ตอนที่ 1 : กาแฟแก้วที่ชื่อเหมือนกัน

1603 Words
ลมหนาวพัดกระโชกแรงจนหน้าต่างบานเกล็ดที่ออฟฟิศส่งเสียงสั่นสะเทือนราวกับจะหลุดออกมาจากกรอบ แต่นั่นยังไม่สั่นประสาทเท่ากับเสียงกระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะของหัวหน้าแผนกในเช้าวันที่ 1 ธันวาคม “รื้อใหม่หมดเลยนะ 'ธัน' ผมว่ามู้ดแอนด์โทนมันยังไม่โดนใจลูกค้า” คำสั่งสั้นๆ ที่ทำเอา ธัน หรือ ธันวา หญิงสาวผู้มีชื่อเดียวกับเดือนสุดท้ายของปีถึงกับหน้าชา เธอจ้องมองไฟล์งานที่อดตาหลับขับตานอนทำมาทั้งสัปดาห์ด้วยนัยน์ตาที่ร้อนผ่าว แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ ‘อาถรรพ์เดือนเกิด’ ที่เธอมักจะเจอเป็นประจำทุกปี ชีวิตของธันถูกผูกติดอยู่กับความซวยในเดือนธันวาคมเสมอ ราวกับโชคชะตาต้องการกลั่นแกล้งให้เจ้าของชื่อนี้ต้องชดใช้ด้วยหยาดน้ำตาและเหงื่อเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่จนจบปี หลังจากโดนแก้สั่งงานจนมืดค่ำ ธันเดินออกมาจากตึกสูงท่ามกลางอากาศที่เย็นลงเฉียบพลัน เมฆฝนหลงฤดูเริ่มตั้งเค้าและโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เธอรีบวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์ แต่รองเท้าส้นสูงเจ้ากรรมดันมาหักเอาเสียดื้อๆ ในวินาทีที่รถเมล์คันสุดท้ายพุ่งผ่านหน้าไป พร้อมกับสาดน้ำขังบนพื้นถนนใส่ชุดเดรสสีครีมของเธอจนเปียกโชก “ขอบคุณนะธันวาคม... ขอบคุณจริงๆ ที่ไม่เคยปรานีกันเลย” เธอกระซิบประชดประชันโชคชะตา เสียงสะอื้นถูกกลืนหายไปกับเสียงฝน ธันเดินกะเผลก ลากส้นรองเท้าที่พังๆ เข้าไปในซอยลัดที่เธอไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน เพียงเพื่อจะหาที่หลบฝนสักครู่ ทันใดนั้น กลิ่นหอมจางๆ ของอะไรบางอย่างที่อบอุ่นและหวานละมุนก็ลอยมาแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นฝนที่เฉอะแฉะ แต่มันคือกลิ่นของอบเชยและกาแฟคั่วบด เธอมองตามกลิ่นนั้นไปจนพบกับร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงไฟสีวอร์มไวท์จากในร้านส่องสว่างออกมาดูเหมือนกองไฟในคืนที่เหน็บหนาว ป้ายไม้หน้าร้านสลักชื่อไว้อย่างเรียบง่ายว่า 'December Lab' กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อเธอผลักประตูเข้าไป อบอวลด้วยกลิ่นซินนามอนที่ชัดเจนขึ้นจนทำให้ความรู้สึกตึงเครียดตลอดทั้งวันเริ่มคลายตัวลง ร้านเล็กๆ นี้ไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย มีเพียงเสียงเพลงแจ๊ซเบาๆ และเสียงเครื่องชงกาแฟที่กำลังทำงาน “ยินดีต้อนรับครับ” เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ชายหนุ่มในผ้ากันเปื้อนสีเขียวขี้ม้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เธอ เขาเป็นผู้ชายที่มีแววตาดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ผมสีน้ำตาลเข้มของเขารับกับใบหน้าเรียบเนียน และรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูเหมือนฤดูใบไม้ผลิมากกว่าฤดูหนาวที่แสนโหดร้ายข้างนอกนั่น ธันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพราะสภาพตัวเองดูไม่ได้เลย ผมเปียกปอน รองเท้าหัก และชุดที่มีคราบโคลน “เอ่อ... ขอโทษนะคะที่สภาพเป็นแบบนี้ ขอหลบฝนสักพักได้ไหมคะ” “ได้สิครับ ไม่ต้องเกรงใจเลย ไปนั่งที่มุมข้างหน้าต่างนั่นก่อนก็ได้ครับ ตรงนั้นมีฮีตเตอร์ตัวเล็กอยู่ เดี๋ยวผมหาน้ำอุ่นๆ ให้ทาน” ชายหนุ่มรีบเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ยื่นผ้าขนหนูสะอาดผืนเล็กให้เธอด้วยความมีน้ำใจ ธันรับมาอย่างงงๆ ก่อนจะขยับไปนั่งที่มุมร้านตามที่เขาบอก ความอบอุ่นจากฮีตเตอร์เริ่มทำหน้าที่ของมัน และเมื่อเธอเริ่มรู้สึกตัว ความหิวและความอ่อนล้าก็ถาโถมเข้ามา “รับอะไรดีครับวันนี้ ถ้าเป็นวันที่เหนื่อยขนาดนี้ ผมแนะนำ Hot Cinnamon Latte นะครับ สูตรพิเศษของร้านเรา ช่วยให้ใจฟูขึ้นเยอะเลย” เขาเสนอพร้อมกับขยิบตาให้เล็กน้อย “ตกลงค่ะ รับแก้วนั้นแหละคะ” ธันตอบเสียงเบา “อ้อ... แล้วก็ขอขนมปังอบสักชิ้นด้วยนะคะ” “ได้ครับ... รบกวนขอชื่อสำหรับเขียนข้างแก้วหน่อยครับ” “ธันค่ะ” เธอตอบสั้นๆ โดยไม่ได้คิดอะไร ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ปากกาเคมีในมือหยุดค้างอยู่ที่แก้วกระดาษสีครีม เขามองหน้าเธอแล้วเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงไปโดยไม่พูดอะไรต่อ ไม่กี่นาทีต่อมา กลิ่นหอมของลาเต้ร้อนๆ ก็มาวางอยู่ตรงหน้า ควันสีขาวลอยกรุ่นมาพร้อมกับศิลปะลาเต้อาร์ตรูปหัวใจดวงโต ธันเอื้อมมือไปจับแก้วเพื่อรับความอบอุ่น แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุดตาเมื่อเห็นชื่อที่เขียนอยู่ข้างแก้ว มันไม่ได้เขียนว่า 'ธัน' แต่เขียนว่า 'ธันย์ (Me too!) ' “เรียกธันเหรอครับ” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง พร้อมกับชี้มาที่ตัวเอง ธันขมวดคิ้ว มองชื่อข้างแก้วสลับกับใบหน้าของเขา “เปล่าค่ะ... ฉันชื่อธัน ชื่อธันวาค่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวใจที่ดูอารมณ์ดีที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมาในวันนี้ เขาหยิบป้ายชื่อไม้เล็กๆ บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาโชว์ให้เธอเห็นชัดๆ บนนั้นสลักคำว่า 'ธันย์' ที่ออกเสียงเหมือนชื่อเธอราวกับก๊อบปี้มา แตกต่างเพียงแค่ตัวสะกด “ผมชื่อ 'ธันย์' ครับ ที่แปลว่าโชคดี หรือผู้ที่มีโชค” เขาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ “แปลกดีนะครับ นานๆ ทีจะเจอคนที่ชื่อออกเสียงเหมือนกันเป๊ะขนาดนี้ แถมยังมาในวันที่... เอ่อ... ดูเหมือนคุณจะเพิ่งรบกับพายุมา” ธันหัวเราะแห้งๆ “คงเป็นความบังเอิญที่ซวยมั้งคะ เพราะฉันชื่อธันที่แปลว่าธันวาคม และเดือนนี้สำหรับฉันคือเดือนแห่งความพินาศค่ะ” เธอยกกาแฟขึ้นจิบ รสชาติหวานมันของนมและความหอมกรุ่นของซินนามอนซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย มันอร่อยจนเธอเผลอหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย “โชคร้ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ธันย์ถามพลางวางสมุดเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ แก้วกาแฟของเธอ สมุดเล่มนั้นเป็นสมุดปกหนังสีน้ำตาลอ่อน หน้าปกมีตัวอักษรเขียนด้วยลายมือบรรจงว่า "Dear December" “คืออะไรคะ” ธันถามอย่างสงสัย “มันคือสมุดโปรเจกต์ของผมเองครับ” ธันย์นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม (หลังจากที่เขาสำรวจแล้วว่าไม่มีลูกค้าคนอื่นเข้ามาเพิ่ม) “ผมมีความเชื่อว่า ในเดือนที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามันวุ่นวายและเหนื่อยล้าที่สุด มักจะมีปาฏิหาริย์เล็กๆ ซ่อนอยู่เสมอ ผมเลยตั้งชื่อสมุดเล่มนี้ว่า Dear December ไว้ให้ลูกค้าที่รู้สึกว่าวันนี้ใจมันพัง ได้ลองเขียนระบายมันออกมา” “แล้วมันจะช่วยอะไรได้คะ เขียนไปความซวยก็ไม่หายไปหรอกค่ะ” “หายไม่หายไม่รู้ครับ แต่ถ้าคุณเขียนความซวยลงไปในนี้ ผมในฐานะธันย์ที่เป็นเจ้าของความโชคดีจะอาสาหาวิธีเปลี่ยนเรื่องร้ายๆ นั้นให้กลายเป็นเรื่องที่ยิ้มได้เอง” ธันมองสบตาเขา แววตาของธันย์ไม่มีร่องรอยของการโกหกหรือการหยอกล้อที่ไร้สาระ มันมีความจริงใจบางอย่างที่ทำให้เธอยอมหยิบปากกาที่เขาส่งมาให้ ‘1 ธันวาคม : รองเท้าพัง, โดนหัวหน้าด่า, รถเมล์ทิ้ง, เปียกฝน... และฉันเกลียดเดือนนี้ที่สุด’ เธอเขียนลงไปสั้นๆ ก่อนจะปิดสมุดแล้วส่งคืนให้เขา “ฝากด้วยนะคุณโชคดี ถ้าคุณเปลี่ยนวันพังๆ แบบนี้ของฉันให้ดีขึ้นได้ ฉันจะยอมเชื่อว่าชื่อธันมันไม่ใช่อาถรรพ์” ธันย์รับสมุดไปแนบข้างตัว ยิ้มกว้างจนตาเป็นขีด “รับรองเลยครับคุณธัน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองว่า เดือนธันวาคมอาจจะเป็นเดือนที่อบอุ่นที่สุดในชีวิตคุณก็ได้” เมื่อฝนเริ่มซา ธันลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะกลับบ้าน ธันย์เดินไปหยิบรองเท้าแตะผ้าสีขาวสะอาดในสต๊อกหลังร้านมายื่นให้เธอ “ใส่คู่นี้กลับไปก่อนครับ ส่วนส้นสูงที่หักทิ้งไว้ที่นี่ เดี๋ยวผมส่งซ่อมให้ ร้านซ่อมรองเท้าข้างๆ ร้านผมฝีมือดีมาก พรุ่งนี้เลิกงานแล้วลองแวะมาดูนะครับ” ธันมองรองเท้าแตะในมือ แล้วมองหน้าบาริสต้าหนุ่มที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงชั่วโมง ความรู้สึกหนักอึ้งในอกดูเหมือนจะเบาบางลงไปอย่างน่าประหลาด “ขอบคุณนะคะ... คุณธันย์” “ยินดีครับ... คุณธัน” เธอเดินออกจากร้านไปพร้อมกับรองเท้าคู่ใหม่ที่ใส่สบายกว่าเดิม แม้อากาศข้างนอกจะยังหนาวเย็น แต่หัวใจของเธอกลับรู้สึกถึงไออุ่นจางๆ ของซินนามอนที่ยังติดอยู่ที่ปลายจมูก ขณะเดียวกัน ภายในร้าน December Lab ธันย์เปิดสมุดบันทึกหน้าแรก เขาหยิบปากกาสีแดงขึ้นมาขีดฆ่าคำว่า ‘เกลียดเดือนนี้ที่สุด’ ออก แล้วเขียนข้อความเล็กๆ ลงไปข้างล่างด้วยรอยยิ้ม ‘เริ่มโปรเจกต์วันที่ 1 : เปลี่ยนความเกลียด เป็นความสงสัย... ขั้นตอนต่อไป คือทำให้เธออยากมาที่นี่ทุกวัน’ เขามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินหายไปในความมืดของซอย ก่อนจะเริ่มทำความสะอาดเคาน์เตอร์อย่างมีความสุขกว่าทุกวัน ธันวาคมปีนี้... ท่าทางจะไม่เหมือนทุกปีที่ผ่านมาเสียแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD