ตอนที่ 5 : แสงตะวันในเช้าวันที่ 6

1650 Words
วันที่ 6 ธันวาคม ธันก้าวขาลงจากเตียงด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป ความขมของเอสเพรสโซ่เมื่อวานยังเหมือนจะติดอยู่ที่ปลายลิ้น แต่มันไม่ใช่ความขมที่ทำให้ระย่อ มันคือความขมที่ปลุกให้เธอตื่นจากฝันร้ายที่ชื่อว่าความกลัว ก่อนจะออกจากบ้าน เธอเช็กของในกระเป๋าอีกครั้ง แฟลชไดรฟ์ที่มีไฟล์งานฉบับสมบูรณ์ พร้อมภาพแคปหน้าจออีเมลที่ถูกตีกลับซึ่งระบุเวลาส่งไว้อย่างชัดเจนถูกเตรียมไว้พร้อมสรรพ แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจที่สุดคือเมื่อเดินมาถึงหน้าตึกออฟฟิศ... “คุณธันหรือเปล่าครับ มีคนฝากของมาให้ครับ” พนักงานส่งของในชุดสีสุภาพยื่นถุงกระดาษที่มีตราประทับร้าน December Lab ให้เธอ พร้อมกับมีโน๊ตเล็ก ๆ ที่ติดแม็กมาด้วยที่ถุงด้านหน้า ธันอ่านข้อความบนกระดาษนั้น มองเมนูในถุงไปด้วย ข้างในนั้นคือ 'Dirty Coffee' ที่แยกชั้นระหว่างนมเย็นจัดกับกาแฟสกัดร้อนเข้มข้นอย่างสวยงาม พร้อมกับถุงคุกกี้ซินนามอนรูปทรง 'โล่' และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่มีลายมือบรรจงของธันย์เขียนไว้ว่า “ชั้นล่างคือความใจเย็น ชั้นบนคือความเด็ดขาด... ดื่มให้หมดแก้ว แล้วเข้าไปแสดงให้เขาเห็นครับว่า 'ธัน' ที่ผมรู้จักเก่งแค่ไหน” ธันยกกาแฟขึ้นดื่ม รสชาติที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นของนมเย็นจัดที่ผสมกับกาแฟอุ่นเข้มข้นช่วยรีเฟรชความรู้สึกของเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอสูดหายใจลึกก้าวเท้าเข้าไปในออฟฟิศด้วยท่าทางที่มั่นคงและหลังที่เหยียดตรงกว่าทุกวัน ทันทีที่เสียงส้นรองเท้าของเธอแตะพื้นแผนก บรรยากาศที่เคยจอแจก็เงียบกริบลงชั่วคราว ก่อนที่เสียงแหลมอันคุ้นเคยจะดังแทรกขึ้นมา “อ้าว มาแล้วเหรอคะ เจ้าแม่ดวงตกของแผนก” กิ๊ฟยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะหัวหน้า จงใจพูดเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน “เมื่อเช้าพี่วิน (หัวหน้า) เพิ่งบ่นไปเองค่ะว่าโรงพิมพ์โทรมาตามอีกแล้ว งานที่เธอทำพังไว้เมื่อวานน่ะ กิ๊ฟต้องนั่งตอบคำถามแทนจนเหนื่อยเลยนะคะเนี่ย” “ใช่ธัน” หัวหน้าที่เดินออกมาจากห้องพอดีเสริมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “กิ๊ฟเขาบอกผมว่าเขาพยายามติดต่อคุณตั้งแต่วันศุกร์เพื่อจะช่วยเช็กไฟล์ แต่คุณไม่ตอบ แถมยังส่งไฟล์ผิดไปจนงานล่าช้าไปหมด รู้ไหมว่ามันกระทบงบประมาณส่วนกลางน่ะ” กิ๊ฟรีบพยักหน้าสมทบ “นั่นสิคะ กิ๊ฟอุตส่าห์หวังดีจะช่วย แต่เหมือนธันจะเก่งเกินไปจนไม่ฟังใครเลยนะคะ... พี่วินค่ะ กิ๊ฟว่ารอบหน้าให้คนอื่นคุมโปรเจกต์นี้แทนธันดีกว่าไหมคะ จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ความซวยซ้ำซ้อนแบบนี้อีก” สายตาคนทั้งแผนกมองมาที่ธันอย่างกดดัน บางคนส่ายหน้า บางคนถอนหายใจราวกับเห็นด้วยกับกิ๊ฟ แต่ธันไม่ได้หลบตา เธอไม่ได้ก้มหน้าสะอื้นเหมือนเมื่อวาน เธอมองกิ๊ฟนิ่งๆ จนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกประหม่าและแสร้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก “พูดจบหรือยังคะคุณกิ๊ฟ” ธันถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ชัดเจน “ถ้าจบแล้ว... ธันขออนุญาตใช้เวลา 5 นาทีพิสูจน์ความซวยที่คุณว่าให้ทุกคนดูหน่อยนะคะ” ธันไม่ได้รอคำอนุญาต เธอเดินตรงไปที่หน้าโต๊ะประชุม เสียบแฟลชไดรฟ์เข้ากับโปรเจกต์เตอร์กลางออฟฟิศทันที “นี่คือไฟล์งาน Final ที่สมบูรณ์ 100% ค่ะหัวหน้า ธันแก้ไขส่วนที่โรงพิมพ์ติมาเรียบร้อยแล้ว และเช็กสเปกกระดาษใหม่ให้ลดต้นทุนลงได้อีก 10% เพื่อชดเชยค่าเพลทที่เสียไปเมื่อวานด้วยค่ะ” หน้าจอโปรเจกต์เตอร์สว่างขึ้น พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญ... “และนี่คือภาพแคปหน้าจออีเมลที่ธันส่งหาฝ่ายผลิตและ CC ให้คุณกิ๊ฟไว้ตั้งแต่วันศุกร์ เวลา 16.30 น. ค่ะ" "จะเห็นว่ามันติดสถานะ Bounce back เพราะระบบอินเทอร์เน็ตของบริษัทล่มในช่วงเวลานั้นพอดี" " ซึ่งคุณกิ๊ฟคะ... ในฐานะที่คุณเป็นคนดูแลระบบประสานงาน คุณน่าจะได้รับแจ้งเตือนจาก IT เรื่องเน็ตล่มเหมือนทุกคนนะคะ ทำไมถึงยังดึงไฟล์เวอร์ชันเก่าในระบบกลางที่ยังไม่ได้แก้ไปส่งโรงพิมพ์เอง โดยไม่รอเช็กกับธันก่อนล่ะคะ” กิ๊ฟหน้าถอดสีทันที “คะ... คือ กิ๊ฟก็แค่อยากช่วยให้งานเดินไวๆ ไงคะ ใครจะไปรู้ว่าเธอจะส่งไม่ผ่าน” “ความหวังดีที่ขาดการสื่อสาร เขาเรียกว่าความก้าวก่ายค่ะคุณกิ๊ฟ” ธันพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท “หัวหน้าคะ ธันยอมรับผิดที่ไม่ได้เช็กกล่องจดหมายออกให้ถี่ถ้วนในช่วงเน็ตล่ม" "แต่ในส่วนของความเสียหายที่เกิดจากการดึงงานผิดเวอร์ชันไปส่ง ธันว่าเราควรคุยกันเรื่องขั้นตอนการทำงานใหม่ เพื่อไม่ให้คนอื่นในทีมต้องมาซวยเพราะความหวังดีที่ไม่เช็กข้อมูลแบบนี้อีกค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงาน หัวหน้ามองหน้ากิ๊ฟที่ยืนอึกอักสลับกับธันที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ “โอเค... ครั้งนี้ถือว่าธันรับผิดชอบและพิสูจน์ตัวเองได้ดีมาก ส่วนคุณกิ๊ฟคราวหลังถ้าไม่แน่ใจ อย่าดึงงานคนอื่นไปส่งโดยพลการ เข้าใจไหมไปทำงานต่อได้แล้วทุกคน” กิ๊ฟเดินกลับโต๊ะด้วยใบหน้าแดงก่ำ ขณะที่ธันพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เธอรู้สึกเหมือนกำแพงน้ำแข็งในใจที่สะสมมาตลอดเดือนธันวาคมเริ่มมีรอยร้าว... รอยร้าวที่ยอมให้แสงตะวันส่องผ่านเข้าไปได้ เมื่อเข็มนาฬิกาชี้เลขหกซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน ธันรีบเก็บของลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้รู้สึกอยากจะรีบกลับไปนอนเอาหน้าซุกหมอนเพื่อลืมความช้ำเหมือนทุกที แต่วันนี้จุดหมายเดียวในใจของเธอคือคาเฟ่ที่มีกลิ่นซินนามอนอบอวลร้านนั้น ระหว่างที่เดินออกจากตึกออฟฟิศ ท่ามกลางลมหนาวที่พัดมาปะทะหน้า ธันอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนกลับไปถึงตัวเองเมื่อไม่กี่วันก่อน หากเป็น ‘ธัน’ คนเดิม คนที่ยอมจำนนต่ออาถรรพ์เดือนธันวาคมอย่างไร้เงื่อนไข เธอคงเลือกที่จะเงียบปล่อยให้คำตราหน้าของกิ๊ฟและสายตาตำหนิของหัวหน้ากลายเป็นตราบาปติดตัวเธอไปตลอดทั้งเดือน เธอคงจะก้มหน้ายอมรับผิดในสิ่งที่เธอไม่ได้ก่อเพียงเพราะเชื่อว่า “ก็นี่แหละความซวยของฉัน ฉันมันเกิดมาเพื่อเจอเรื่องแบบนี้” แล้วสุดท้ายเธอก็คงจะแอบไปนั่งร้องไห้ที่ป้ายรถเมล์คนเดียวเหมือนปีที่ผ่านๆ มา แต่เพราะคำพูดของ ธันย์ ในเย็นวันนั้น... คำพูดที่เหมือนกระชากเธอออกมาจากกรงขังของความเชื่อผิดๆ ‘ความขมจะทำให้เห็นความจริง... และความล้มเหลวไม่ได้มาจากคุณคนเดียว’ คำเตือนสติของเขาทำให้เธอตระหนักว่า ความซวยที่เธอเชื่อมาตลอด บางครั้งมันก็แค่ชื่อเรียกของ ‘อุปสรรคธรรมดา’ ที่คนอื่นโยนมาให้ หรือเป็นเพียงข้อบกพร่องของระบบที่แก้ไขได้ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าโลกไม่ได้ใจร้ายกับเธอขนาดนั้น แต่เป็นเธอเองที่ใจร้ายกับตัวเองด้วยการไม่ยอมลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้อง “ขอบคุณนะธันย์ที่ช่วยปลุกฉันขึ้นมา” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ขณะที่เธอก้าวเท้าไปตามทางเดินที่คุ้นเคย ทางเดินเดิมที่เคยดูหม่นหมองในทุกเย็น วันนี้กลับดูสดใสขึ้นเพราะแสงไฟจากร้านรวงข้างทางที่เริ่มประดับประดาต้อนรับเทศกาล ธันกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังซอยลัดนั้น หัวใจของเธอเต้นแรงไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เป็นเพราะเธอแทบรอไม่ไหวที่จะบอก ‘ความโชคดี’ ครั้งนี้ให้เขาฟัง กริ๊ง! “คุณธันย์คะ ฉันทำสำเร็จแล้ว” เธอตะโกนบอกทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน ผ้าโบที่ผูกผมสะบัดพลิ้วตามแรงวิ่ง ธันย์ที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์อยู่ถึงกับหลุดขำ เขาละมือจากงานแล้วเดินออกมาหาเธอทันที แววตาของเขาไม่ได้มีความประหลาดใจแม้แต่น้อย ราวกับเขาเชื่อมั่นในตัวเธอมากกว่าที่เธอเชื่อในตัวเองเสียอีก “ผมรู้อยู่แล้วครับว่าคุณต้องทำได้... ยินดีด้วยนะครับ 'ธัน' ผู้โชคดี” เขายื่นสมุด Dear December ให้เธออีกครั้ง แต่วันนี้เขากลับเตรียมสติกเกอร์รูปดาวสีทองดวงใหญ่ไว้ให้ด้วย “แปะมันลงไปเลยครับ สำหรับชัยชนะครั้งแรกในเดือนธันวาคม และสำหรับการที่คุณเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเองเสียที” ธันแปะดาวดวงนั้นลงในช่องวันที่ 6 ด้วยมือที่มั่นคง รอยยิ้มของเธอนั้นสว่างไสวเสียจนธันย์ต้องลอบกลืนน้ำลายและเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย “ขอบคุณนะคะคุณธันย์... ขอบคุณสำหรับกาแฟเมื่อเช้า และขอบคุณที่เตือนสติฉัน ไม่ได้ผิดไปซะทุกเรื่อง ถ้าไม่มีคุณฉันคงยอมปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนซวยในสายตาคนอื่นไปตลอดกาลแล้ว” “ด้วยความยินดีครับ” ธันย์สบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “แล้วจำสัญญาได้ไหมครับ ผมบอกว่าถ้าคุณทำสำเร็จ ผมจะปิดร้านแล้วพาไปเลี้ยงฉลองใหญ่” “เอ๊ะ... นี่คุณจะปิดร้านจริงๆ เหรอคะ” ธันย์ไม่พูดเปล่า เขาเดินไปกลับป้ายหน้าร้านเป็นคำว่า 'Closed' ทั้งที่เพิ่งจะหกโมงเย็น “ร้านของผมเปิดมาเพื่อทำให้คนชื่อธันมีความสุข และตอนนี้ภารกิจในร้านเสร็จสิ้นแล้ว... ไปครับ วันนี้ผมจะพาไปฉลองที่ร้านหมูกระทะที่อร่อยที่สุดในย่านนี้”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD