูเขา แต่แปลกที่วันนี้เธอกลับไม่ได้รู้สึกอยากจะระเบิดอารมณ์ออกมาเหมือนทุกที ทุกครั้งที่เธอรู้สึกแย่เธอจะแอบมองนาฬิกาและนึกถึงคำสัญญาในสมุดเล่มนั้น ‘ผมจะเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นเรื่องที่ยิ้มได้เอง’ เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เลขหก ธันรีบเก็บของและมุ่งหน้าไปยังซอยลัดที่ตั้งของ December Lab ทันที กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่คุ้นเคยดังขึ้น ทันทีที่เธอเดินเข้าไปกลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ๆ ก็พุ่งเข้ามาชาร์จพลังงานที่เหือดแห้งไปทั้งวันของเธอให้กลับมาเต็มอีกครั้ง ธันย์ กำลังยืนเช็ดแก้วอยู่ที่หลังเคาน์เตอร์ เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มกว้าง แววตาของเขาสว่างไสวเหมือนมีดาวดวงเล็กๆ ซ่อนอยู่ข้างใน “มาแล้วเหรอครับคุณธัน วันนี้ดวงดีขึ้นไหม” เขาถามพลางวางแก้วลง “ก็... ยังไม่โดนรถเมล์สาดน้ำใส่ค่ะ แต่หัวหน้าก็ยังเป็นหัวหน้าคนเดิมที่ขี้บ่นอยู่เสมอ” ธันเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมข้างหน้าต่าง “รองเท้าของฉันละคะ” ธันย์ก้มลงไปหยิบกล่องรองเท้าออกมาวางบนเคาน์เตอร์ “ซ่อมเสร็จเรียบร้อยครับ ช่างข้างร้านเขาเสริมตรงส้นให้ใหม่ แข็งแรงกว่าเดิมแน่นอน ผมแถมสเปรย์กันน้ำให้ด้วยนะเผื่อเจอฝนหลงฤดูอีก” ธันรับกล่องมาเปิดดู รองเท้าส้นสูงคู่เก่งของเธอถูกซ่อมจนดูเหมือนใหม่ แถมยังถูกเช็ดจนสะอาดเอี่ยม เธอเงยหน้ามองเขาอย่างขอบคุณ “ขอบคุณมากนะคะ เท่าไหร่คะเนี่ย” “ค่าซ่อมไม่คิดครับ” เขาส่ายหน้า “ถือว่าเป็นสวัสดิการของสมาชิกโปรเจกต์ Dear December แต่ถ้าคุณจะจ่าย... ขอเป็นให้คุณลองชิมเมนูใหม่ของผมหน่อยได้ไหม” ธันเลิกคิ้ว “เมนูอะไรคะ ” “‘The First Frost’ ครับ เป็นไวท์ช็อกโกแลตร้อนผสมมิ้นต์จางๆ ท็อปด้วยมาร์ชเมลโล่เผา ผมว่ามันเข้ากับคุณในวันนี้” ไม่นานนักเครื่องดื่มสีขาวละมุนที่ประดับด้วยมาร์ชเมลโล่สีน้ำตาลเกรียมก็ถูกวางตรงหน้า ธันจิบเข้าไปคำแรกความเย็นสดชื่นของมิ้นต์ตัดกับความหวานอุ่นของไวท์ช็อกโกแลตได้อย่างน่าทึ่ง มันเหมือนกับการได้รับคำชมหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน ดวงตาที่โตขึ้นเป็นประกาย “โห...อร่อยมากเลยค่ะ” เธอชมจากใจจริง “ดีใจที่ชอบครับ” ธันย์นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเหมือนเมื่อวาน แล้วเลื่อนสมุดปกหนังเล่มเดิมมาวางตรงกลาง “เอาล่ะ ได้เวลาบันทึกเรื่องของวันนี้แล้วครับ วันที่ 2 ธันวาคม มีอะไรอยากระบายไหม” ธันรับปากกามาแล้วนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนลงไป ‘2 ธันวาคม : งานยังเยอะเหมือนเดิม หัวหน้ายังดุเหมือนเดิม แต่รองเท้าที่ซ่อมเสร็จแล้วทำให้รู้สึกว่า... อย่างน้อยฉันก็มีที่ยืนที่มั่นคงขึ้นนิดนึง และขอบคุณสำหรับไวท์ช็อกโกแลตที่อร่อยที่สุดในโลก’ ธันย์อ่านข้อความนั้นแล้วอมยิ้ม “คุณเขียนถึงเรื่องดีๆ มากขึ้นนะเนี่ย” “ก็เพราะมีคนแถวนี้พยายามทำเรื่องดีๆ ให้มั้งคะ” ธันตอบแก้เขิน “แล้วคุณล่ะ... ในฐานะที่ชื่อ ‘ธันย์’ ที่แปลว่าโชคดี ชีวิตคุณเคยเจอเรื่องซวย ๆ บ้างไหม” ธันย์หัวเราะเบาๆ พิงหลังกับพนักเก้าอี้ “มีสิครับ เยอะด้วย ใครบอกว่าชื่อโชคดีแล้วจะดวงดีตลอดไปล่ะ ครั้งหนึ่งผมเคยพยายามเปิดร้านกาแฟแล้วเจ๊งไม่เป็นท่าจนต้องมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่ หรือเคยอกหักในวันคริสต์มาสอีฟก็มีนะครับ” ธันเบิกตากว้าง “จริงเหรอคะ ฉันนึกว่าคุณจะเป็นเจ้าชายแห่งความสุขตลอดเวลาเสียอีก” “ผมก็แค่คนธรรมดาครับคุณธัน” เขาสบตาเธอแววตาดูจริงจังขึ้น “แต่ผมแค่เลือกที่จะจำแต่เรื่องดีๆ และหาวิธีจัดการกับเรื่องแย่ๆ เดือนธันวาคมสำหรับผมมันไม่ใช่เดือนแห่งจุดจบ แต่มันคือเดือนแห่งการเตรียมตัวเพื่อเริ่มต้นใหม่ปีใหม่ต่างหาก” บทสนทนาลื่นไหลไปพร้อมกับอากาศที่เริ่มเย็นลงข้างนอก ทั้งคู่คุยกันเรื่องความฝัน เรื่องงาน และเรื่องตลกๆ ในชีวิตประจำวัน ธันรู้สึกว่าการได้คุยกับ ธันย์เหมือนกับการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง เขาเป็นผู้ฟังที่ดีและมักจะมีมุมมองแปลกๆ ที่ทำให้เรื่องที่เธอกังวลดูเล็กลง “อ้อ... ผมมีอะไรจะให้คุณดูด้วย” ธันย์ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่มุมร้าน เขาหยิบกระดานดำขนาดเล็กที่แขวนไว้ข้างกำแพงมาวาง “นี่คือตารางภารกิจ Dear December ของเราครับ” บนกระดานมีการขีดช่องไว้ 31 ช่อง สำหรับ 31 วันในเดือนธันวาคม วันที่ 1 : พบกันครั้งแรก (Completed) วันที่ 2 : ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ (Completed) วันที่ 3 : ... “วันที่ 3 คืออะไรคะ” ธันถามอย่างสนใจ ธันย์หยิบชอล์กขึ้นมาเขียน “วันที่ 3 : ตามหาแสงไฟที่หายไป” “หมายความว่ายังไงคะ” “พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ คุณหยุดงานใช่ไหม ผมอยากชวนคุณไปเดินตลาดคริสต์มาสที่ท้ายซอยนี้ครับ มันเป็นตลาดเล็กๆ ที่คนไม่ค่อยรู้จัก แต่ไฟที่เขาประดับมันดูสวยมาก และที่สำคัญ... ผมอยากให้คุณมาช่วยผมเลือกของตกแต่งร้านหน่อย” ธันลังเลเล็กน้อยปกติวันเสาร์เธอจะชอบนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มเพื่อหนีความว้าเหว่ แต่ดวงตาคู่นั้นของธันย์กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง “ก็ได้ค่ะ... ถือว่าเป็นการตอบแทนค่าซ่อมรองเท้า” “ดีลครับ” ธันย์ยิ้มจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ที่แก้ม ก่อนที่ธันจะลากลับ ธันย์ยื่นถุงกระดาษใบเล็กให้เธอข้างในมีคุกกี้ซินนามอนรูปดาวอยู่สองสามชิ้น “เอาไว้ทานกับกาแฟพรุ่งนี้เช้านะครับ จะได้เป็นการเริ่มต้นวันที่ 3 ที่ดี” ธันเดินออกมาจากร้านพร้อมถุงคุกกี้ในมือ ลมหนาวที่พัดมาปะทะหน้าในคืนนี้กลับไม่ทำให้เธอรู้สึกสั่นสะท้านเหมือนเมื่อวาน เธอมองขึ้นไปบนฟ้า เห็นดวงดาวจางๆ ท่ามกลางแสงไฟของเมืองหลวง ‘ตามหาแสงไฟที่หายไปงั้นเหรอ...’ เธอนึกถึงคำนั้นแล้วยิ้มออกมา ขณะที่ในร้านธันย์มองสมุดบันทึกที่ปิดอยู่ เขาลูบปกหนังเบาๆ ความจริงแล้วสมุด Dear December ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อลูกค้าทุกคน แต่มันถูกสร้างมาเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งที่เขามักจะเห็นเธอเดินก้มหน้าเศร้า ๆ ผ่านหน้าร้านไปทุกเย็นตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ธันย์ไม่เคยบอกเธอว่า เขาแอบสังเกตเห็นเธอมานานแล้ว และเขาก็ตั้งปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่า เดือนธันวาคมปีนี้ เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้ต้องเดินคอตกผ่านหน้าร้านของเขาไปอีกต่อไป เขาหยิบชอล์กขึ้นมา เขียนข้อความเล็กๆ ไว้ที่มุมกระดานดำที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ‘Mission Step 2: ให้เธอยิ้มได้กว้างขึ้นกว่าเมื่อวาน... สำเร็จ’ คืนนั้น ธันนอนหลับไปพร้อมกับกลิ่นหอม ๆ ของคุกกี้ที่วางอยู่ในห้อง กลิ่นซินนาม่อนทำให้รู้สึกสบาย และเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอไม่ได้ฝันร้ายเกี่ยวกับความซวยของตัวเอง แต่เธอกลับฝันเห็นถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีระยิบระยับ และมีใครบางคนเดินอยู่ข้างๆ พร้อมกับเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด “ธัน...” เป็นเสียงที่เธอไม่แน่ใจว่าเขากำลังเรียกชื่อตัวเอง หรือเรียกชื่อเธออยู่กันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เธอก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่มีชื่อนี้ในนาทีนี้ เมื่อเสียงกระดิ่งหน้าร้านเงียบลง และความหนาวเหน็บภายนอกถูกกั้นไว้ด้วยบานประตูไม้ ธันย์ยังคงยืนมองเงาของหญิงสาวที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดของร้าน เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นความรู้สึกโล่งอกที่เห็นเธอยอมเปิดใจรับ 'ความโชคดี' ที่เขาพยายามหยิบยื่นให้ ธันย์เดินกลับมาที่โต๊ะริมหน้าต่าง เขาสังเกตเห็นรอยเปื้อนจางๆ ของโกโก้ที่ขอบแก้ว และสมุดบันทึกที่วางอยู่ตรงนั้น เขาหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่ธันเพิ่งเขียนทิ้งไว้อีกครั้ง ‘...อย่างน้อยฉันก็มีที่ยืนที่มั่นคงขึ้นนิดนึง และขอบคุณสำหรับไวท์ช็อกโกแลตที่อร่อยที่สุดในโลก’ เขาลูบตัวอักษรเหล่านั้นด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะเดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วหยิบปากกาหมึกซึมคู่ใจออกมา เขาไม่ได้เขียนลงในหน้าเดียวกับที่ธันเขียน แต่เขาพลิกไปที่ 'หน้าสุดท้าย' ของสมุดเล่มนี้ ซึ่งมีข้อความที่เขาเขียนไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มร่างโปรเจกต์ Dear December เมื่อเดือนที่แล้ว บนหน้านั้นมีรูปสเก็ตช์ลายเส้นยุ่งๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งก้มหน้าอยู่ป้ายรถเมล์ ท่ามกลางสายฝนที่เขาเคยแอบเห็นผ่านกระจกร้านเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ธันย์จดบันทึกเพิ่มเติมลงไปในหน้านั้นด้วยลายมือที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ “2 ธันวาคม: วันนี้เธอยิ้มกว้างกว่าเมื่อวาน และเป็นยิ้มที่ส่งไปถึงดวงตาจริงๆ แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ตอนที่ชิมไวท์ช็อกโกแลตก็ตาม ผมรู้ว่าชื่อ 'ธัน' ของเธอแบกรับความคาดหวังและความเจ็บปวดมามากแค่ไหน แต่การที่เธอเรียกชื่อ 'ธันย์' ของผมในวันนี้ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ความโชคดีที่ผมมีมาตลอดชีวิต... บางทีมันอาจจะถูกสะสมไว้เพื่อรอแบ่งปันให้เธอในเดือนนี้เพียงคนเดียวก็ได้” เขาวางปากกาลงแล้วมองไปที่กระดานดำ ภารกิจ 'ตามหาแสงไฟที่หายไป' ในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่แค่การไปเดินตลาดธรรมดา แต่ธันย์วางแผนจะพาเธอไปที่จุดชมวิวลับๆ ของตลาดที่เขารู้จัก เพื่อให้เธอได้เห็นว่า ต่อให้โลกจะมืดมิดแค่ไหน แต่มันก็ยังมีแสงไฟดวงเล็กๆ ที่พร้อมจะสว่างขึ้นเพื่อเธอเสมอ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD